ปีที่ 5 ฉบับที่ 131 เดือนสิงหาคม 2548
 

สวัสดีค่ะ หน้าฝนอย่างนี้ เดินทางกันอย่างระมัดระวังนะคะ สัปดาห์นี้ Web Guide ของเราจะมาแนะนำเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งรวมผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นสมาชิกเทรดพอยท์
ติดตามอ่านได้ค่ะ...

 
  ข่าวจากองค์กร
  SME น่ารู้
  รู้รอบ e-commerce
  Techno Corner
  พักสมอง
  Web Guide
   
 ข่าวจากองค์กร
ขอเชิญชวนเข้าร่วมงาน Bangkok International ICT Expo 2005
งานแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศจาก ผู้ประกอบการกว่า 20 ประเทศ โดยมุ่งให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชีย พบกับสินค้ามากมาย อาทิ คอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล พีดีเอ ซอฟต์แวร์ เป็นต้น ฮอลล์ 1-2 เฉพาะนักธุรกิจ ลงทะเบียนหน้างาน ฮอลล์ 3-8 เฉพาะบุคคลทั่วไป เวลา 10.00-20.00 น.


(เรียบเรียงจาก http://www.tradepointthailand.org/n_detail.php?id=188 )
TOP  
 SME น่ารู้
ตรายี่ห้อนั้นสำคัญไฉน
เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างประเทศ ต่างให้ความสำคัญต่อตรายี่ห้อสินค้าของตัวเองมาก เพราะถือว่าตรายี่ห้อทำให้สินค้าของตนเองมีความแตกต่างจากสินค้าของคู่แข่ง และช่วยให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพของสินค้า จะได้กลับมาซื้อซ้ำได้โดยสะดวก รวมถึงตรายี่ห้อที่ตั้งไว้ดี
แต่แรก เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น แตกสายขยายสินค้าออกไป ยังสามารถใช้ใบบุญของยี่ห้อเดิมที่ลูกค้ารู้จักอยู่แล้วได้ ทำให้ลูกค้ามั่นใจในสินค้าใหม่ ๆ ที่ออกมาขาย ประหยัดค่าโฆษณาไปได้มาก

ในบ้านเรา มีเจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อย ที่สมัยที่ยังเป็น SMEs ไม่ได้สนใจในเรื่องการตั้งชื่อยี่ห้อ พอธุรกิจขยายขึ้น ตรายี่ห้อเดิมที่ใช้อาจทำให้การขยายตัวของบริษัทสะดุดก็ได้ เช่น ผู้บริหารของข้าวเกรียบมโนราห์ แต่เดิมเคยตั้งชื่อสินค้าข้าวเกรียบสงขลาตามบ้านเกิด แต่พอธุรกิจขยายขึ้น จะเอาชื่อเดิมไปจดทะเบียนตรายี่ห้อ ปรากกฎว่าจดไม่ได้ เพราะทางกระทรวงพาณิชย์ไม่อนุญาตให้นำชื่อจังหวัดมาเป็นชื่อยี่ห้อ เลยต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อมโมราห์แทนต้องมาตั้งต้นทำให้ ลูกค้าจดจำตรายี่ห้อใหม่เสียเวลาไปหลายปี

หรือผู้ผลิตเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่อย่างบริษัทฟุตบอลไทย ที่ตอนแรกผลิตลูกฟุตบอลขายเป็นหลักเลยตั้งตรายี่ห้อสินค้าว่าฟุตบอลไทย แต่พอขยายมา ผลิตเสื้อผ้ากีฬาและอุปกรณ์กีฬาอื่น ๆ จะใช้ชื่อว่าฟุตบอลไทยอีกก็ดูเชย แถมไม่สอดคล้องกับสินค้าเหล่านั้น แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นก็ต้องลงทุนสร้างยี่ห้อให้คนรู้จักใหม่ จึงแก้ปัญหาด้วยการเอาตัวย่อภาษาอังกฤษ “FBT” มาใช้เป็นตรายี่ห้อใหม่แทน ถ้าคิดตรายี่ห้อเผื่อไว้สำหรับการขยายตัวในอนาคต อย่าง Grand Sport ก็ไม่ต้องเสีย
เวลามาแก้ตรายี่ห้อทีหลัง

ทีนี้ลองมาดูกันว่า ถ้าจะตั้งตรายี่ห้อให้เหมาะสมแต่แรก เถ้าแก่ SMEs ควรใช้หลักอะไรบ้าง

หลักข้อที่ 1 คือควรแสดงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าเมื่อนึกถึงสินค้านั้น ๆ จะได้นึกถึงยี่ห้อนั้นไปด้วย เช่น เซฟทีคัท Grand Sport

หลักข้อที่ 2 ควรใช้ชื่อ หรือสัญลักษณ์ที่ง่ายต่อการออกเสียงและจดจำของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่น สินค้าที่ขายให้ลูกค้าในกลุ่มชนบทมักนิยมเอาชื่อสัตว์มาใช้ เช่น ถ่ายไฟฉายตรากบ สบู่นกแก้ว ยาแก้ไอตราเสือดาว กระทิงแดง ไม่ควรใช้ชื่อยี่ห้อที่เป็นภาษาอังกฤษที่ออกเสียงยาก แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่น มีการศึกษาควรใช้เป็นภาษาอังกฤษที่อ่านออกเสียงง่ายๆหรือภาษาแปลก ๆ ที่สะใจวัยรุ่นเช่น มันฝรั่งแลย์ ลูกอมโอเล่ เป็นต้น

หลักข้อที่ 3 ไม่ควรให้ลูกค้าเกิดความสับสนกับยี่ห้อของคู่แข่งขัน เช่น เมืองไทยประกันชีวิต เคยประสบปัญหากับลูกค้าไทยประกันชีวิต ทำให้ต้องทำโฆษณาออกมาหลายชุด เพื่อตอกย้ำชื่อให้ลูกค้าเห็นความแตกต่าง หรือในกลุ่มแบบเรียน สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช และไทยวัฒนาพานิช ซึ่งมีชื่อคล้ายกัน จนบางครั้งทั้งร้านครูและผู้ปกครองที่โทรไปสั่งหนังสือเรียนเข้าใจผิด

หลักข้อที่ 4 ความยืดหยุ่นสำหรับการนำไปใช้กับสินค้าอื่นของบริษัทในอนาคตได้ เช่น
ทิพรส เป็นยี่ห้อที่สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสหรืออาหาร เช่น น้ำส้มสายชู ซอสพริกและอื่น ๆได้ง่าย ขณะที่น้ำปลายี่ห้อปลาใส้ตัน หากนำไปใช้กับน้ำส้มสายชูหรือซอสชนิดอื่น อาจทำให้ลูกค้าเข้าใจสับสนได้

หลักข้อที่ 5 ควรเป็นชื่อที่ง่ายในการออกเสียงหรือใช้ตัวสะกดภาษาอังกฤษ เพื่อเผื่อไว้สำหรับการส่งออกในอนาคต เพราะชื่อยี่ห้อภาษาไทยบางชื่อ หากไปสะกดหรืออกเสียงภาษาอังกฤษอาจมีความหมายไม่ดีในภาษาอังกฤษ เช่น ชื่อครรชิต คำว่า ชิต เมื่อออกเสียงในภาษาอังกฤษแล้ว เมื่อออกเสียงในภาษาอังกฤษแล้วมีความหมายในทางลบ เพราะตรงกับคำด่าที่หยาบคาย ซึ่งอาจมีผลต่อสินค้าในอนาคต หากนำไปใช้จำหน่ายต่างประเทศ

หลักข้อที่ 6 ตรายี่ห้อที่เป็นสัญลักษณ์ ควรมีความเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และสามารถนำไปปรับใช้งานต่าง ๆ เช่น พิมพ์บนหีบห่อ พิมพ์ในเอกสารโฆษณา นามบัตร หรือเอกสารหัวจดหมายได้สะดวก บางครั้งสัญลักษณ์ตรายี่ห้อที่มีลายเส้นละเอียดมากเมื่อนำไปใช้งานจะมีความยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงรวมทั้ง อาจมีโอกาสผิดเพี้ยนในขั้นตอนการตีพิมพ์ได้ง่าย

เมื่อสร้างตรายี่ห้อของสินค้าได้แล้ว ผู้ประกอบการก็ไม่ควรละเลยในการเพิ่มศักยภาพของตรายี่ห้อด้วยการรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสม่ำเสมอ รวมทั้ง การลงทุนด้านโฆษณาเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักและเชื่อมั่นในตรายี่ห้อ เพราะในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงลูกค้ามีทางเลือกในการใช้สินค้ามาก ตรายี่ห้อนี่แหละที่จะเป็นตัวเพิ่มคุณค่าให้สินค้า และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

ขอให้คิดเสียว่า การโฆษณาเพื่อให้ลูกค้ารู้จัก และรักษาตรายี่ห้อของเราเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งมีโอกาสเก็บเกี่ยวผลทั้งในปัจจุบันและอนาคต



ที่มา: จากเว็ปไซต์ nanosoft.co.th บทความ “ตรายี่ห้อนั้นสำคัญไฉน”

(เรียบเรียงจาก http://www.nanosoft.co.th/maktip16.htm )
TOP  
 รู้รอบ e-commerce
ข้อเสียของอีคอมเมิร์ช
หากแปลความหมายของ "อีคอมเมิร์ช" ว่าคือการซื้อขายสินค้าโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นจะต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ฝ่าย คือ คนซื้อ กับคนขาย

มาเริ่มต้นที่คนซื้อก่อน
1. คนที่จะซื้อของบนอินเทอร์เน็ตได้จะต้องเป็นคนที่มีความรู้ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ เล่นอินเทอร์เน็ตเป็น ดังนั้นการทำอีคอมเมิร์ช จึงไม่สามารถขายสินค้าทุกประเภทให้คนทุกกลุ่มได้
2. ไม่สามารถเห็นสินค้าของจริงได้ เพราะบนจอคอมพิวเตอร์ คงเห็นได้แต่ภาพ และข้อความอธิบายสรรพคุณเท่านั้น ไม่สามารถลูบคลำ จับต้องได้ ทำให้ผู้ซื้อเกิดความลังเล(ยกเว้นซอฟต์แวร์โปรแกรม ที่อาจมีชุดให้ลองเล่นก่อน ถ้าสนใจก็สามารถจ่ายเงินแล้วดาวน์โหลดไปใช้งานได้ทันที)
3. ไม่รู้จักคนขาย เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็สามารถทำเว็บขายของได้ ทำให้คนซื้อไม่กล้าจ่ายเงินผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะกลัวจ่ายไปแล้ว ข้อมูลบัตรเครดิตจะถูกคนขายหลอกเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดี หรือสร้างความเสียหายให้กับคนซื้อได้

ทางด้านคนขายนั้น ปัจจุบันดูท่าว่าจะอยู่ในสภาวะ "เสียเปรียบ" เล็กน้อย ยกตัวอย่าง เช่น
1. ระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในปัจจุบัน ยังไม่สามารถยืนยันผู้ซื้อได้ 100 % ว่าเป็นเจ้าของบัตรตัวจริงหรือไม่ ?
2. ผู้ซื้อสามารถปฏิเสธการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้ถึง 60 วัน

ด้วย 2 ข้อนี้ ทำให้เห็นสภาพของผู้ขายแล้ว ว่าต้องรับความเสี่ยงพอสมควรเหมือนกันถ้าจะหันมาใช้อีคอมเมิร์ช ดังนั้น ต้องมีความรอบคอบตรวจสอบทุกคำสั่งซื้อกับธนาคารเสียก่อน ประเด็นถัดมาของอีคอมเมิร์ชในด้านผู้ขาย ก็ได้แก่ความรู้ทางด้านการใช้คอมพิวเตอร์ บางคนยังไม่มีอีเมล์ บางคนยังเข้าไปค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ต่อมาก็เป็นเรื่อง ความรู้ด้านวางแผนตลาดและภาษา เช่น ถ้าใช้อีคอมเมิร์ชทำตลาดในประเทศ ก็มีผู้ซื้อจำกัด เพราะประเทศไทยยังมีประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นน้อย, ถ้าจะทำตลาดต่างประเทศ ที่มีผู้ซื้อ 600 ล้านคน ผู้ขายก็ขาดทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ และสินค้าไทยหลายประเภทยังต้องมีการพัฒนาให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากลเสียก่อน ถึงจะใช้อีคอมเมิร์ชให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างเว็บ thaitambon.com ที่มีสินค้าหลายประเภทมาก แต่พอมีผู้สั่งซื้อสินค้าอย่างหนึ่ง ก็ไม่สามารถทำส่งในจำนวนมากได้ เนื่องจากเป็นงานหัตถกรรม

นอกจากนั้น "ข้อเสียของอีคอมเมิร์ช" ใน "ด้านสังคม" อีกประการหนึ่งก็คือมักเป็นช่องทางของพวกสินค้าตลาดมืด มีสินค้าผิดกฏหมาย และผิดศีลธรรม จำหน่ายกันอย่างดาษดื่น อย่างที่เป็นข่าวมากมายเช่น ขโมยสินค้าชาวบ้านมาประกาศขาย, ลักลอบขายซีดีหรือเกมส์เถื่อน, หนังโป๊ ซึ่งแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง คอยตรวจสอบ และดำเนินคดี แต่ก็ไม่เข็ดหลาบ เนื่องจากมีโทษที่เบาบางเกินไป ถึงถูกจับได้ และบังคับปิดเว็บไป คนเหล่านี้ก็ สามารถเปิดเว็บไซต์ใหม่ได้เรื่อย ๆ

ดังนั้น แม้เราทุกคนจะทราบประโยชน์ดีอยู่แล้วว่า "อีคอมเมิร์ช" สามารถลดต้นทุนธุรกิจได้ ทั้งในแง่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อ และผู้ขายในด้านบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง และลดความเสียหายด้านเวลาและระยะทางได้ แต่ก็ยังมีข้อเสียอย่างที่กล่าวข้างต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกจิตสำนึก คุณธรรม ความซื่อสัตย์ และการรู้จักรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ผมถึงว่าไม่แปลกครับที่ครูจะตั้งคำถามนี้กับเด็ก


ที่มา : จากเว็ปไซต์ itforsme.com บทความ “ข้อเสียของอีคอมเมิร์ช”

(เรียบเรียงจาก http://www.itforsme.com/index_mainarticle7.html )
TOP  
 Techno Corner
แถลงการณ์จากไมโครซอฟท์เตือนลูกค้าให้พึงระวังอีเมล์หลอกลวง
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ใคร่ขอประกาศเตือนให้ผู้ใช้โปรแกรมวินโดวส์พึงระวังอีเมล์หลอกลวงที่ถูกส่งกระจายในกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งอ้างว่ามาจากไมโครซอฟท์ โดยใช้ชื่อหัวข้อ “Important Message from Microsoft” อีเมล์ดังกล่าวได้ขอให้ผู้ใช้โปรแกรมวินโดวส์ตรวจสอบหมายเลขผลิตภัณฑ์ (serial number) บน เว็ปไซต์ผิดกฎหมายที่สร้างขึ้น และยังขอให้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิตบนเว็บไซต์ดังกล่าวด้วย แม้ว่าขณะนี้เว็บไซต์ดังกล่าวจะถูกลบจากระบบเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ใคร่ขอย้ำให้ลูกค้าและผู้ใช้โปรแกรมวินโดวส์ทราบว่า บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอีเมล์หรือเว็บไซต์หลอกลวงใดๆ ทั้งสิ้น และผู้ใช้วินโดวส์ไม่ควรใส่ใจกับอีเมล์หลอกลวงดังกล่าว และบริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า ในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วินโดวส์ (Validation) ทางเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ จะไม่มีการสอบถามถึงข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนตัวทางด้านการเงินของผู้ใช้แต่อย่างใด หากลูกค้าท่านใดได้รับอีเมล์ประเภทนี้ควรลบทิ้งทันที หรือหากลูกค้ารายใดได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิตแก่เว็บไซต์ดังกล่าวไปแล้ว ควรรีบแจ้งต่อ สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสืบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ทันที ไมโครซอฟท์มีแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่จะช่วยให้ผู้บริโภคได้ศึกษาเกี่ยวกับกลลวงเหล่านี้ และทราบถึงวิธีการรับมือ โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.microsoft.com/athome/security/money/fraud.mspx.
ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต’
การกระทำเช่นนี้เป็นที่รู้กันดีในวงการว่าเป็น “การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต” ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไปก็คือความพยายามในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลทางการเงินที่ถือเป็นความลับ โดยจะสร้างอุบายเพื่อชักนำให้ผู้บริโภคเข้าไปยังเว็บไซต์ผิดกฏหมายที่สร้างขึ้น และขอให้ผู้บริโภคให้รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ เช่น หมายเลขบัตรเครดิต รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับบัญชี และรหัสผ่านลงไป โดยให้เหตุผลในการขอข้อมูลเหล่านั้นว่าเพื่อ “อัพเดตข้อมูลบัญชี” โดยทั่วไปแล้ว อีเมล์หลอกลวงเหล่านี้จะอ้างว่ามาจากบริษัทชั้นนำต่าง ๆ รวมทั้งเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นก็จะเลียนแบบให้เหมือนกับองค์กรเหล่านั้นอย่างแนบเนียน โดยอาชญากรเหล่านี้จะนำข้อมูลทางการเงินที่ได้ไปใช้ในการกระทำความผิด หรือก่ออาชญากรรมรุนแรงอื่น ๆ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของข้อมูลนั้น ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ และไม่สามารถป้องกันได้เลย ขบวนการหลอกลวงนี้จะทำงานกันอย่างรวดเร็ว เริ่มจากการสร้างเว็บไซต์ โพสต์ลงไป จากนั้นก็ทำลายเว็บไซต์ทิ้งภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และมีการใช้อุบายหลอกลวงต่างๆ นาๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลของผู้รับ ผู้รับอีเมล์ประเภทนี้จึงควรระวังไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลทางการเงิน และไม่ควรใส่ใจกับอีเมล์ประเภทนี้และลบทิ้งทันทีที่ได้รับ
สิ่งที่คุณควรทราบเกี่ยวกับอีเมลล์ที่ส่งโดยไมโครซอฟท์

คุณสมบัติของอีเมลล์ที่มาจากไมโครซอฟท์มีดังนี้
1. อีเมลล์จะไม่มีเอกสารหรือไฟล์แนบไปด้วย (Attachment): ไมโครซอฟท์จะไม่ส่งอีเมลล์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและมีไฟล์แนบหรือซอฟท์แวร์สำหรับอัพเดทระบบของคุณไปโดยเด็ดขาด สิ่งที่เราจะแจ้งไปในอีเมลล์คือ ข้อความโดยย่อและลิงค์ไปที่เว็บเพจที่มีการแจ้งถึงข่าวสารความปลอดภัยฉบับสมบูรณ์จากไมโครซอฟท์ (Security Bulletin), เว็บไซท์ Microsoft® Windows® Update, Microsoft Office Update, หรือ Microsoft Download Center เพื่อให้คุณได้ทำการอัพเดทระบบของคุณจากเว็บไซท์ของไมโครซอฟท์เอง

2. ข่าวสารเกี่ยวกับความปลอดภัยที่เราส่งไปทางอีเมลล์นั้นจะต้องมีประกาศความปลอดภัยฉบับสมบูรณ์อย่างเป็นทางการที่เว็บไซท์ของไมโครซอฟท์ด้วยเช่นกัน หากคุณสงสัยว่าข่าวสารความปลอดภัยที่คุณกำลังอ่านมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือไม่ หรือคุณต้องการตรวจสอบได้ว่าขณะนี้มีประกาศความปลอดภัยล่าสุดสำหรับผลิตภัณฑ์ใดบ้าง กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://www.microsoft.com/security/bulletins/default.mspx

3. ไมโครซอฟท์ประเทศไทยจะไม่ส่งอีเมลล์ไปหาคุณผ่านทาง mssthai@microsoft.com โดยเด็ดขาด อีเมลล์ชื่อนี้เป็นเพียงแค่อีเมลล์ที่ไมโครซอฟท์ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณใช้ติดต่อเข้ามาที่ไมโครซอฟท์ประเทศไทยเท่านั้น หลังจากที่เราได้รับอีเมลล์จากคุณ ไมโครซอฟท์เซอร์วิสจะทำการติดต่อกลับทางโทรศัพท์หรืออีเมลล์ของทีมซัพพอร์ท เราจะไม่ส่งอีเมลล์ออกจาก mssthai@microsoft.com

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย

(เรียบเรียงจาก http://www.microsoft.com/thailand )
TOP  
 พักสมอง
ความคิดสร้างสรรค์
หลังจากเริ่มงานใหม่ไปได้ไม่กี่สัปดาห์ พนักงานหนุ่มก็ถูกฝ่ายบุคคลเรียกตัวไปพบ

"รบกวนคุณช่วยชี้แจงเรื่องนี้หน่อย" ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเปิดฉาก "ตอนสมัครงานคุณแจ้งเราว่าคุณมีประสบการณ์ทำงานนี้มาแล้วห้าปี แต่เราเพิ่งพบว่าคุณไม่เคยทำงานตำแหน่งนี้มาก่อนเลยนะ"
"อ่า..." พนักงานหนุ่มเริ่มติดอ่าง
"ผมเห็นในประกาศรับสมัครงานแจ้งว่าต้องการผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่หรือครับ"


(เรียบเรียงจาก http://www.abyim.com )
TOP  
 Web Guide
www.thai-exporter.com



        เว็บไซต์ใหม่ที่เป็นแหล่งรวมรวมข้อมูลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสมาชิกเชียงใหม่เทรดพอยท์ทุกท่าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการจากเชียงใหม่เทรดพอยท์ ในการมุ่งประชาสัมพันธ์สินค้าและกิจการของสมาชิกสู่ตลาดโลก พร้อมกับการสร้างชุมชนทางการค้าออนไลน์ของไทยที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่ง
        ภายในเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ จะมีหมวดหมู่ประเภทกิจการและสินค้าของสมาชิกที่ได้รับการออกแบบมาให้ค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้ใช้เว็บไซต์ยังสามารถประชาสัมพันธ์หรือสืบค้นข้อมูลการค้าผ่านทางกระดานข่าวเสนอซื้อ-ขายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง
        ด้วยชื่อเว็บไซต์ที่สื่อถึงการค้าการส่งออกของผู้ประกอบการไทย และรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่มีลักษณะเด่นต่างๆ จึงทำให้เว็บไซต์นี้ได้รับความนิยมจากผู้ใช้เว็บไซต์ในต่างประเทศมากพอสมควร และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้....



ฝ่ายสารสนเทศการค้าระหว่างประเทศ

TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.org
Developed by Chiangmai Trade Point, Thailand
Copyright 2001-2005. All rights reserved.