ปีที่ 4 ฉบับที่ 130 เดือนกรกฎาคม 2548
 

สวัสดีค่ะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา คุณอติพัฒน์ แขมทอง เจ้าหน้าที่สารสนเทศการค้าต่างประเทศจากเชียงใหม่เทรดพอยท์ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหลักสูตร Mini M.A. in International Trade ณ สถานวิชาการนานาชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งในวันนั้นก็ได้มีการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ที่สำเร็จหลักสูตร

เชิญชมภาพบรรยากาศในวันอบรมและรายละเอียดได้ในหัวข้อข่าวจากองค์กรค่ะ

 
  ข่าวจากองค์กร
  SME น่ารู้
  รู้รอบ e-commerce
  Techno Corner
  พักสมอง
  Web Guide
   
 ข่าวจากองค์กร
ภาพบรรยากาศ การอบรมหลักสูตร Mini M.A. in International Trade เมื่อวานที่ 24 กรกฎาคม 2548



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2548 ที่ผ่านมา คุณอติพัฒน์ แขมทอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าต่างประเทศ จากเชียงใหม่เทรดพอยท์ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง "การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและการติดต่อหาคู่ค้าในต่างประเทศ" ซึ่งจัดโดย สถานบริการวิชามนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท แจส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลติ้ง จำกัด ที่ได้จัดศึกษาอบรมหลักสูตร Mini M.A. in International Trade เพื่อสร้างผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกให้มีศักยภาพในการดำเนินการบริหารธุรกิจการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับการเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่
ฝ่ายบริการสมาชิก

TOP  
 SME น่ารู้
เคล็ด (ไม่) ลับ คุมค่าใช้จ่าย
ปัจจุบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ธุรกิจเอสเอ็มอี เป็น "ฟันเฟือง" สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ และภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

หลายธุรกิจโกอินเตอร์ไปแล้ว แต่อีกหลายรายก้ำกึ่ง รอการปรับตัว เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

"จุดอ่อน" สำคัญที่ต้องแก้ไข คือ การเงิน ปัจจัยอันดับต้นๆ ที่เอสเอ็มอีพยายามปรับ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาธุรกิจเอ็สเอ็มอีในแง่ของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาสินค้า และช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

การปรับตัวทางด้านการตลาด นับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีหันมาให้ความสนใจ มีการปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้มีมาตรฐาน มีความโดดเด่นและแปลกใหม่กว่าสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจในตัวสินค้า รวมทั้งการพัฒนาแบรนด์ หรือ ตราสินค้า ที่แสดงถึงจุดแข็งที่เป็นข้อแตกต่างระหว่างสินค้าของผู้ผลิตแต่ละราย อีกทั้งการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้ เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารและเพิ่มโอกาสในการจัดจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม ยังมี "เส้นผมบังภูเขา" ที่ทำให้เอสเอ็มอีไปไม่ถึงฝั่งฝัน นั่นคือ การขนส่งสินค้าและกระบวนการทางด้านโลจิสติกส์ คีย์สำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี เนื่องจากการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผู้ประกอบการลดค่าใช้จ่าย และผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดการค้าโลกได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี สามารถเลือกใช้บริการนำเข้าและส่งออก รวมทั้งบริการด้านโลจิสติกส์จากผู้ให้บริการมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและให้บริการแบบครบวงจร โดยที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่ต้องยุ่งยากเสียเวลากับขั้นตอนต่างๆ ทั้งในการนำเข้าและส่งออกสินค้าในรูปแบบเดิมๆ ที่ต้องดำเนินการติดต่อกับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าหลายๆ ราย ต้องเสียเวลาติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อดำเนินพิธีการศุลกากรด้วยตัวเอง หรือต้องประสบปัญหาการส่งสินค้าที่ล่าช้ากว่ากำหนดซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับกระบวนการผลิตโดยรวม ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายและเป็นภาระที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ

ดังนั้น การเลือกใช้บริการขนส่งสินค้า และโลจิสติกส์จากผู้ประกอบการมืออาชีพ จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีมีเวลาศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและตลาด ตลอดจนการบริหารจัดการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถกำหนดและควบคุมค่าใช้จ่ายทางด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ได้ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตาม โดยรากฐานการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีนั้น มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีการปรับตัวให้เข้ากับกระแสของโลกการค้าแบบไร้พรมแดนที่นับวันการแข่งขันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีเองต้องพยายามเร่งปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกธุรกิจ ทั้งในแง่ของการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย การค้นคว้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด การศึกษาความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง การติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจะส่งผลกระทบกับธุรกิจภายใต้นโยบายการค้าแบบเสรี

รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่เกิดจากนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจและการก้าวเข้าสู่ตลาดการค้าในระดับโลกต่อไป



ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ บทความ เคล็ด (ไม่) ลับ คุมค่าใช้จ่าย SMEs วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2548
TOP  
 รู้รอบ e-commerce
เทคนิคการนำเสนอ
ปัญหาข้อต้นๆ ในการจัดทำเว็บไซต์ ของผู้ประกอบการ ก็คือการรวบรวมข้อมูล ทั้งข้อความและภาพประกอบเพื่อนำเสนอในเว็บไซต์ ว่าจะต้องเตรียมอย่างไร จึงจะโดนใจผู้ซื้อ ซึ่งลักษณะงานที่ใกล้เคียงกันก็คือการที่ท่านจะต้องพิมพ์แคตาล็อก หรือใบปลิวกระดาษเพื่อแจกจ่าย บอกข่าวสารกับกลุ่มเป้าหมายนั่นแหละ

ข้อแตกต่างระหว่างแคตาล็อกกระดาษกับข้อมูลบนเว็บไซต์ก็คือลักษณะของสื่อ ในขณะที่กระดาษสามารถดีไซน์ให้อยู่ในรูปแบบลักษณะต่างๆ ได้ ทั้งการตัด ฉลุ หรือปรุ พับ, แต่เว็บไซต์ คนส่วนใหญ่จะรับสารได้แต่ในจอสี่เหลี่ยม ตั้งแต่ 15-21 นิ้ว เท่านั้น แต่เราก็สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวชดเชยความน่าสนใจของกระดาษได้, การบรรจุข้อมูลจำนวนมากในกระดาษนั้นอาจถูกทำให้อยู่ในรูปเล่มของหนังสือซึ่งสามารถเปิดอ่านได้สะดวก แต่ข้อมูลจำนวนมากบนเว็บไซต์นั้นหมายถึง “เวลา” ในการโหลดนานขึ้นไปด้วย (รวมทั้งรูปภาพที่เคลื่อนไหว)รวมทั้ง การจ้องจอมอนิเตอร์นานๆ ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อสายตาเท่าไหร่

การนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ใด ๆจึงต้องตีโจทย์เหล่านี้ให้กระจ่างเสียก่อน
1. เรื่องที่ต้องการนำเสนอ
บางกิจการนั้น ไม่ได้ต้องการขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต แต่อยากให้ผู้ซื้อมาใช้บริการที่ร้านของตน เรื่องของแผนที่การเดินทาง จึงเป็นข้อมูลจำเป็นที่ต้องมี, บางธุรกิจเป็นบริการที่ต้องไปทำงานยังสถานที่ของลูกค้า เช่นการรับทำความสะอาดอาคารสำนักงาน, การเช็ดกระจกตามอาคารสูง การนำเสนอข้อมูลตัวอย่างที่เคยให้บริการกับลูกค้าที่มีชื่อเสียง ก็ต้องมีในเว็บ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ารายใหม่
2. กลุ่มผู้รับสาร
ต้องวิเคราะห์ถึงวิถีการใช้ชีวิต รวมถึงภาษาที่กลุ่มเป้าหมายเข้าใจง่าย รวมถึงการเลือกสรรสินค้าที่กลุ่มต้องการได้อย่างถูกต้อง
3. ข้อจำกัดของสื่อ
บนอินเทอร์เน็ตนั้น ผู้ใช้บริการมักไม่ชอบการรอคอยที่นานเกินไป บางทีช่วงเวลา 1-2 นาที แม้จะรู้สึกว่าไม่นานนัก แต่การนั่งคอยข้อมูลบนจอคอมพิวเตอร์ท่านจะรู้สึกว่าช้าเหลือเกิน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงจำนวนข้อมูลมหาศาลที่จะต้องใช้เวลาโหลดที่นานเกินไป เพราะการแข่งขันการค้าบนอินเทอร์เน็ตนับวันมีสถิติที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
หลักการนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ จึงควรประกอบด้วยปัจจัยเหล่านี้
1. ชัดเจน กระชับ และรัดกุม ไม่ควรใช้คำที่ฟุ่มเฟือย หรือต้องตีความหมาย โดยเฉพาะนโยบายรับคืนสินค้า
2. ทุกข้อความจะต้องมีเหตุผล อย่าลืมว่าบนอินเทอร์เน็ต ไม่สามารถสร้างบรรยากาศซื้อขายได้เหมือนห้างสรรพสินค้าที่มีคนมุงจำนวนมาก มีพริตตี้หน้าแฉล้มคอยชี้ชวน บนเว็บไซต์มีเพียงข้อความและรูปภาพเท่านั้น หากผู้ซื้อพบข้อความที่ไม่สมเหตุสมผล เขาก็จะขาดความน่าเชื่อถือ และต่อให้สินค้าท่านมีคุณภาพดีเพียงไร ลูกค้าก็ไม่ซื้อ เพราะเขาไม่มั่นใจเสียแล้ว
3. ความคิดสร้างสรรค์ ถือเป็นเรื่องสำคัญบนการค้าออนไลน์ จะเห็นว่าปัจจุบัน ท่านจะค้นพบศัพท์ใหม่ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต เพราะบรรดาผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะเป็นคนรุ่นใหม่ ดังนั้นสินค้าที่จำหน่ายบนอินเทอร์เน็ต จึงมักเป็นนวัตกรรมใหม่ๆที่ก้าวไปพร้อมกับยุคเทคโนโลยี หากท่านยังป่าวประกาศขายสินค้าซักฟอกแบบผง หรือเพจเจอร์ บนอินเทอร์เน็ต ก็อาจจะได้กลุ่มชนอนุรักษ์ ซึ่งไม่ใช่ตลาดที่ใหญ่นัก



ที่มา : บทความ เทคนิคการนำเสนอ

(เรียบเรียงจาก http://www.itforsme.com )
TOP  
 Techno Corner
3 เคล็ดลับง่ายๆ ในการขจัดปัญหารบกวนยามใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ
1. เปลี่ยนขนาดของตัวอักษรโดยไม่ใช้เมาส์
จริง ๆ แล้วการใช้งานเวิร์ดไม่จำเป็นที่จะต้องมีเมาส์ คุณก็สามารถที่จะทำงานได้ รวมถึงการเปลี่ยนขนาดของตัวอักษรในข้อความก็ไม่จำเป็นต้องใช้เมาส์เช่นเดียวกัน เริ่มแรกให้กดปุ่มลูกศรเพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปอยู่หน้าข้อความที่คุณต้องการจะเปลี่ยนขนาดของมัน จากนั้นให้กดปุ่ม Shift ค้างไว้ และกดปุ่มลูกศรชี้ไปทางขวา ข้อความจะถูกแรเงา เสมือนกับเราใช้เมาส์คลิกแล้วลาก ต่อมาให้กดปุ่ม Alt+O, F (ตามลำดับ) จะมีหน้าต่างปรากฏขึ้นให้กำหนดรูปแบบของตัวอักษรได้ หลังจากนี้คุณสามารถที่จะใช้การกดปุ่ม tab หรือปุ่มลูกศร เพื่อเปลี่ยนขนาดของตัวอักษรได้ตามที่ต้องการ นอกจากวิธีข้างต้นแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ โดยการเลือกข้อความที่ต้องการเปลี่ยนขนาด โดยใช้การกด Shift และกดปุ่มลูกศรตามข้างต้น จากนั้นคลิกที่ Shift+Ctrl+P เคอร์เซอร์จะย้ายไปอยู่ที่ช่องขนาดของตัวอักษร (อยู่ในเมนูบาร์ด้านบน) จากนั้นคุณสามารถที่จะใส่ขนาดของตัวอักษรได้ตามที่ต้องการ

2. กำจัดเสียงปี๊บที่มารบกวนการฟังเพลงของคุณ
ในขณะที่ทำงานแล้วเปิดซีดีเพลงฟังไปด้วย บางครั้งอาจมีเสียงปี๊บแหลม ๆ ออกมาขัดจังหวะเพลงที่คุณกำลังฟังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถ้าคุณรู้สึกรำคาญกับเสียงแหลม ๆ กวนใจเหล่านี้ ในทิปนี้มีวิธีแก้ปัญหาให้คุณ เสียงแหลม ๆ เหล่านี้เป็นออดิโอ้ไฟล์ที่เก็บอยู่ในรูปของไฟล์นามสกุล .WAV นั่นเอง ซึ่งการกำจัดเสียงเหล่านี้ออกไปก็ทำได้ไม่ยาก โดยคลิกเมาส์ปุ่มขวาลงบนรูปลำโพงสีเหลืองตรงมุมล่างขวาของหน้าจอ คลิกที่คำว่า Volume Controls จากนั้นให้ใส่เครื่องหมายหน้าคำว่า Mute ที่ช่อง Wave Output และปิดหน้าต่าง Volume Controls นั้นไป หลังจากนี้ คุณจะพบว่าเสียงปี๊บที่เคยกวนใจคุณจะหายไป ไม่มารบกวนคุณอีก

3. แก้ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ เมื่ออุปกรณ์ไม่ทำงาน
บางครั้งหากอุปกรณ์ต่อพ่วงของคอมพิวเตอร์ อย่างเช่น สแกนเนอร์ หรือการ์ดเน็ตเวิร์ก อยู่ดีๆ ก็เกิดทำงานไม่ได้โดยไม่ทราบสาเหตุ และถ้าคุณยังไม่สามารถค้นหาต้นตอได้ ทางแก้ก็คือ จดบันทึกค่าพารามิเตอร์ที่จำเป็นของอุปกรณ์ (เช่น IP address และ DNS ในกรณีของการ์ดเน็ตเวิร์ก) และเตรียมแผ่นไดรเวอร์หรือดาวน์โหลดไดรเวอร์ตัวล่าสุด จากเว็บไซต์ของทางผู้ผลิตให้พร้อม
จากนั้นก็ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อลบรายชื่ออุปกรณ์ที่มีปัญหาออกจาก Device Manager แล้วรีบูตใหม่เพื่อปล่อยให้วินโดวส์จัดการเซ็ตอัพอุปกรณ์ใหม่อีกครั้งโดยอัตโนมัติ

* เปิดแอพเพล็ต System ในคอนโทรลพาเนลแล้วคลิ้กแท็บ Device Manager คุณจะเห็นรายการของอุปกรณ์ทั้งหมดที่กำลังเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ในนี้ *คลิ้กรายชื่ออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมายคำถามแล้วคลิ้กปุ่ม Remove เพื่อลบดีไวซ์ที่บกพร่องทิ้งไป และหากเห็นดีไวซ์ของอุปกรณ์ใดขึ้นซ้ำตั้งแต่สองตัวขึ้นไปก็ให้ลบทิ้งทั้งหมดด้วย สุดท้ายก็รีสตาร์ตวินโดวส์ * ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย หลังจากบูตเครื่องเสร็จ วินโดวส์ก็จะสามารถตรวจพบอุปกรณ์และติดตั้งไดรเวอร์ให้ใหม่จนกระทั่งใช้งานได้อีกครั้ง *ถ้ามันไม่เรียบร้อยล่ะ ในบางกรณีถ้าวินโดวส์ขึ้นไดอะล็อกถามหาแผ่นไดรเวอร์จากคุณเวลามันตรวจพบอุปกรณ์ ก็ยังนับว่าโชคดีไป แต่ถ้าวินโดวส์ไม่สามารถตรวจพบอุปกรณ์ได้เลย คุณก็ต้องรันโปรแกรมเซตอัพอุปกรณ์ทั้งหมดเองแล้วครับ
Going With ComputreXpert

(เรียบเรียงจาก http://http://kmitnb05.kmitnb.ac.th/~ee66092/ee1.html )
TOP  
 พักสมอง
ทำไมถึงสอบตก?
ไอ้หนูป.2 ร้องไห้กลับมาจากโรงเรียน เพราะสอบตกวิชาคณิตศาสตร์
“ทำไมถึงสอบตกล่ะลูก” พ่อถาม
“ครูถามว่า 2 คูณ 3 ได้เท่าไหร่ ผมก็ตอบว่า 6 ครับ” ไอ้หนูเล่า
“อ้าว! ก็ถูกนี่” พ่อสงสัย
“แล้วครูก็ถามต่อว่า 3 คูณ 2 ได้เท่าไหร่” ไอ้หนูเล่าต่อ
“แล้วแม่งต่างกันตรงไหนวะ” พ่อบ่น
“เห็นมั้ย พ่อก็พูดเหมือนผมเลย”

(เรียบเรียงจาก http://www.abyim.com/ )
TOP  
 Web Guide
www.tradeeasy.com



บริการที่โดดเด่นของเว็บไซต์นี้ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้เว็บไซต์คือการให้บริการข้อมูลการค้าอัตโนมัติ ซึ่งทั้งสะดวกรวดเร็ว และมีความถูกต้องน่าเชื่อถือ โดยบริการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง tradeeasy.com กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในหลายประเทศ เช่น จีน อเมริกา และญี่ปุ่น เป็นต้น

ภายในเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ ผู้ใช้บริการจากเว็บไซต์ เช่น การค้นหาข้อมูลเสนอซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกก่อน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากบริการของเว็บไซต์ดังกล่าวมุ่งสร้างเครือข่ายชุมชนทางการค้าที่สำคัญของโลก

ด้วยการที่เว็บไซต์ดังกล่าวนี้ให้รายละเอียดข้อมูลที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือแก่ผู้ใช้บริการของเว็บไซต์ จึงไม่น่าแปลกใจว่าเว็บไซต์นี้จะเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ในใจของผู้ประกอบการทั่วโลก...
ฝ่ายสารสนเทศการค้าระหว่างประเทศ

TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.org
Developed by Chiangmai Trade Point, Thailand
Copyright 2001-2005. All rights reserved.