ปีที่ 4 ฉบับที่ 125 เดือนมิถุนายน 2548
 

ท่านผู้ประกอบการที่รับจดหมายข่าวจากองค์กรเรา โดยส่วนใหญ่แล้วคงจะสนใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ หรือ e-commerce กันอยู่แล้ว โดยเว็บไซต์ก็ถือเสมือนว่าเป็นหน้าร้าน สามารถดึงดูดใจให้คนมาเข้าชมได้มากน้อยขึ้นอยู่กับหน้าตา การออกแบบเว็บไซต์เป็นอย่างแรก นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของรายละเอียดอื่นๆ ท่านสามารถอ่านต่อในหัวข้อ "ทำไมเว็บไม่เวิร์ค" ในจดหมายข่าวฉบับนี้ ในหัวข้อ รู้รอบ e-commerce ค่ะ

 
  ข่าวจากองค์กร
  SME น่ารู้
  รู้รอบ e-commerce
  Techno Corner
  พักสมอง
  Web Guide
   
 ข่าวจากองค์กร
ข่าวประชาสัมพันธ์ : ขยายเวลาเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ Thailand Exhibition 2005 ณ กรุงเบรุต(เลบานอน) จนถึงวันที่ 28 ก.ค 48
ด้วยกรมส่งเสริมการส่งออก กำหนดจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปจัดงานแสดงสินค้า (Thailand Exhibition 2005) ณ กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 1 ตุลาคม 2548 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกสินค้าไทยมีโอกาสเจาะและขยายตลาดการส่งออกไปยังประเทศเลบานอนและภูมิภาคตะวันออกกลาง/ใกล้เคียง ทำให้สินค้าไทยเผยแพร่เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยในหมู่ผู้บริโภคชาวตะวันออกกลาง รวมทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกไทยได้ศึกษาลู่ทางการค้าในตลาดตะวันออกกลางได้มากยิ่งขึ้น

ท่านสามารถDownloadใบสมัครพร้อมรายละเอียดโครงการฯ และ Downloadกำหนดการขนส่งสินค้าได้จากเว็บไซต์

(เรียบเรียงจาก http://www.tradepointthailand.org/n_detail.php?id=113 )
TOP  
 SME น่ารู้
'แผนการตลาด' เริ่มได้จาก 2 แนวทาง (ตอนแรก)
การวางแผนการตลาด ก็คือ การสร้างยอดขาย หรือ การทำให้ประมาณการยอดขายสามารถเป็นไปได้ตามที่ได้วางเป้าหมายไว้
การเริ่มต้นคิดที่จะทำธุรกิจใหม่ หรือ นำสินค้าตัวใหม่เข้าสู่ตลาด ให้ประสบความสำเร็จ เจ้าของหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความสำเร็จของธุรกิจ ควรที่จะต้องเริ่มจากการวางแผนธุรกิจ หรือ แผนการตลาดเสียก่อน
แผนการตลาด จะเป็นส่วนหนึ่งที่ประกอบอยู่ในแผนธุรกิจ
วัตถุประสงค์หลักของการวางแผนการตลาด ก็คือ การสร้างยอดขาย หรือ การทำให้ประมาณการยอดขาย สามารถเป็นไปได้ตามที่ได้วางเป้าหมายไว้ โดยการนำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ มาใช้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ มีประสิทธิผลมากที่สุด
สำหรับธุรกิจ ที่เริ่มดำเนินไปแล้ว และต้องการเพิ่มสินค้ากลุ่มใหม่เข้ามา ก็อาจไม่จำเป็นที่จะต้องทำแผนธุรกิจใหม่ทั้งหมดเมื่อ เจ้าของธุรกิจหรือผู้รับผิดชอบอาจตัดสินใจเลือกทำแค่ แผนการตลาด อย่างเดียวก็เป็นได้

การทำแผนการตลาดสำหรับสินค้าใหม่ อาจเริ่มขึ้นได้จาก 2 แนวทางหลัก คือ
1 .การมีตัวสินค้าอยู่ในมือแล้ว ต้องการหาตลาดมารองรับ
2. การค้นหาว่าตลาดมีความต้องการสินค้าประเภทใดบ้าง แล้วจึงพยายามแสวงหาสินค้ามารองรับ


ตำราบริหารธุรกิจ หรือ การตลาด สมัยใหม่ มักจะเน้นให้เริ่มจากวิธีที่ 2 คือการนำเอาเรื่องความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นตัวตั้ง เพราะหากค้นพบว่าผู้บริโภคหรือลูกค้า มีความต้องการในสิ่งใดแล้ว เราสามารถนำเสนอสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้ การตลาดหรือการขาย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ ผู้บริโภค หรือ ลูกค้า จะต้องยอมรับอย่างง่ายดาย เพราะตรงกับความต้องการของเขาอยู่แล้ว เรียกว่า มีตลาดรองรับค่อนข้างแน่นอนแล้ว
แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่า วิธีที่ 1 คือการเลือกหาตัวสินค้า หรือ มีตัวสินค้าอยู่ในมือก่อน แล้วจึงค่อยมาคิดหาวิธีสร้างตลาด หรือ สร้างความต้องการให้กับผู้บริโภคภายหลัง เป็นวิธีที่มักจะพบกันอยู่เสมอเป็นประจำ จนเราจะได้ยินเสียงบ่นบ่อยๆ จากเจ้าของหรือผู้ประกอบการว่า ผลิตสินค้าขึ้นมามากมาย แต่ขายไม่ได้ ไม่มีตลาดรองรับ และต้องการความช่วยเหลือในการหาตลาด
หลักคิดในการทำแผนการตลาดสำหรับ กรณีที่ 1 นี้ จะต้องเริ่มจากการกลับไปวิเคราะห์ทบทวนดูว่า ตัวสินค้าที่เรามีอยู่นั้น มีลักษณะ หรือคุณสมบัติเด่นประการใดแฝงอยู่ในตัวมันเองหรือไม่ หากเป็นสินค้าพื้นๆ ธรรมดาๆ เหมือนสินค้าอื่นๆ ที่มีวางจำหน่ายทั่วไปในตลาดแล้ว โอกาสที่เราจะผลักดันสินค้าให้เข้าไปแข่งกับสินค้าที่มีเกลื่อนท้องตลาดอยู่แล้วนั้น ก็คงเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะคงไม่มีคู่แข่งรายใดที่จะยินดีต้อนรับ สินค้าที่จะเพิ่มเข้ามาในตลาดที่เขาครองอยู่ก่อนแล้วอย่างแน่นอน
ดังนั้น แผนการที่จะดันสินค้าให้แทรกเข้าไปในตลาดได้ จะต้องหันไปเน้นที่ลักษณะพิเศษของสินค้า หรือ ลักษณะการใช้งานที่แตกต่างไปจากสินค้าของคู่แข่งขันรายอื่นๆ
การหันกลับไปวิเคราะห์ทบทวนดูตัวสินค้าของเรา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เราค้นหาลักษณะพิเศษที่แฝงอยู่ที่เราอาจมองข้ามไปตั้งแต่ต้นก็เป็นได้ ยกตัวอย่าง เช่น สินค้าหัตถกรรม ที่อาจจะเหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึก หรือ เหมาะสำหรับการนำไปประดับตกแต่งบ้าน หรือ เหมาะสำหรับนำไปใช้งาน
หากไม่มีการชี้แนะลักษณะเด่นเหล่านี้ออกมาให้ลูกค้า หรือผู้บริโภคได้รับทราบอย่างชัดเจน ผู้บริโภคอาจต้องใช้เวลานานในการเลือกตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้านี้ไปเพื่อการใด และหากผู้บริโภคยังลังเล ไม่แน่ใจ ก็อาจตัดสินใจเดินเลยไป ไม่ซื้อสินค้านั้นๆ เสียก็ได้
การกำหนดลักษณะ หรือ ประโยชน์ใช้สอยของสินค้า จะทำให้เรามองเห็นกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจนขึ้น เช่น หากกำหนดว่า เป็นของที่ระลึก เราก็จะสามารถเลือกสถานที่จำหน่ายที่เหมาะสมที่จะมีลูกค้าหาซื้อของที่ระลึกได้ ซึ่งอาจเป็นคนละแห่งกับสถานที่ที่จะจำหน่ายของประดับตกแต่งบ้าน การไม่กำหนดลักษณะ หรือ ประโยชน์ใช้สอยอย่างชัดเจน อาจทำให้ตัดสินใจเลือกทำเลวางสินค้าที่ผิดพลาด ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งเป็นการนำไปสู่การขายสินค้าไม่ได้ในที่สุด
ดังนั้น แผนการตลาด ที่จะเขียนขึ้นสำหรับกรณีมีสินค้าอยู่ในมือแล้ว ควรที่จะต้องชี้ออกไปให้ชัดเจนเป็นลำดับ ว่า 1.จะขายอะไร 2.ขายให้แก่ใคร 3.จะขายราคาเท่าไร 4.จะขายอย่างไร 5.จะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เกิดขึ้นเท่าไร และ 6.จะทำให้ได้รายได้หรือยอดขายเท่าไร
การตอบคำถามว่า จะขายอะไร จะทำให้เราต้องดึงเอาลักษณะโดดเด่นของสินค้าออกมาให้ได้
การตอบคำถามว่า จะขายให้ใคร จะทำให้เราแบ่งส่วนลูกค้าได้ชัดเจนและเหมาะสม
การตอบคำถามว่า จะขายราคาเท่าไร จะทำให้เรารู้ว่า เราได้วางตำแหน่งสินค้าไว้เหมาะสมตามความต้องการหรือไม่ เช่น เป็นสินค้าดีราคายุติธรรม หรือ เป็นสินค้าชั้นดีราคาแพง เป็นต้น เพราะหากตั้งราคาขายไม่เหมาะสม กลายเป็นสินค้าธรรมดาๆ แต่ราคาแพง แผนการตลาดที่กำหนดไว้ ก็อาจไม่เป็นไปตามความต้องการได้
การตอบคำถามว่า จะขายอย่างไร ก็คือการกำหนดรายละเอียดกลยุทธ์การตลาดที่จะเลือกมาใช้ ซึ่งจะทำให้สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วยในเวลาเดียวกัน
และสุดท้าย แผนการตลาด ทุกแผน จะต้องตอบคำถามว่า หลังจากใช้กลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ที่ได้บรรยายมาแล้วนั้น จะทำให้สร้างยอดขายให้กับสินค้าได้เท่าไร ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการทำแผนการตลาด

ต้องอย่าลืมว่า แผนการตลาด ไม่ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อการใช้เงิน แต่ทำขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการสร้างยอดขายให้ได้มากกว่า ดังนั้น เมื่อเขียน แผนการตลาด เสร็จแล้ว ผู้เขียนหรือผู้จัดทำควรนำ แผนการตลาด มาอ่านทบทวนดูว่ามีคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ ในแผนของท่านหรือไม่
1.จะขายอะไร 2.ขายให้แก่ใคร 3.จะขายราคาเท่าไร 4.จะขายอย่างไร 5.จะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เกิดขึ้นเท่าไร และ 6.จะทำให้ได้รายได้หรือยอดขายเท่าไร

ส่วนการเขียน แผนการตลาด สำหรับแนวทางที่ 2 หรือ แนวทางที่เกิดจากการค้นหาความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภคก่อน แล้วจึงวางแผนหาสินค้าที่ตรงกับความต้องการนั้นมานำเสนอ คงจะต้องยกยอดไปสัปดาห์หน้า
SMEs คลินิก : 'แผนการตลาด' เริ่มได้จาก 2 แนวทาง (1) เรวัต ตันตยานนท์

(เรียบเรียงจาก http://http://www.bangkokbizweek.com/ )
TOP  
 รู้รอบ e-commerce
ทำไมเว็บไม่เวิร์ค
การทำอีคอมเมิร์ชนั้น คงไม่ใช่แค่เพียงการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แล้วใครต่อใครก็ต่ออินเทอร์เน็ตเข้าไปดูกันได้เท่านั้น เพราะหากว่าไปแล้วเว็บไซต์ก็เหมือน "ภาพพจน์"หนึ่งของบริษัท หากท่านอยากทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ ควรคำนึงถึงอุปสรรคเหล่านี้ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญวัดชะตาว่าเว็บของท่านจะรุ่งหรือร่วง
1. การนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ หลายเว็บไซต์ยังขาดทักษะเรื่องของภาษา การนำเสนอขายสินค้า บางครั้งแค่ใส่ขนาดกับราคาเพียงเท่านั้น ขาดรายละเอียดทั้งในเรื่องของวัสดุ การใช้งาน และข้อมูลต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการเพิ่ม ที่สำคัญ นโยบายรับคืนสินค้า หลายเว็บไซต์มักเกรงปัญหาของคืน จึงไม่ได้ใส่เงื่อนไขสำคัญนี้ในเว็บของตน หรือบางเว็บไซต์ก็ใส่ข้อมูลที่เยอะมากเกินไป กว่าลูกค้าจะคลิกเข้าไปซื้อของได้ก็เสียเวลาเปิดเข้าไปในแต่ละหน้านานมาก
2. ขาดบุคคลากรที่มีความรู้ การนำเสนอข้อมูลที่ขาดรายละเอียดนั้น บางครั้งมีลูกค้าอีเมล์มาสอบถามเพิ่มเติม แต่บางเว็บไซต์ไม่ได้ตั้งบุคคลากรเพื่อดูแลปัญหานี้ หรือขาดความรู้ในการเข้าถึงเทคโนโลยี มีผู้ประกอบการหลายราย เปิดเว็บไซต์แล้ว ไม่ได้ตรวจอีเมล์ หรือตอบช้าเกินไป
3. ขาดการวางแผนตลาดรองรับ การมีเว็บไซต์เป็นเสมือนการเปิดร้านแห่งหนึ่งขึ้นบนโลกไซเบอร์ ซึ่งวันหนึ่งๆ มีเว็บเกิดขึ้นเป็นหมื่น หากไม่มีการวางแผนประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรู้จัก ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ หลายเว็บเกิดขึ้นมาแบบขาดการวางแผน เห็นธุรกิจอื่นมีเว็บกัน ก็แค่อยากมีกับเขาบ้าง
4. ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจัง มีหลายเว็บที่เปิดขึ้นมาแล้ว ขาดการดูแล ผู้ซื้อเข้ามากี่เดือนก็พบรูปแบบเหมือนเดิม ซ้ำโปรโมชั่นเก่าที่เอามาลดราคาก็หมดเขตไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้เว็บขาดความเชื่อถือ ดังนั้น เมื่อเปิดเว็บแล้ว ต้องติดตาม ตรวจสอบสถิติ และพัฒนาเว็บไซต์ของตนให้ทันสมัยอยู่เสมอ
5. หลงเทคโนโลยี การสร้างเว็บไซต์ บางครั้งผู้ประกอบการมักหลงใหลกับความงามของกราฟฟิก ใส่ภาพเคลื่อนไหว เสียงประกอบต่างๆ เข้าไป เพื่อหวังจะเรียกร้องความสนใจของผู้เข้าชม โดยลืมไปว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ผู้ซื้อสินค้าเสียเวลาโหลดนานมากกว่าที่จะได้ดูสินค้าแต่ละหน้า
6. ไม่กำหนดตลาด การที่อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงคนได้ทั่วโลก ทำให้ผู้ค้าบางรายหวังขายสินค้าไปทั่วโลก ทั้งที่ในโลกการค้า ลักษณะการใช้ภาษาก็ดี, รูปแบบ, ราคาของสินค้าก็ดี ล้วนมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น เมื่อได้ข้อมูลความต้องการของลูกค้าที่ชัดเจนแล้ว ควรมุ่งเน้นไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมาย ดีกว่าการทำตลาดแบบเหวี่ยงแห ซึ่งนอกจากเสียเวลาแล้ว ยังอาจเสียลูกค้าโดยไม่รู้ตัว เช่น หากจะขายเครื่องประดับราคาสูงแล้ว ก็ต้องไม่มีการขายตุ้มหู คู่ละ เหรียญอยู่ในเว็บ เป็นต้น
7. การออกแบบ การออกแบบเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ควรออกแบบให้ผู้ใช้ เข้าใจได้ง่าย โดยไม่ต้องมีคู่มือประกอบ สามารถค้นหาสินค้าได้สะดวก และชำระเงินได้โดยง่าย บางเว็บไซต์ ผู้ซื้อต้องกรอกข้อมูลมากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และรู้สึกว่าใช้งานลำบาก

สาเหตุที่เว็บไม่ "เวิร์ค"

(เรียบเรียงจาก http://www.itforsme.com/index_mainarticle2.html )
TOP  
 Techno Corner
PDA กำลังจะสูญพันธุ์?
PDA หรือ Personal Digital Assistant ถูกออกแบบมาในเบื้องต้นเพื่อทำงานของ Electronics Organizer ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลการนัดหมาย ข้อมูลของบุคคลที่จะติดต่อ บวกกับความสามารถของคอมพิวเตอร์อเนกประสงค์เข้าไปเพื่อให้เป็นนาฬิกาที่ปลุกเตือนเมื่อถึงเวลานัดหมาย เพื่อให้กรอกข้อมูลได้สะดวกขึ้นและเพื่อให้ปรับแต่งการใช้งานให้หมาะกับผู้ใช้แต่ละคน

แต่จะมีใครสักกี่คนในโลกนี้ที่ต้องการ Electronics Organizer ชั้นดิสำหรับการจัดการกิจกรรมในแต่ละวัน แม้ว่าการบริหารเวลาที่ดีจะเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตที่มีคุณภาพ แต่มนุษย์ต้องการชีวิตที่สะดวกสบายมากที่สุดในทุกเวลามากกว่า ทำให้ PDA ในความหมายของ Electronices Organizer เลือนไป และมีภาพของคอมพิวเตอร์ที่สามารถติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งานต่างๆเข้ามาทดแทน

ภาพของคอมพิวเตอร์อเนกประสงค์ที่คลุมเครือ ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ใช้สอยของ PDA คลุมเครือเช่นกัน

ในยุคสมัยที่การสื่อสารไร้สายส่วนบุคคลกำลังเป็นอุปกรณ์สำคัญ ประเทศในยุโรปบางประเทศมีจำนวนโทรศัพท์มือถือเท่ากับจำนวนประชากร หรือแม้แต่ในประเทศไทยที่จำนวนโทรศัพท์มือถืออยู่ในอัตร หนึ่งเครื่องต่อคนไทยสามคน โทรศัพท์กลายเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ประจำตัวของคนเมืองตั้งแต่เด็กนักเรียนไปจนถึงพ่อเฒ่าแม่เฒ่าที่ลูกซื้อโทรศัพท์ไว้ให้เพื่อจะได้โทรหาได้สะดวก SIM ของโทรศัพท์มือถือสามารถหาซื้อได้ง่ายๆตามร้านสะดวกซื้อโดยไม่ต้องใช้ขั้นตอนหรือเอกสารยุ่งยาก แม้ว่าคนส่วนใหญ่ยังคงใช้โทรศัพท์มือถือตามวัตถุประสงค์เดิมของโทรศัพท์ตั้งแต่สมัย Alexander Graham Bell นั่นคือใช้สำหรับการสื่อสารพูดคุย แต่ก็มีผู้ใช้อีกจำนวนหนึ่งที่ใช้โทรศัพท์สำหรับวัตถุประสงค์ที่ซับซ้อนไปกว่านั้น ตั้งแต่การเก็บข้อมูลของผู้จะติดต่อลงในหน่วยความจำของโทรศัพท์ หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า "เม็ม-เบอร์" หลายคนไม่เคยจำเบอร์ของแฟนตัวเองได้ เพราะยกหน้าที่ในการจำให้กับโทรศัพท์ไปแล้ว ผู้ใช้บางคนใช้โทรศัพท์สำหรับการส่งข้อความเพื่อการติดต่ออย่างเงียบๆและไม่เร่งด่วน หรือเพื่อร่วมแสดงความเห็นในรายการโทรทัศน์

สิ่งที่มีติดตัว PDA มาตั้งแต่สมัยที่เป็น Electronics Organizer ก็คือ การเก็บข้อมูลของผู้ที่ติดต่อ ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่เข้ากันได้สนิทกับโทรศัพท์มือถือ
สมัยที่โทรศัพท์มือถือยังไม่มีมากมายเท่าทุกวันนี้ การติดต่อทางโทรศัพท์แม้จะสะดวกแต่ก็เป็นการใช้โทรศัพท์มีสาย ผู้ใช้ PDA อาศัยความสะดวกในการบันทึกรายละเอียดของบุคคล และความสะดวกในการค้นหาข้อมูลเพื่อเรียกเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่จะติดต่อขึ้นมา วาง PDA ไว้กับโต๊ะและต่อโทรศัพท์ตามข้อมูลที่ได้ แต่ในสมัยที่โทรศัพท์มือถือมีมากกว่าโทรศัพท์ตามบ้าน การยกเอา PDA ขึ้นมาค้นเบอร์ จำเบอร์ไว้แล้วยกโทรศัพท์มือถือมาต่อสายนั้นเป็นภาระมากกว่าความสะดวก และโทรศัพท์เองก็สามารถจะ "เม็ม-เบอร์" ไว้ในตัวได้อยู่แล้ว ความเป็น Electronics Organizer ที่ดีของ PDA จึงมีประโยชน์น้อยลงกว่าที่เคยเป็น

แต่ PDA ที่มีโทรศัพท์ในตัว ดูจะได้ประโยชน์มากกว่า
หรือแม้แต่โทรศัพท์ที่มีความสามารถมากขึ้น ใช้ถ่ายรูปส่งแนบไปกับ Email ได้ ดูน่าจะเพิ่มรสชาติของการสื่อสารได้มากกว่า

จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์สองชนิดที่ค่อยๆรวมเข้าด้วยกัน
คือ PDA ที่ผนวกเอาโทรศัพท์เข้าไปด้วย กลายเป็น PDA Phone โทรศัพท์ที่มีจอภาพขนาดใหญ่ กรอกข้อมูลด้วยการแตะที่จอภาพอย่าง PDA สำหรับคอ PDA ดั้งเดิม
กับโทรศัพท์ Smartphone ที่มีความสามารถในการจัดการข้อมูล ตารางนัดหมาย ติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมได้ แต่ยังคงความกระทัดรัด และการกรอกข้อมูลด้วยปุ่มไม่กี่ปุ่มของโทรศัพท์

เส้นแบ่งระหว่าง PDA Phone กับ Smartphone เกิดขึ้นอย่างลางเลือน และในที่สุดก็จะกลายเป็นประเภทหนึ่งของโทรศัพท์ไป

ในด้านของ PDA แท้ๆนั้น กลุ่มผู้ใช้จะเป็นกลุ่มเดิม โดยมีผู้ใช้หน้าใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับผู้ใช้ทั่วไปที่เป็นผู้ใช้โทรศัพท์และขยับไปใช้โทรศัพท์ที่เก่งขึ้นอย่าง Smartphone หรือ PDA Phone รวมทั้งผู้ใช้ PDA เดิมที่ขยับมาใช้อุปกรณ์รวมชิ้น ทำให้สัดส่วนของผู้ใช้ PDA แท้ๆมีจำนวนที่น้อยลงเรื่อยๆ

นอกจากการเป็นโทรศัพท์แล้ว ยังมีอุปกรณ์ชนิดอื่นที่ผนวกเอา PDA เข้าไว้ในตัว หรือพัฒนาบนพื้นฐานของ PDA เช่นอุปกรณ์ระบุพิกัดและนำทางด้วยดาวเทียม (GPS) หรือเครื่องเล่นเกมชนิดพกพา

ในปัจจุบันแทบไม่มีผู้ผลิตรายไหนที่ผลิต PDA ในความหมายของ Electronics Organizer อีกเลย, PDA ในสมัยหลังๆต่างเพิ่มความสามารถอื่นๆเข้าไป

TOP  
 พักสมอง
แค่พิมพ์ผิด
คู่สามีภรรยาวางแผนจะไปเที่ยวภูเก็ตกัน แต่เนื่องจากฝ่ายภรรยาติดงานด่วนจึงต้องให้สามีล่วงหน้าไปก่อน แล้วเธอจึงจะตามไปในวันถัดมา เมื่อชายหนุ่มไปถึง เขารีบเขียนอีเมล์ถึงภรรยาทันที แต่ด้วยความสะเพร่าของเขา เขาพิมพ์อีเมล์แอดเดรสของภรรยาผิดไปตัวหนึ่ง อีเมล์เจ้ากรรมจึงมาถึงหญิงคนหนึ่งซึ่งสามีเพิ่งจะตายไป เธอเปิดอีเมล์อ่านและเป็นลมไปในทันที

เนื้อความในอีเมล์นั้นมีว่า

“ที่รัก ผมคิดถึงคุณมากเลยรู้ไหม ผมอยากให้คุณรีบมาหาผมเร็วๆจัง แต่บอกไว้อย่างนะ คุณคงไม่ค่อยชอบแน่เลย เพราะที่นี่มันร้อนมากเชียว”


(เรียบเรียงจาก http://www.abyim.com )
TOP  
 Web Guide
www.yahoo.com



เว็บไซต์เด่นประจำสัปดาห์นี้คงเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เนื่องจากเว็บไซต์ดังกล่าวมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากในด้านการให้บริการสืบค้นข้อมูลต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก โดยมีการแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการจำแนกการค้นหา อาทิเช่น Directory (ค้นหาเว็บไซต์และข้อมูลต่างๆ) News (ข่าวสารทันเหตุการณ์จากแหล่งข่าวท้องถิ่นทั่วโลก) Yellow Pages (การค้นหาข้อมูลทางธุรกิจจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ให้บริการเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา) นอกจากนี้ยังแสดงผลการค้นหาที่มีความละเอียดและครบถ้วน โดยการกำหนด Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการค้นหา

ประโยชน์ของเว็บไซต์นี้อีกประการหนึ่งเพื่อการประชาสัมพันธ์ธุรกิจหรือกิจการของท่านก็คือ การลงทะเบียนข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ บริษัท หรือธุรกิจของตนใน Yahoo ซึ่งหากผู้ใช้งานเรียกดูข้อมูลที่สัมพันธ์กับ Keyword หรือข้อมูลอื่นใดที่เราได้ลงทะเบียนไว้ใน Search Engine ของเว็บไซต์ ข้อมูลนั้นจะแสดงผลออกมาด้วย ซึ่งถือเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่มีประสิทธิภาพมากอีกทางหนึ่ง....
ฝ่ายสารสนเทศการค้าระหว่างประเทศ

TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.org
Developed by Chiangmai Trade Point, Thailand
Copyright 2001-2005. All rights reserved.