ปีที่ 4 ฉบับที่ 122 เดือนพฤษภาคม 2548
 

        ทักทาย e-newsletter ฉบับนี้ด้วยรูปของ Miss Universe2005 ที่ลุ้นกันระทึกจนในที่สุดก็ทราบผลการประกวดว่า...สาวงามจากประเทศแคนาดา “นาตาลี เกลบโบวา” บาดใจคณะกรรมการกองประกวดได้ตำแหน่งนางงามจักรวาลไป ส่วนสาวงามจากประเทศไทยของเราก็ยังไม่น้อยหน้าชาติไหนนะคะเพราะว่ายังสามารถคว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมมาครอง
        ส่วนวันพรุ่งนี้ค่ะ วันที่ 1 มิถุนายน 2548 ภารกิจต่อไปของบรรดาเหล่านางงาม นำทีมโดยนางงามจักรวาลคนล่าสุดจะไปร่วมในการเปิดโครงการคิกออฟประหยัดพลังงานถือเป็นวันเปิดตัวโครงการรณรงค์ให้ภาครัฐ เอกชน และประชาชน มีจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานพร้อมกันทั่วประเทศ โดย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดงานที่ทำเนียบรัฐบาล จะมีการเชิญชวนประชาชนทั้งประเทศ ปิดไฟบ้านละ 1 ดวง เป็นเวลา 5 นาที ในเวลา 20.45-20.50 น. พร้อมกันทั่วประเทศ
โดยการปิดไฟ 1 ดวง บ้านละ 5 นาที ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ประเมินว่าจะสามารถประหยัดค่าไฟได้รวมกันได้ 130,000 บาท และหลังจากนี้เมื่อมีการปิดไฟบ้านละ 1 ดวงต่อหลังต่อวันต่อชั่วโมง จะสามารถประหยัดค่าไฟรวมกันได้ 1,200 ล้านบาทต่อปี
        นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังช่วยชาติประหยัดพลังงานค่ะ

 
  ข่าวจากองค์กร
  SME น่ารู้
  รู้รอบ e-commerce
  Techno Corner
  พักสมอง
  Web Guide
   
 ข่าวจากองค์กร
สถานบริการวิชาการมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัท แจส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลติ้ง จำกัด ร่วมจัดอบรมหลักสูตรการบริหารธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ
สถานบริการวิชาการมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัท แจส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลติ้ง จำกัด จัดศึกษาอบรมหลักสูตร การบริหารธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (Mini M.A. in International Trade) เพื่อส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาบุคลิกภาพของผู้ประกอบการไปสู่ระดับโลก ในวันที่ 4 มิถุนายนถึง 31 กรกฎาคม 2548 (เรียนเฉพาะเสาร์ - อาทิตย์) พร้อมดูงานการค้าและ logistics ในสิงคโปร์

สนใจติดต่อได้ที่ 053-283090, 283094, 942308, 943217

TOP  
 SME น่ารู้
รักษาลูกค้าด้วยระบบ CRM
การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับองค์กร ถือเป็นหลักการสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ และเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องลงมือทำอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ขนาดกลางหรือขนาดเล็กก็ตาม
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับองค์กร จะช่วยให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดีต่อการใช้สินค้าและบริการ ซึ่งเกี่ยวโยงถึงการนำเอาระบบ CRM (Customer Relationship Management) เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากระบบ CRM จะทำหน้าที่ในการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ หรือแม้กระทั่งทำหน้าที่ในการชักชวนลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการอีกครั้ง ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเรียนรู้และให้ความสำคัญกับระบบดังกล่าวมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ในคอลัมภ์เอสเอ็มอีน่ารู้ครั้งนี้ ทางเราจึงนำเอาระบบ CRM มานำเสนอ เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบ ว่าระบบดังกล่าวมีลักษณะเช่นไร

CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ระบบการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์นั้นเอง ระบบ CRM มีความหมายโดยรวม คือการบริหารจัดการการบริการและสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับทั้งสินค้า บริการและบริษัท โดยอาศัยวิธีการใด ๆ ก็ตามที่สามารถเรียนรู้ลูกค้าในระยะยาว เพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนความสัมพันธ์เฉพาะตัว

CRM หมายถึงอะไร ในศัพท์ต่างๆ ที่มักจะพูดถึงกัน อาจจะทำให้เข้าใจไขว้เขว ศัพท์เหล่านี้คือความหมายเดียวกันของ CRM ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Relationship Marketing หรือการตลาดสายสัมพันธ์ จะเรียกว่าเป็น One-to-One Marketing จะเรียกว่า CRM จาก RM ทั้งหลายจะกระจายไปอีกเยอะมากเป็น ERM, PRM แล้วก็ CRM แล้วก็ CCRM Concept เดียวกันทั้งนั้นเรื่องของเทคโนโลยี Enable Marketing เรื่องของ Real Time Marketing Customer Intimate ขอให้เข้าใจว่าไม่ว่าจะเจอศัพท์เหล่านี้ที่ไหนเป็นเรื่องเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหลายท่านยังอาจจะขาดแนวทางเพื่อชี้นำไปสู่การทำ CRM ในจดหมายข่าวฉบับนี้จึงขอยกเอาข้อคิด 7 ประการสำหรับผลสำเร็จที่รวดเร็ว และเป็นจริงของ CRM มานำเสนอ

1. หากลยุทธ์ CRM ที่เข้ากันได้กับธุรกิจของคุณ
บริษัทหลายแห่งมีระบบ CRM ทั้งที่ไม่เข้าใจว่า CRM จะมีผลกระทบกับลูกค้า และธุรกิจโดยรวมเช่นไรบ้าง ทางที่ดี บริษัทต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ความสำเร็จของ CRM ไม่ใช่แค่ขึ้นกับ ฮาร์ทแวร์ และ ซอฟท์แวร์ แต่ขึ้นกับวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับว่า ความพึงพอใจของลูกค้าต่อบริการเป็นสิ่งสำคัญเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยนำ CRM เข้าไปในโครงสร้างองค์กรและแผนงาน

2. ต้องมองภาพใหญ่ ใช้อินเตอร์เนต ทั่วองค์กร
ปัจจุบันหลายๆบริษัทใช้ระบบ CRM ประเภทที่แยกการทำงานเป็นส่วน ๆ ออกจากกันเพราะมองว่า เริ่มต้นไม่แพงมาก โดยลืมมองภาพรวมทั้งองค์ว่า ในอนาคต มันจะบูรณาการกันได้อย่างไร ค่าใช้จ่ายจะบานปลายขนาดไหนถ้ายังนึกไม่ออก ดูการสร้างถนนของ กทม. ในสมัยก่อน การสร้างถนน การขุดท่อ การร้อยสายไฟ การร้อยสายโทรศัพท์ ต่างคนต่างทำ โดยยึดแนวทาง มีเงินแค่ไหนก็ทำไปแค่นั้น ผลสุดท้ายก็คือ เสียหายกันทั้งระบบ ทั้งขุดทั้งกลบ ขุดแล้วก็กลบอีก สร้างความชอกช้ำให้กับ ประชาชนผู้ใช้บริการของรัฐตลอดมา ซึ่งนอกจากได้ผลการทำงานที่ไม่สอดคล้องกันแล้ว ยังมีคุณภาพต่ำอีกด้วย
อะไรคือความลับสู่ความสำเร็จในการวางระบบ CRM แนวคิดแบบ Internet Business Flows หรือ การใช้ระบบ CRM ออนไลน์ โซลูชั่นอย่างสมบูรณ์แบบ ที่สามารถกระจาย การใช้งานได้ทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการทำงาน คือคำตอบ เพราะองค์ที่ใช้แนวคิดดังกล่าว จะสามารถก้าวสู่ขั้นตอนการวางระบบ CRM ได้อย่างรวดเร็ว และได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างแท้จริงในระยะยาว

3. ตอบแทนจากการลงทุนคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
หนังสือ Information Masters ของ จอห์น แม็คคีน ได้จับประเด็นใหญ่ไว้ว่า "ถึงแม้ว่าจะฟังดูไร้สาระเพียงไรก็ตาม แต่ว่าบริษัทหลายแห่ง ก็วัดผลกำไรของตน ด้วยการบริการลูกค้าสัมพันธ์" สิ่งแรกที่ทางบริษัทควรจะถามตัวแทนจำหน่ายก็คือ ผลตอบแทนจากการลงทุนจะเป็นเท่าไร และบริษัทของเราจะสามารถทำเงินได้มากแค่ไหน หรืออย่างน้อยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เท่าไร ผู้ขาย ควรจะมีวิธีวัดและประเมินผลการลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นโดยการเพิ่มรายได้หรือการตัดรายจ่าย

4. ผสมผสาน CRM กับส่วนอื่นของบริษัท
อย่าคิดไปว่า CRM อยู่ในความรับผิดชอบของผู้จัดการด้าน IT ทางบริษัทควรจะรวม CRM เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการทางธุรกิจโดยรวม ขยายการดูแลและความเข้าใจลูกค้า ให้ไปไกลกว่าแค่ฝ่ายการตลาด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องระบบซัพพลาย เช่นสำหรับ กระบวนการผลิตชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบ รวมทั้งการบริการลูกค้าเพื่อสร้างโอกาสด้าน การเสนอขายสินค้าและบริการในรูปแบบอื่น ๆ

5. เอา CRM เข้าไปอยู่ในแผนการประชุมของ CIO
ต้องผลักดันให้ CIO สามารถมีมุมมองในเชิงกลยุทธ์ เพิ่มมากขึ้น โดยทั่วไป CIO ส่วนใหญ่พยายามที่จะลดงบประมาณทางด้านระบบ หรือ อุปกรณ์ที่สนับสนุนงานที่ไม่ใช่กลยุทธ์ ( Non-strategic) งานที่เป็นงานประจำ ก็จะนำ เทคโนโลยีเข้าไปแทน CIO ยุคใหม่ควรทำความเข้าใจว่า CRM เป็นทางหนึ่งที่สามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ขยายส่วนแบ่งการตลาดและทำผลกำไรเพิ่มมากขึ้น

6. Think suite เลือกเป็นชุดดีกว่า
การใช้แอพพลิเคชั่นแบบยกชุด สามารถทำให้ทางบริษัทลดค่าใช้จ่าย ในด้านการประสานระบบต่างๆ ด้านการอัพเกรดระบบทั้งก่อน และหลังการซื้อ การที่มีผู้รับผิดชอบเพียงเจ้าเดียว จะทำให้ประหยัดเวลาและความยุ่งยากในการ ติดตั้ง และพัฒนาระบบ ตัวอย่างความสำเร็จของ International Engineering (IEC) ในการติดตั้งระบบ CRM โดยใช้คอนเซ็ปต์ดังกล่าว สามารถทำให้เป็นผลสำเร็จ ภายใน 90 วันเท่านั้นหลังจากสั่งซื้อระบบ แทนที่จะต้องมาเสี่ยงลองผิดลองถูก ทำให้ IEC ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

7. ทำอะไรที่ไม่ยุ่งยาก
การติดตั้งระบบ CRM ไม่ควรจะเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก ในขณะที่เศรษฐกิจคืบคลานไปได้อย่างช้าๆ บริษัทต้องการแอพพลิเคชั่นที่ง่ายต่อการใช้ รวดเร็วในการติดตั้ง และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน โปรแกรมยกชุด ประเภทFast forward solutions มีราคาที่ประหยัด และยังเป็นโปรแกรมที่ใช้เป็นโปรแกรมหลักได้ (Core functionality) ทั้งคอลเซ็นเตอร์ ฝ่ายบริการลูกค้า ช่วยให้ฝ่ายขายดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล
[บทความ “เคล็ดไม่ลับ 7 ประการ สำหรับกลยุทธ์ CRM” ใน Gadgets & Technology ข้อมูลโดย ORACLE

(เรียบเรียงจาก http://it.lemononline.com/scoops/sc478/CRM-tips.asp ] )
TOP  
 รู้รอบ e-commerce
Payment gateway บนเว็ปอีคอมเมอร์ส
หลายปีที่ผ่านมา ถ้าคุณได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจเว็ปไซต์อีคอมเมอร์สบนอินเตอร์เน็ต คุณก็คงจะพบเว็ปไซต์จำนวนมากที่มีการเปิดเป็นเว็ปไซต์เพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ไม่น่าแปลกใจเลยหากว่าจะมีหลาย ๆ คนหันมาสนใจเปิดร้านค้าออนไลน์กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นการทำธุรกิจในลักษณะดังกล่าวมีต้นทุนที่ต่ำ และประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังเป็นช่องทางการค้าที่เปิดกว้างไปทั่วโลก เพราะปราศจากข้อจำกัดทั้งเวลาและสถานที่
การเปิดเว็ปไซต์เพื่อการค้า ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราจะใช้เว็ปไซต์อีคอมเมอร์สของเราอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำส่วนที่ดีของประสิทธิภาพการชำระเงินทางออนไลน์ มาช่วยอำนวยความสะดวกทั้งตัวผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าเอง

อีคอมเมอร์สที่สมบูรณ์แบบและระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจ จำเป็นต้องใช้ “Internet payment gateway” ที่จะทำการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายและเครือข่ายทางการเงินเพื่อที่จะเคลื่อนย้ายเงินไปมาได้บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet Payment Processing System)

ก่อนที่จะนำ Payment gateway มาใช้งาน เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่ากระบวนการ Internet payment processing ทำงานอย่างไร? และมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้?

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชำระเงินออนไลน์ ได้แก่
ลูกค้า คือ ผู้ที่ถือเครื่องมือในการชำระเงิน - ในที่นี้ คือ บัตรเครดิต, บัตรเดบิตหรือ e-check - ที่ออกให้โดย issuer. #
อิซซูเออร์ ( Issuer) เป็นสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร ซึ่งจะเป็นผู้ที่จัดหาเครื่องมือ ในการชำระเงินให้กับลูกค้า Issuer จะรับผิดชอบหนี้ที่เกิดจาก การชำระเงินของผู้ที่ถือบัตร #
เมอร์ชันต์( Merchant ) คือ ผู้ขาย ในที่นี้หมายถึง เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะขายสินค้า หรือบริการให้กับผู้ที่ถือบัตรเครดิตผ่านทางเว็บไซต์ ผู้ขาย (ร้านค้าที่อยู่ บนอินเตอร์เน็ต) ที่จะรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ต้องมี Internet Merchant Account ที่ออกให้โดย Acquirer. #
แอคไควเรอร์ ( Acquirer ) เป็นสถาบันการเงินที่จะสร้างและออก Internet Merchant Account ให้กับเรา (ในฐานะของผู้ขายหรือพ่อค้า) และจะจัดการเรื่อง การให้อนุญาตชำระเงินและจ่ายเงิน Acquirer จะให้อำนาจกับผู้ขาย ที่ได้รับแอคเคานต์พิเศษนี้ดำเนินการกับการสั่งซื้อของลูกค้าที่ได้เสนอ เข้ามา แต่จำนวนเงินที่อนุมัตินี้ต้องไม่เกินวงเงินเครดิตของลูกค้า ถ้า บัตรเครดิตของลูกค้าผ่านการตรวจสอบแล้ว Acquirerก็จะทำการส่ง โอนเงินทางออนไลน์เข้าไปยังแอคเคานต์ (ก็คือ Internet merchant account) ของเราด้วยและจากนั้นก็เรียกเงินคืนจาก Issuer ผ่านทาง เครือข่ายการชำระเงินของกองทุนอิเลคทรอนิกส์
Payment Gateway ดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลที่สาม ที่เป็นตัวกลาง บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งเรียกว่าThird-party provider ระบบของเกตเวย์ นี้จะจัดการเชื่อมต่อขบวนการชำระเงินของผู้ขาย โดยเชื่อมต่อระหว่าง เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเข้ากับระบบด้านการเงินของทาง Acquirer.
Processor เป็นศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ดำเนินการด้านการชำระเงิน ผ่านบัตรเครดิตและส่งเงินเข้าไปยังแอค เคานต์ของผู้ขาย Processor จะเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ของเราในนามของ Acquirer ผ่านทาง Payment gateway.

สรุปขั้นตอนพื้นฐานของขบวนการชำระเงินผ่านทางออนไลน์โดยใช้ระบบ Payment gateway ได้ดังนี้:

1) ลูกค้าเข้าไปที่เว็บไซต์และเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการใส่ในตะกร้า รถเข็น เมื่อได้ครบตามที่ต้องการแล้ว จากนั้นก็กดที่ปุ่ม Check out เพื่อส่งรายการที่จะซื้อทางออนไลน์ไปทำการคำนวณ จากนั้นเว็บไซต์ ของเราจะตอบกลับด้วยการสรุปรายการสั่งซื้อ, ราคาของสินค้าแต่ละ ชิ้น, จำนวนการสั่งซื้อและราคาทั้งหมดพร้อมทั้งคำนวณภาษีหรืออื่นๆ อีกถ้ามี (เช่น ค่าขนส่ง, ค่าห่อของขวัญ เป็นต้น)

2) ลูกค้าตรวจสอบความถูกต้อง และยืนยันการซื้อด้วยการส่ง ออร์เดอร์นั้น พร้อมกับเลือกวิธีการชำระเงินและให้ข้อมูลการชำระเงิน (รวมถึงหมายเลขบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่ถือบัตร) ซึ่งก็ คือข้อมูลบัตรเครดิตไปให้คุณ ข้อมูลการชำระเงินทั้งหมดจะถูกนำ ไปเข้ารหัสโดยผ่านช่องทางพิเศษ SSL (Secured Socket Layer) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นการ เฉพาะระหว่างเว็บเบราเซอร์ของลูกค้าและ SSL server.

3) เว็บอีคอมเมิร์ซส่งคำขออนุญาตในการชำระเงินผ่านทาง Payment gateway ซึ่งจะส่งตรงไปยังธนาคารและ Processor การขออนุญาตจะเป็นการขอครั้งต่อครั้ง เพื่อขอชาร์ตเงินจากบัตร เครดิตของผู้ที่ถือบัตรและต้องได้รับการยืนยันจากบัญชีของผู้ที่ถือ บัตรก่อนที่จะชาร์ตเงิน การทำเช่นนี้เพื่อให้แน่ใจว่าการจ่ายเงินได้ รับการตรวจสอบแล้วและมีการยืนยันกลับมาจากทาง issuer และ เป็นการรับประกันว่าคุณจะได้รับเงินค่าสินค้าที่ขายไป

4) ยืนยันและแจ้งให้ลูกค้าทราบ เมื่อบัตรเครดิตของลูกค้าผ่านการตรวจสอบ จะมีการยืนยันและแจ้ง ให้ลูกค้ารับทราบ ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที (หรืออาจจะ นานถึง 1 นาทีก็ได้)

5) ส่งคำขอให้จ่ายเงิน เว็บไซต์ของคุณจะขอให้จ่ายเงิน ด้วยการส่งคำขอไปที่ Payment gateway ซึ่งจะจัดการกระบวนการจ่ายเงินกับทาง Processor.

6) การชำระเงินได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยหรือผ่านทางธนาคารที่เป็น Acquirer สำหรับนำเงินไปใส่เข้าในบัญชีให้กับคุณ เมื่อทาง Acquirer นำเงินเข้าบัญชีให้แล้ว พวกเขาก็จะตัดค่า Discount rate ไปด้วย ซึ่งจะอยู่ที่ 1.5% -- 5.5% หรืออาจจะสูงกว่านี้ก็ ได้ขึ้นกับอัตราความเสี่ยงของธุรกิจ

7) อีเมล์แจ้งให้จัดส่งสินค้าให้ลูกค้า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คุณจะได้รับอีเมล์แจ้งให้จัดส่งสินค้าให้ลูกค้า (อีเมล์นี้จะมีรายละเอียดของออร์เดอร์ด้วย เช่น รายการสินค้าที่เลือก, จำนวน, ชื่อผู้รับและที่อยู่ที่จะส่งสินค้า) จากนั้นคุณจะต้องดำเนินการ ทันทีและส่งอีเมล์แจ้งลูกค้าพร้อมทั้งส่ง Digital invoice เพื่อให้ลูกค้า เกิดความสบายใจ
หมายเหตุ : คุณจะต้องรีบดำเนินการบรรจุสินค้าและนำส่งอย่างรวดเร็วและ อย่าลืมรายการสินค้าที่ส่งจะต้องตรงตามที่ลูกค้าสั่งเสมอ เพื่อลดความ เสี่ยงของ "Chargebacks" (การเรียกเงินคืน) ซึ่งเกิดจากความไม่พอใจ ของลูกค้าที่ต้องรอคอยสินค้าของคุณนานเกินไปหรือจากความผิดพลาด อื่นๆ ซึ่งรวมถึงการชาร์จเงินที่เป็นผลจากการโกงด้วย Chargeback fee นี้จะอยู่ที่ $15 - $25 ซึ่งคุณจะต้องจ่ายให้กับทาง Acquirer และแน่นอนถ้าคุณถูก chargeback บ่อยๆ มันจะไม่เป็นผลดี ต่อธุรกิจของคุณเลยและนี่อาจจะเป็นสาเหตุให้คุณถูกยกเลิก Internet merchant account ได้ และที่ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อคุณถูกยกเลิกแล้ว คุณจะถูกแบล็คลิสต์โดยทางธนาคารและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะขอใหม่ได้อีก

[ ที่มา : บทความ “เว็บอีคอมเมิร์ซทำงานอย่างไร” จากเว็ปไซต์

(เรียบเรียงจาก http://www.itforsme.com/article_5.html )
TOP  
 Techno Corner
ภัยของเหยื่อแชทออนไลน์ "เอ็มเอสเอ็น" ( MSN )
ปัจจุบัน โลกของ “เอ็มเอสเอ็น” กำลังระบาดอย่างหนักในสังคมไทย และเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพ นำไปใช้ก่อคดีอาชญากรรม มากขึ้น ซึ่งในวันนี้ เราจะไปทำความรู้จักกับโลกของ “เอ็มเอสเอ็น” มากขึ้น

หากคุณเป็นคนยุคใหม่ ในยุคนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก “เอ็มเอสเอ็น” สื่อรักทางอินเตอร์เน็ท ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน จนกำลัง กลายเป็นวัฒนธรรม ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างชุมชนย่อมๆ ไปทั่วสถานที่ทำงาน ด้วยรูปแบบการเล่นที่ง่ายๆ และ ไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนที่จริงของตนออกไป ในโลกของอินเตอร์เน็ท คุณจะเป็นใครก็ได้ ไม่ว่าเทพบุตร หรือซาตาน

แต่ในจำนวนนั้น ก็มีคนจำนวนหนึ่ง ใช้โปรแกรมแชทออนไลน์ อย่าง เอ็มเอสเอ็น เป็นช่องทางหากิน และล่อลวงให้เกิดความเสียหาย จนเรียกได้ว่า ในชุมชนของ “เอ็มเอสเอ็น” พร้อมที่จะเปลี่ยนสถานะ ให้ใครบางคน ให้กลายเป็นเหยื่อได้ในชั่วข้ามคืน และขณะเดียวกัน ก็พร้อมที่จะทำให้เป็นแหล่งเพาะธ์ “อาชญากร” สายพันธุ์ใหม่ ได้ ในเมื่อ มีคนอีกจำนวนหนึ่ง ที่ฉวยโอกาสเหล่านั้น หาทางทำร้ายคนอื่น ผ่านทาง “แชท”

ขณะที่ หลายคน กำลังง่วนยุ่งกับงาน อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่ง สร้างโลกของตัวเองขึ้น บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยการคุยกับคนอื่นๆ หรือที่เรียกกันว่า “แชท” ทั้งเรื่อง งาน เมาท์ หาคู่ กิ๊ก คลายเครียด คลายเหงา เพราะโลกใบเล็กๆ ที่ว่านี้ อยู่ใกล้แค่ปลายนิ้วสัมผัส นั่นเอง

ในโลกของ “เอสเอ็มเอ็น” หรือ “แซท” สามารถย่อโลกให้แคบลงได้ในชั่ว นิ้วมือเดียว ไม่ว่า คุณจะอยู่ซอกมุมใดของโลก ขอเพียง มีคอมพิวเตอร์อยู่ตรงหน้า ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ท เมื่อนั้น พวกคุณก็จะอยู่ในโลกเดียวกัน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโลกแห่งจิตนาการที่ไร้ขอบเขต หรือโลกแห่งความฝัน

ถัดจาก Pirch ICQ หรือ โปรแกรมแชทของเวบต่างๆ แล้ว ดูเหมือนนาทีนี้ ไม่มี แชทออนไลน์แบรนด์ไหนจะฮอตไปกว่า MSN ด้วยหลายๆ เหตุผล นับตั้งแต่ความสะดวกสบาย และลูกเล่นที่เข้ากับยุคสมัย ซึ่งก่อนหน้านี้ เอ็มเอสเอ็น ผู้ให้บริการสื่อสารและข้อมูลออนไลน์ ประกาศเปิดตัว เปิด www.msn.co.th เพื่อเป็นเวบไซต์ที่ให้ประโยชน์ กับผู้ใช้บริการชาวไทย แต่ก็ไม่เชื่อว่า จะเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และมีผู้นำไปใช้ในทางที่เสียหาย

ปฐมบทแห่งการพุดคุย เริ่มจากการเป็นเรื่องธรรมดา ถามสารทุกข์สุกดิบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาจจะยังไม่ถึงชั่วโมง ความสัมพันธ์ของทั้งสองคน บน “เอ็มเอสเอ็น” กลับ สามารถพัฒนา อย่างรวดเร็ว เสมือนกับหนึ่งว่า รู้จักกันว่าเป็นปี ทุกเรื่อง สามารถคุยกันได้เต็มที่ และบทต่อไป การคุยในเชิงชู้สาว หรือเร็ทอาร์ เรทเอ็กซื ก็สามาถบังเกิดขึ้น ได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน ในประเทศไทย มีผู้ใช้ “เอ็มเอสเอ็น” เพิ่มขึ้นทุกเดือน ถึงตอนนี้กว่า 3.53 ล้านคน หรือกว่าร้อยละ 58 จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดในบานเรา ทำให้ “เอ็มเอสเอ็น” ได้รับการขนานนามว่าเป็นแพลทฟอร์มที่สมบูรณ์ที่สุดในการเข้าถึงคนในประเทศผ่านทางออนไลน์

ยังไม่รวมจำนวนผู้ใช้เวบไซต์เอ็มเอสเอ็นทั่วโลก แต่ละเดือนมากถึง 350 ล้านคนทั่วโลก บวกกับสมาชิกประมาณ 8.8 ล้านคนทั่วโลก และให้บริการเวบท่าสำหรับผู้บริโภคเป็นภาษาต่างๆ กัน 20 ภาษาใน 39 ประเทศ

แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เอ็มเอสเอ็นกำลังฮอต ในเวลานี้คือ การก่อเกิดเป็นวัฒนธรรม ในที่ทำงานเกือบทุกแห่ง จนเกิดเป็นเครือข่ายที่เชื่อมร้อยผู้คนจากทุกมุมมาไว้ด้วยกัน ทำหน้าที่เป็นสื่อที่สร้างจินตนาการร่วมของผู้คนไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะการ “แชท” กับบุคคลซึ่งไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันมาก่อน จนเป็นที่มาของสารพัดปัญหา ดังเช่นที่ตกเป็นข่าว “สื่อรักออนไลน์เป็นพิษ”

จะเห็นได้ว่า “เอ็มเอสเอ็น” ทำหน้าที่เป็นเพียงช่องทางการสื่อสารที่พาคนมาเจอกัน เท่านั้น แต่หากพูดถึงประเด็นอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดสาระ คนมักจะไม่ค่อยให้ความสนใจกัน เท่าที่ควร จนไม่สามารถทำให้บังเกิดผล ก่อประโยชน์ เท่าที่สามารถจะพึงเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ล้วนมีทั้งโทษและคุณ หากแม้น คนเรา นำไปใช้ให้เป็น ก็จะบังเกิดประโยชน์ มากกว่าโทษ และเวลาเล่น ต้องรู้เท่าทัน ไม่ให้ทำเสียงาน และไม่ตกเป็นเหยื่อ ของกลุ่มอาชญากรแฝง ที่ใช้โลกไซเบอร์ เป็นสถานที่ประกอบอาชญากรรม ทำให้หลายๆ คนตกเป็นเหยื่อ ตามที่มีข่าวให้เห็นแทบทุกวัน

(เรียบเรียงจาก http://www.manager.co.th )
TOP  
 พักสมอง
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าไปหาชายแก่ที่นั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน
หญิงสาว-ขอโทษนะคะคุณลุงคือดิฉันเผอิญสังเกตเห็นว่าคุณลุงดูมีความสุขจังไม่ ทราบว่ามีเคล็ดลับสำหรับชีวิตที่ยืนยาวและแสนสุขมั๊ยคะ
ชายแก่-ผมสูบุหรี่วันละ 3 ซองดื่มเบียร์วันละลัง กินอาหารมันๆ และไม่เค้ยไม่เคยออกกำลังกายเลย
หญิงสาว-ว๊าว!!! ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ คุณลุงอายุเท่าไหร่คะเนี่ย?
ชายแก่-26




(เรียบเรียงจาก http://www.kunkroo.com/joke.html )
TOP  
 Web Guide
www.eceurope.com



เว็บไซต์การค้าออนไลน์ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศแถบตะวันออกและยุโรปตอนกลาง จึงไม่น่าแปลกใจว่าเว็บไซต์นี้จะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้นำเข้า และผู้ส่งออกจำนวนมาก

นอกจากฐานข้อมูลสมาชิกของเว็บไซต์ที่มีจำนวนนับไม่ถ้วนกว่า 340,000 บริษัทครอบคลุมสินค้าและบริการทุกประเภทแล้ว เว็บไซต์ดังกล่าวนี้ยังสร้างบริการที่โดดเด่นกว่าเว็บไซต์ E-marketplace อื่นๆ อาทิเช่น การประสานงานกับผู้ผลิตสินค้าหลากหลายประเภท และระบบ Trade Bulletin ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังบริการพื้นที่ฟรีเพื่อให้สมาชิกสามารถทำเว็บไซต์แสดงแคตตาล็อกสินค้าเพื่อประชาสัมพันธ์กิจการของตนเองได้อีกทางหนึ่งด้วย....
ฝ่ายสารสนเทศการค้าระหว่างประเทศ

TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.org
Developed by Chiangmai Trade Point, Thailand
Copyright 2001-2005. All rights reserved.