การเสียภาษีเป็นหน้าที่ขั้นพื้นฐานของผู้ประกอบการธุรกิจทุกประเภทที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี การเสียภาษีของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีจะมีหลักเกณฑ์จากประเภท ขนาดของธุรกิจและจำนวนลูกจ้าง ด้วยเหตุนี้ บทความนี้จึงขอนำความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เอสเอ็มอีพึงได้รับมานำเสนอตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ได้แบ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ เอสเอ็มอี ออกเป็น 4 ประเภท โดยพิจารณาจากปริมาณของการจ้างงานและสินทรัพย์ถาวร ดังนี้
วิสาหกิจขนาดย่อม ได้แก่
| ประเภทกิจการ | การจ้างงาน | มูลค่าสินทรัพย์ถาวรสุทธิไม่รวมที่ดิน |
| กิจการผลิตสินค้า | ไม่เกิน 50 คน | ไม่เกิน 50 ล้านบาท |
| กิจการให้บริการ | ไม่เกิน 50 คน | ไม่เกิน 50 ล้านบาท |
| กิจการค้าส่ง | ไม่เกิน 25 คน | ไม่เกิน 50 ล้านบาท |
| กิจการค้าปลีก | ไม่เกิน 15 คน | ไม่เกิน 30 ล้านบาท |
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้แก่
| ประเภทกิจการ | การจ้างงาน | มูลค่าสินทรัพย์ถาวรสุทธิไม่รวมที่ดิน |
| กิจการผลิตสินค้า | เกิน 50 คนแต่ไม่เกิน 200 คน | ไม่เกิน 200 ล้านบาท |
| กิจการให้บริการ | เกิน 50 คนแต่ไม่เกิน 200 คน | ไม่เกิน 200 ล้านบาท |
| กิจการค้าส่ง | เกิน 25 คนแต่ไม่เกิน 50 คน | ไม่เกิน 100 ล้านบาท |
| กิจการค้าปลีก | เกิน 15 คนแต่ไม่เกิน 30 คน | ไม่เกิน 60 ล้านบาท |
อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกรมสรรพากรนั้น มิได้ครอบคลุมถึงเอสเอ็มอีทุกรายตามคำจำกัดความดังกล่าว ซึ่งกรณีที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมีเพียงดังต่อไปนี้
1. สิทธิประโยชน์ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
โดยปกติแล้วบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องเสียภาษีจากกำไรสุทธิในอัตราร้อยละ 30 แต่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะได้รับอัตราภาษีที่ลดลงโดยเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของกำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท และ อัตราร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ทั้งนี้มีเงื่อนไขอยู่ 2 ประการ คือ ต้องเป็นกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในงวดบัญชีซึ่งเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้กำหนดไว้เฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาทเท่านั้น (พรฎ 431)
2. สิทธิประโยชน์ในการคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์
สินทรัพย์ประเภทคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ปกติสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ไม่น้อยกว่า 3 รอบบัญชี แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับสิทธิประโยชน์คือสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้เบื้องต้นในวันที่ได้รับสินทรัพย์นั้นมาทันทีร้อยละ 40 ที่เหลืออีกร้อยละ 60 นั้นทยอยหักค่าเสื่อมราคาได้ไม่น้อยกว่า 3 รอบบัญชี
สินทรัพย์ประเภทอาคาร โรงงาน ปกติสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ไม่น้อยกว่า 20 รอบบัญชี แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้เบื้องต้นในวันที่ได้รับสินทรัพย์มา ร้อยละ 25 ที่เหลืออีกร้อยละ 75 สามารถทยอยหัก ได้ไม่น้อยกว่า 20 รอบบัญชี
สินทรัพย์ประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ ปกติสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ไม่น้อยกว่า 5 รอบบัญชี แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีสิทธิหักค่าเสื่อมราคาได้เบื้องต้นในวันที่ได้สินทรัพย์มาร้อยละ 40 ที่เหลืออีกร้อยละ 60 สามารถทยอยหักได้ไม่น้อยกว่า 5 รอบบัญชี ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวรที่ไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คนเท่านั้น โดยใช้สำหรับทรัพย์สินที่ได้มาในหรือหลังวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป (พรฎ 395)
หวังว่าเนื้อหาจากบทความนี้จะให้ความรู้แก่ผู้อ่านทั้งผู้ที่มีกิจการเป็นของตนเองแล้ว และผู้ที่กำลังจะเริ่มธุรกิจต่อไป