ปีที่ 4 ฉบับที่ 117 เดือนมกราคม 2548
 


                                                        "รักเมืองไทย ต้องไปเลือกตั้ง"

                สวัสดีค่ะ ท่านสมาชิก เชียงใหม่ เทรดพอยท์ Newsletter ทุกท่าน หากนับถ้อยหลังก็เหลืออีกแค่ 2 อาทิตย์กว่าๆ ก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้ว ตอนนี้การเมืองกำลังเข้มข้น หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันนะค่ะ เพราะเรื่องการเมือง เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของเรา วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 นี้ อย่าลืมไปเลือกตั้ง เข้าคูหา กา 2 ใบนะค่ะ สำหรับวันนี้มีเคล็ดลับดี สำหรับท่านผู้ประกอบการที่มักจะทำงานหามรุ่งหามค่ำ เราจึงมีเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย ขอแนะนำนะค่ะ
                หากท่านใดที่ชอบนอนดึกเป็นกิจวัตรประจำวัน ละก็จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อารมณ์ฉุนเฉียว แต่สามาถบรรเทาได้ด้วยการกินอาหารที่ย่อยง่ายในปริมาณที่พอเพียงเช่น ข้าวต้ม หรือ โจ๊กร้อน ๆ ในเวลาที่อยู่ดึก คุณจะตื่นได้อย่างสดชื่น และถ้าท่านใดมีอาการปวดหัวพ่วงมาด้วยก็เพียงแค่เอาผ้าเย็นโพกศีรษะพร้อมกับแช่เท้าในน้ำอุ่น ค่อย ๆ เติมน้ำร้อนเพื่อให้น้ำอุ่นจัดมากที่สุด ทำอย่างนี้นาน 20 - 30 นาที อาการปวดหัวจะหายเป็นปลิตทิ้ง

                ลองทำกันดูนะคะ ได้ผลดีแน่นอน แต่ก็อย่าดูแลสุขภาพให้ดี ๆ นะค่ะ เพราะการไม่เป็นโรค คือ ลาภอันประเสริฐนะค่ะ

 
  ข่าวจากองค์กร
  เรื่องของ SMEs
  E-Commerce
  ICT
  พูดจาภาษาธุรกิจ
  นานาสาระ
  พักสมองสักนิดกับ TP
   
 ข่าวจากองค์กร

                        ข่าวประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับ Thailand International Trade Fair Program

                งานแสดงสินค้า อัญมณี และ เครื่องประดับ ครั้งที่ 35 Bangkok Gem & Jewelry Fair (GEMS) ณ IIMPACT Exhibition & Convention Center เมืองทอง ธานี กรุงเทพมหานคร โดย กรมส่งเสริมการส่งออก แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ในวันที่ 22- 27 กุมภาพันธ์ 2548 นี้

                สำหรับผู้ประกอบการท่านใด ที่ต้องการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า สามารถสอบถามขอรายละเอียดได้ทีเว็บไซต์ http://gemsfair.thaigemjewelry.or.th/ และ http://www.thaitradefair.com/



TOP  
 เรื่องของ SMEs
กรมทรัพย์สินฯรุกมิติใหม่จดลิขสิทธิ์ผ่านเน็ต

                กรมทรัพย์สินทางปัญญานำระบบอินเทอร์เน็ตมาให้บริการจดทะเบียนทรัพย์สินทาปัญญา หวังเพิ่มยอดการจดทะเบียนมากขึ้น 20% นำร่องใช้กับเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ ต่อไปครอบคลุมสิทธิบัตร แผนภูมิผังวงจรรวม ความลับทางการค้าและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

                นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในปี 2548 นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา กรมฯ ได้เปิดให้มีการบริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซด์ www.ipthailand.org โดยเป็นบริการรับคำขอจดทะเบียนและรับคำขอจดแจ้งข้อมูล , การติดตามสถานะคำขอ,การบริการตรวจค้นข้อมูลและรับชำระค่าธรรมเนียมทางระบบอินเทอร์เน็ต

                “การนำระบบดังกล่าวมาใช้ จะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการจดทะเบียนให้กับผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา และยังสามารถติดตามความคืบหน้าในการจดทะเบียนได้ตลอด ซึ่งทำให้การจดทะเบียนทำได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น ที่สำคัญผู้ใช้บริการสามารถจ่ายชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคารเอเชียได้อีกด้วย” นายคณิสสรกล่าว

                เบื้องต้น กรมฯ ได้นำมาใช้ให้บริการรับคำขอจดทะเบียนและรับคำขอจดแจ้งข้อมูลในส่วนของเครื่องหมายการค้า และงานลิขสิทธิ์ และจะขยายไปถึงการรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนของสิทธิบัตร แผนผังภูมิวงจรรวม ความลับทางการค้าและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ต่อไปในอนาคต

                ทั้งนี้ การนำระบบอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วย จะมีส่วนผลักดันให้การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในปีนี้ ขยายตัวได้เป้าเพิ่มอีก 20% จากปี 2547 ที่มียอดคำขอจดทะเบียนและจดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญารวมทั้งสิ้น 70,663 คำขอ

                นอกจากนี้ กรมฯ ได้จะผลักดันผ่านวิธีการทำงานอื่นๆ ทั้งการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ไปแนะนำในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงสร้างบุคลากรเป็นตัวแทนของกรมฯ การฝึกชาวบ้านในท้องถิ่นให้เป็นอาสาพิทักษ์ภูมิปัญญาไทย (อสภท.) และการตั้งอาจารย์ นักศึกษาเป็นผู้แทนพิเศษด้านทรัพย์สินทางปัญญา (พทป.) เพื่อให้เข้ามามีส่วนช่วยผลักดันให้คนไทยมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมากขึ้น

                สำหรับโครงการการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน เมื่อปี 2547 มีผู้นำผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงินแล้ว 5 ราย ในวงเงินตั้งแต่ 5 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท ได้แก่ สิทธิบัตรล็อคเบรกล็อคครัทช์ เครื่องหมายการค้าเครื่องปั้นดินเผาศิลาดลเครื่องเขินเครื่องเงิน เครื่องสำอาง ยาและอาหาร และเครื่องหมายบริการโรงเรียนสอนภาษา

                ส่วนในปี 2548 ได้ตั้งเป้าหมายให้คนไทยที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาไทยเข้าร่วมโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุนให้ได้ 250 ราย เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน และในจำนวนนี้ตั้งเป้าไว้ว่าผ่านการอนุมัติประมาณ150ราย
ผู้จัดการออนไลน์

(เรียบเรียงจาก http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9480000009275 )
TOP  
 E-Commerce
แนวทางสำหรับผู้ประกอบการในการจัดการที่ดี

                นอกจากจะมีเว็บไซต์ที่สวยงามมีระบบที่ดีแล้ว ผู้ประกอบการควรทำการศึกษาข้อมูเหล่านี้เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำเว็บไซต์ ที่ดีสำหรับลูกค้า ใช้เวลาไม่กี่นาทีลองตอบคำถามเหล่านี้ดูว่าท่านมีครบแล้วหรือไม่

1.ท่านได้อธิบายกิจการของท่านอย่างชัดเจนในเว็บไซต์แล้วหรือไม่?
2.ในเว็บไซต์ของท่านได้ทำการระบุสถานที่ติดต่อทั้งที่เป็นที่ตั้งถาวรและเป็นอีเมล์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อให้กับลูกค้าแล้วหรือยัง?
3.ท่านได้อธิบายถึงการใช้ข้อมูลที่ท่านได้ไปจากลูกค้าหรือไม่ว่าจะนำไปใช้อย่างไรบ้าง
4.ท่านได้ทำความเข้าใจกับลูกค้าถึงความปลอดภัยที่ลูกค้าจะทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ของท่านเพียงไร
5.ข้อมูลของสินค้าและบริการที่นำเสนอนั้น มีความละเอียดเพียงพอต่อการทำความเข้าใจของลูกค้าหรือไม่อย่างไร ทั้งเรื่องคุณสมบัติ การรับประกัน ความรับผิดชอบต่อค่าขนส่งสินค้าและเรื่องสกุลเงินที่รับชำระ
6.ท่านให้สิทธิกับลูกค้าในการเลือกที่จะรับหรือไม่รับข่าวสารทางอีเมล์จากท่านหรือไม่
7.ท่านได้ให้ความสำคัญกับการโฆษณาเว็บไซต์ของท่านเพียงไร เช่น เนื้อหาเหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งานเพียงไร
8.ท่านได้ให้ข้อมูลเรื่องของการคืนสินค้าหรือการรับประกันแล้วหรือยัง นโยบายด้านนี้ก็ควรแจ้งให้ชัดเจน
9.ท่านได้นำเสนอเงื่อนไขหรือวิธีการระงับข้อพิพาทอันอาจเกิดขึ้นได้จากสินค้าหรือบริการของท่านไว้ในเว็บไซต์แล้วหรือยัง
ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์

(เรียบเรียงจาก http://www.ecommerce.or.th )
TOP  
 ICT
MSN อันตราย!!!! มีไวรัสแฝงอย่าเผลอรับไฟล์แปลกๆๆเด็ดขาด

                Update เกิดสถานการณ์อันตรายต่อการใช้งานโปรแกรมรับส่งข้อความยอดฮิต MSN Messenger ขึ้นแล้ว เมื่อพบว่ามีผู้ใช้จำนวนมากได้รับไฟล์แปลก ๆ จาก MSN ของเพื่อน ซึ่งหลายคนคลิกปุ่ม Accept เพื่อรับไฟล์เหล่านั้นโดยปราศจากความระมัดระวัง และตกเป็นผู้แพร่กระจายไปยังผู้ใช้ MSN รายอื่น ๆ ด้วย คำแนะนำสำหรับผู้ที่คลิก Accept ไฟล์ไปแล้ว ห้ามคลิกปุ่ม Open เด็ดขาด และให้รีบเข้าไปลบไฟล์ในโฟลเดอร์ C:\Documents and Settings\…..\My Documents\My Received Files หรือโฟลเดอร์ที่ระบบตั้งค่าเอาไว้ ไฟล์ดังกล่าวมีชื่อแปลก ๆ เช่น

Sexybedroom
web_cam
drunk_lol
love_me
sexy_bedroom
naked_party
webcam_004
virus_msn


                อาการสำหรับผู้ที่ติดไวรัสชนิดนี้คือ จะคลิกเมาส์ขวาไม่ได้ระยะหนึ่ง หรือมีอาการเครื่องแฮงค์ผสมด้วย นอกจากนั้นบางเครื่องยังพบว่าระบบเสียงไม่สามารถทำงานได้ อย่างไรก็ดี คาดว่าไฟล์ที่แพร่ระบาดอยู่นี้เป็นไฟล์โทรจันชนิดหนึ่ง ซึ่งแพร่กระจายผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ (Client) ผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจถูกล้วงข้อมูลสำคัญในแอคเคาท์ไปโดยโปรแกรมจะส่งเมล หรือใช้โปรแกรม IM กลับไปหาแฮกเกอร์ต้นตอ(อ้างอิงจาก f-secure)
ผู้จัดการออนไลน์ 20 มกราคม 2548 11:14 น.
TOP  
 พูดจาภาษาธุรกิจ
เตรียมพร้อมก่อนลงทุน (Before Investing)

                สำหรับวันนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุนมานำเสนอ เพราะมีหลายท่านที่กำลังตัดสินใจลงทุนในธุรกิจบาง หรือรวมทั้งการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ที่หลายๆ คนคิดว่า ได้รับผลตอบแทนสูง แต่การลงทุนนั้นย่อมมีปัจจัยเสี่ยง ฉะนั้นการจะกระทำการใด ๆ ต้องมีการวางแผนที่ดีด้วย

                ก่อนตัดสินใจลงทุนต้องวางแผน และจัดการกับภาระทางการเงินด้านอื่น ๆ ที่มีอยู่ในชีวิตให้เรียบร้อยเสียก่อน ดังนี้

1.เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเห็นพ้องต้องกันว่า คนเราควรมีเงินเก็บสำรองไว้เผื่อใช้ในเวลาฉุกเฉินอย่างน้อยที่สุดเท่ากับค่าใช้จ่ายรายเดือนรวมกัน 3 เดือน สมมุติว่าในชีวิตประจำวันของคุณและครอบครัว ต้องใช้จ่ายเงินประมาณเดือนละ 30,000 บาท คุณควรมีเงินเก็บสำรองเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อยที่สุด 90,000 บาท เงินสำรองนี้ควรเก็บไว้ในรูปแบบที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และสามารถเบิกใช้ได้ทันทีที่ต้องการ เช่น การฝากในรูปบัญชีออมทรัพย์กับธนาคารพาณิชย์ที่คุณมีความมั่นใจ

2.เงินประกันชีวิต ประกันอุบัติภัย ประกันสุขภาพร่างกาย และ ทรัพย์สิน ชีวิตไม่แน่ไม่นอน ทรัพย์สินและสิ่งที่เราครอบครองหรือมีไว้ใช้ก็เช่นกัน ดังนั้น ก่อนนำเงินมาลงทุนคุณควรจัดทำประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันภัย ประกันรถยนต์ หรือ อื่น ๆ ทั้งแก่ ตัวคุณเองและสมาชิกในครอบครัวให้เรียบร้อยเสียก่อน การลงทุนในทรัพย์สินนอกกายไม่ถือเป็นหลักประกันที่มีความมั่นคงต่อชีวิตและร่างกายของคุณและคนที่คุณรัก

3.เงินสำหรับแผนการในอนาคต เป็นเงินออมอีกส่วนหนึ่งที่คุณควรมีไว้สำหรับแผนการในอนาคตของคุณเอง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความคิด ความหวัง สถานการณ์ และความจำเป็นของคุณ แผนการในอนาคตอาจหมายถึง การศึกษาของคุณเอง การศึกษาของบุตร การมีบ้าน หลังใหม่ในอีกสามปีข้างหน้า การต่อเติมบ้านการมีเครื่องอำนวยความสะดวกบางอย่างเพิ่มขึ้น ฯลฯ หากคุณมีแผนการที่ชัดเจนเหล่านี้อยู่ในใจ ก็ควรจะวางแผนเก็บเงินเพื่อแผนการนั้น ๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน ไม่ควรคิดว่าจะใช้เงินที่ได้ จากการลงทุนในหลักทรัพย์มาใช้เพื่อแผนการในอนาคตเหล่านั้น

                เมื่อคุณได้เตรียมความพร้อมในเรื่องพื้นฐานของชีวิตเรียบร้อยแล้ว ต่อไปคุณก็สามารถลงทุน ในธุรกิจใด ๆได้อย่างสบายใจ มั่นใจ ปลอดโปร่ง แจ่มใส สุขุมรอบคอบมากขึ้น เพราะไม่ต้องเครียดหรือ เป็นกังวลกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต
อ้างอิงจาก ตลาดหลักทรัพท์แห่งประเทศไทย

(เรียบเรียงจาก http://www.set.or.th )
TOP  
 นานาสาระ
รักษาอาการสมาธิสั้นในการทำงาน

                ลักษณะอาการของผู้ที่เป็น ADT ก็คงพอจะสรุปได้ง่ายๆ ครับว่า คล้ายๆ กับโรคสมาธิสั้นที่
เราพบกันทั่วไปครับ แต่ ADT นั้นไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของเซลล์หรือพันธุกรรม แต่มาจากความกดดัน และเร่งรีบของสภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่บีบบังคับให้เราต้องทำงานหลายๆ อย่างแข่งกับเวลาจนกระทั่งเราไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่งได้ มีปัญหาในการจัดระบบ จัดลำดับความสำคัญ และการบริหารเวลา ท่านผู้อ่านลองนึกภาพดูว่า เดินเข้าไปหาเจ้านายแล้วบอก จะขอไม่รับงานบางประการเนื่องจากงานที่เข้ามามากเหลือเกิน ส่งผลให้เป็น ADT และทำให้งานที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ผู้บังคับบัญชาของท่านจะมองว่าอย่างไร ถ้าเป็นเจ้านายที่ไม่ค่อยเข้าใจจิตใจลูกน้องก็อาจจะหัวเราะใส่หน้าแล้วบอกว่าถ้าทำไม่ไหวก็ไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วกัน (พร้อมทั้งยื่นซองขาว)

                ทีนี้โจทย์ก็คือ แล้วเราจะทำอย่างไรในการแก้ไขโรค ADT ดังกล่าว ทั้งในมุมมองการทำงานของเรา และในฐานะผู้บริหารที่จะไม่ให้ลูกน้องในองค์กรเกิดโรคนี้ ขึ้นมา อยากแรกต้องเข้าใจก่อนว่า บทความนี้ไม่ใช่บทความทางการแพทย์ แต่เป็นบทความทางด้านการจัดการ ดังนั้นการรักษา ADT จึงต้องเริ่มต้นจากการทำให้สภาวะแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม รวมทั้งการมีสุขภาพกายและใจที่ดี มีแนวทางในการป้องกันและควบคุม ADT ไม่ให้เกิดขึ้นได้

สภาวะแวดล้อมในการทำงาน
เริ่มต้นก็คงจะต้องสร้างสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม เพื่อให้สมองของเราสามารถทำงานได้ดีที่สุด และเริ่มแรกก็จะต้องทำให้สมองของเรารู้สึกดีและเป็นบวก ผลการวิจัยพบว่า ADT จะเกิดขึ้นน้อยในสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่มีการพูดคุย ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่เราไว้วางใจ เมื่อเราได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่เราไว้วางใจ แม้เราจะมีงาน และภาระที่หนักเพียงใด แต่การที่ได้มีโอกาสคุยกับผู้ที่เราเชื่อใจ และไว้ใจ ก็จะส่งผลให้สมองของเรารู้สึกดีขึ้น ในขณะเดียวกันจะพบว่า ผู้ที่ทำงานในสถานที่โดดเดี่ยว ขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมักจะมีอาการของ ADT มากกว่า และถ้ายิ่งโดดเดี่ยวขาดผู้ที่จะพูดคุยด้วยเท่าไรก็จะยิ่งเครียด และมีอาการของ ADT มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องหาเพื่อนคุยทุกสิบหรือยี่สิบนาที ขอแนะนำว่า ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง เราควรจะหาโอกาสคุยกับผู้ที่เราไว้ใจ และชอบที่จะคุยด้วย สำคัญก็คือ ควรจะต้องเป็นเพื่อนหรือผู้ร่วมงานที่ท่านไว้ใจ และอยากจะคุยด้วย ไม่ใช่ยิ่งคุยยิ่งเครียด การหาเพื่อนคุยด้วยทุกสี่ถึงหกชั่วโมงจะทำให้สมองเราได้พักผ่อนและมีความสุข นอกจากจะหาทางทำให้สมองเรามีความสุขแล้ว เราก็จะต้องดูแลสมองของเราให้ดี
ทั้งในเรื่องของการนอน การรับประทานและการออกกำลังกาย

การนอนหลับอย่างเพียงพอ
บางคนที่เป็น ADT มักจะนอนน้อย เพราะทำงานไม่ทัน เนื่องจากหวังว่าการที่นั่งทำงานตลอดทั้งคืนจะช่วยให้ทำงานต่างๆ ที่คั่งค้างได้ทัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิดมหันต์มีหลักฐานทางการแพทย์เยอะแยะ ที่ชี้ให้เห็นว่า การขาดการพักผ่อนที่เพียงพอเป็นรากฐานของปัญหาทางด้านการจัดการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตัดสินใจที่ด้อยลง หรือการสูญเสียความคิดสร้างสรรค์ และอาจจะนำไปสู่พฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไป ซึ่งความต้องการในการนอนหลับของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ไม่ได้เป็นกฎว่าทุกคนต้องนอนกี่ชั่วโมง แต่ถ้าจะนับง่ายๆ ก็คือ นอนพอจนเราตื่นโดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก

การรับประทานอาหาร
พวกที่เป็น ADT มักจะทานคาร์โบไฮเดรดเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ระดับกลูโคสสูงๆ ต่ำๆ ซึ่งก็จะส่งผลต่อการทำงานของสมองต่อ เนื่องจากสมองเราต้องการกลูโคสในระดับที่สม่ำเสมอ นอกจากนั้นก็ยังมีการให้ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากถ้ามากเกินไปจะไปทำร้ายเซลล์สมอง และนำไปสู่การสูญเสียความทรงจำ

การออกกำลังกาย
เพราะการนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะนานๆ ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง แถมการออกกำลังกายยังทำให้ร่างกายเราผลิตสารเคมีหลายชนิดที่สมองของเราชอบไม่ว่าจะเป็น endorphins, serotonin รวมถึงสารใหม่ล่าสุดที่เขาเพิ่งค้นพบชื่อ Brain-Derived Neurotrophic Factor (BDNF) และ Nerve Growth Factor (NGF) ซึ่งสารทั้งสองตัวนี้จะช่วยทำให้สุขภาพของสมองดีขึ้น รวมทั้งพัฒนาสมองเราให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมตลอดเวลา และสารทั้งสองประการนี้ก็จะมาจากการออกกำลังกายเป็นหลัก

                อย่างง่ายที่สุด ก็ควรเดิน ขึ้น ลง บันได ที่ทำงานบ้าง เพราะมีคนรู้จักหลายคนที่ความจำเริ่มแย่แล้ว ทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึงวัย แต่เป็นเพราะการขาดการออกกำลังกายนั้นเอง
ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ กรุงเทพธุรกิจ

(เรียบเรียงจาก http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2005q1/article2005jan18p2.html )
TOP  
 พักสมองสักนิดกับ TP
ยางแตก

• นักศึกษามหาวิทยาลัยปีสี่ 2 คน
• ตัดสินใจไปงานปาร์ตี้บ้านเพื่อนแล้วเมาจนถึงสว่าง
• พอสร่างเมาก็จำได้ว่ามีสอบวิชาเคมีในตอนเช้า ทั้ง 2 คนก็เข้าไปแก้ตัวกับ อาจารย์เคมีว่า
• เมื่อคืนรถของพวกเขายางแตกทำให้เสียเวลาไปทั้งคืน ดังนั้นทั้ง 2 คน
• ขอเวลาอ่านหนังสือเพิ่มอีก 1 คืน
• โดยอาจารย์ก็ใจดีตอบตกลงให้ทั้งคู่ไปอ่านหนังสือมาอีก 1 คืนแล้วค่อยมาสอบในวันพรุ่งนี้


                วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ก็ถูกแยกให้สอบคนละห้อง เนื่องจากอาจารย์บอกว่ากลัวแอบลอกข้อสอบกัน เมื่อเข้าห้องสอบทั้งคู่ก็อ่านข้อสอบ ก็พบว่าข้อสอบมี 2 ข้อเท่านั้น

• ข้อ 1 จงอธิบายความหมายของคำว่า อะตอม (5คะแนน) ทั้งคู่ก็ตอบคำถามข้อแรกไปอย่างสบายใจเพราะง่ายมาก เมื่อตอบเสร็จก็อ่านข้อต่อไป

• ข้อ 2 จงบอกว่ายางรถยนต์ข้างไหนล้อหน้าหรือหลัง ที่แตกจนเป็นเหตุให้ไม่ได้อ่านหนังสือสอบ?? (95คะแนน) หึหึ ตอบไม่ตรงกันล่ะซวย!!!

(เรียบเรียงจาก http://joke.sanook.com )
TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com
Developed by Chiangmai Trade Point
TRADE POINT THAILAND services and products are developed by Chiangmai Trade Point, Thailand.
Copyright 2001-2005. All rights reserved.