ปีที่ 3 ฉบับที่ 113 เดือนกันยายน 2546
 

                สวัสดีค่ะ ตอนนี้ก็ใกล้ถึงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค 2003 แล้วนะค่ะ เป็นการประชุมที่เหล่านักธุรกิจต้องติดตามกันให้ดีนะค่ะ เพราะอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการค้าหรือเศรษฐกิจในเขตภูมิภาคเอเซียเราก็ได้นะค่ะ ก็หวังว่าการประชุมในครั้งจะส่งผลดีต่อประเทศไทยเรานะค่ะ ฉบับนี้ก็มีเรื่องราวสาระน่ารู้น่าสนใจมาให้ติดตามกันอีกเช่นเคยนะค่ะ

 
  ข่าวจากองค์กร
  รู้รอบ E-Commerce
  ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
  นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
  พูดจาภาษาธุรกิจ
  เรื่องของ SMEs
  ของฝากจากฝ่ายระบบ
  พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
   
 ข่าวจากองค์กร
Digital Library
                เครือข่ายเพื่อโรงเรียนไทยหรือสคูลเน็ต เป็นเครือข่ายที่มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีโรงเรียนเชื่อมต่ออยู่บนเครือข่ายนี้มากกว่าหนึ่งพันโรงเรียน ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นครูและนักเรียน และใช้ประโยชน์เพื่ อการศึกษาเป็นสำคัญ ถึงแม้ว่าเครือข่ายสคูลเน็ตจะเชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ตและเรียกค้นข้อมูลจากทั่วโลกได้แล้วก็ตาม แต่ปัญหาที่พบคือ มีข้อมูลหรือเนื้อหาที่ใช้ประโยชน์กับครูและนักเรียนโดยตรงได้น้อย อีกทั้งยังเป็นภาษาต่างประเทศ ทำให้เกิดความเข้าใจได้ยาก และการเรียกใช้ข้อมูลได้ค่อนข้างช้า ส่วนใหญ่ข้อมูลที่ใช้มักเป็นเรื่องความสนุกเพลิดพลิน นับเป็นปัญหาหนึ่งที่จะมีผลต่อเด็กและเยาวชนได้แก่ การแพร่ซึมวัฒนธรรมจากต่างชาติ
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้เครือข่ายสคูลเน็ต และเป็นจุดน่าสนใจที่จะดึงดูดให้นักเรียนและเยาวชนไทยได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลความรู้ จึงจำเป็นต้องพัฒนาเนื้อหาขึ้นภายในประเทศไทย เพื่อให้เรียกใช้ได้ง่าย รวดเร็ว และตรงตามความต้องการ ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้จะเป็นเสมือน ห้องสมุดความรู้ที่ใช้งานร่วมกันเพื่อประโยชน์ต่อลูกหลานชาวไทยต่อไป
                โครงการดิจิตอลไลบารีจึงเป็นโครงการต้นแบบเริ่มต้น และเป็นตัวอย่าง ที่จะชักจูงให้โรงเรียนต่าง ๆ เข้ามาร่วมโครงการสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และเชื่อมโยงเข้าสู่ห้องสมุดดิจิตอลนี้ อย่างเป็นระบบ ก่อให้เกิดห้องสมุดเสมือนจริงบนเครือข่ายสคูลเน็ตสำหรับการใช้งานร่วมกันต่อไป
                เนื้อหาที่นำมาใส่ไว้ในโครงการนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทาง สำหรับโรงเรียนต่าง ๆ ที่จะร่วมโครงการ โดยเป็นการรวบรวมและเรียบเรียงมาเพื่อเป็นตัวอย่างของการสร้างห้องสมุดดิจิตอล ที่จะขยายเพิ่มต่อไปอย่างไม่มี ขอบเขต โดยเน้นเพื่อการศึกษาของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ คณะผู้ดำเนินการต้องขอขอบพระคุณหน่วยงาน องค์กร และบุคคลที่ได้ให้การสนับสนุน ทั้งทางด้านเนื้อหาและร่วมจัดทำ และหวังว่าโครงการนี้จะได้รับการขยายผลให้กว้างขวางต่อไป

(เรียบเรียงจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/ )
TOP  
 รู้รอบ E-Commerce
การประกวดแผนธุรกิจ New Wave SMEs 2003 - คลื่นใหม่ SMEs ไทย
ชื่อกิจกรรม : การประกวดแผนธุรกิจ ระดับอุดมศึกษา
ชื่อการประกวด : New Wave SMEs 2003 - คลื่นใหม่ SMEs ไทย
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ประกอบการใหม่
รายละเอียดงาน
- การประกวดแผนธุรกิจ New Wave SMEs 2003 - คลื่นใหม่ SMEs ไทย

- ชิงเงินรางวัล 2 ล้านบาท
เจ้าของโครงการ : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ผู้ดำเนินงาน

- โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ISMED

- ติดต่อสอบถาม คุณหทัยพัชร์ ,คุณสมชาย โทร 0-2564-4000 ต่อ 3015,2008

รายละเอียดเพิ่มเติม
การประกวดแผนธุรกิจ
:แบบฟอร์มแนวคิดธุรกิจและโอกาสทางธุรกิจ

:ใบสมัครการประกวดแผนธุรกิจ
:สถาบันเครือข่าย
สถาบันพัฒนา SMEs
TOP  
 ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
                ปัจจุบันมีการขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังโรงเรียน หน่วยงาน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ มากขึ้น สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจอยากจะเชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ต อาจตั้งคำถามว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
หมายเลขเครือข่าย (IP Address)
                บนอินเทอร์เน็ตมีเครือข่ายนับล้านที่เชื่อมโยงถึงกันหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการกำหนดหมายเลขเครือข่ายที่ทำให้แยกแยะได้ว่าเป็นเครือข่ายใด หมายเลขนี้เรียกว่า ไอพีแอดเดรส (IP Address) เช่นเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 มีหมายเลข 203.154.104.x แต่ละเครือข่ายจะมีหมายเลขแตกต่างกัน เมื่อเรามีวงจรสายสื่อสารเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เช่น ใช้วงจรสายสื่อสาร 19.2Kbps. หรือ 64Kbps. เชื่อมไปยังหน่วยงานบริการอินเทรอ์เน็ต หรือที่เรียกว่า ISP (Internet Service Provider) เราต้องขอจดทะเบียนหมายเลข IP ของเครือข่ายเรา หมายเลขนี้ขอได้ที่หน่วยงานชื่อ INTERNIC ในต่างประเทศ แต่ปัจจุบันมีการกระจายมาให้แต่ละประเทศดูแลกันเอง ผู้ขอหมายเลขจึงขอได้จากหน่วยงาน ISP ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนั่นเอง
การจดทะเบียนชื่อโดเมน (Domain Name)
                ทะเบียนชื่อโดเมนมีไว้เพื่อใช้อ้างอิงถึงกันในระบบเครือข่าย เช่น ใช้เป็นชื่อองค์กร tv5.co.th โดยจากขวามือสุด "th" คือ "ชื่อประเทศ" ถัดไป "co" คือ "ประเภทขององค์กร" และ "tv5" คือ "ชื่อองค์กร" เมื่อมี "วงจรเช่าสายสื่อสาร" "หมายเลขแอดเดรส" (IP Address) และ "ชื่อโดเมน (Domain Name)" แล้ว ก็สามารถสร้างโหนด (Node) หรือเครือข่ายในองค์กรได้ เช่น โรงเรียนแห่งหนึ่งต้องการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย Schoolnet ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ต ก็ต้องดำเนินการให้ได้หมายเลข IP และชื่อโดเมนก่อน
อุปกรณ์เลือกเส้นทาง (Router)
                การสร้างโหนด (Node) อยู่ที่การจัดหาอุปกรณ์ ซึ่งอาจใช้อุปกรณ์หาเส้นทางขนาดเล็กที่เรียกว่าเราท์เตอร์ (Router) เราท์เตอร์เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายย่อยเข้าด้วยกัน โดยถือว่าภายในองค์กรของเรามีเครือข่ายอย่างน้อยหนึ่งเครือข่าย ที่ต้องเชื่อมเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
สถานีบริการ (Server)
                ภายในเครือข่ายย่อยขององค์กร แต่ละเครือข่ายที่เชื่อมอยู่ภายในกับอุปกรณ์หาเส้นทาง ก็จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นสถานีบริการ (Server) ถ้าเป็นสถานีบริการรับส่งจดหมาย ก็เรียกว่า Mail Server ผู้ใช้ภายในองค์กรสามารถเปิดตู้จดหมายหรือขึ้นทะเบียนเป็นผู้ใช้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์นี้ได้ ถ้าต้องการให้บริการข้อมูลข่าวสารไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) เราก็เรียกว่า "เว็บเวิร์ฟเวอร์" (Web Server) เครือข่ายย่อยภายในองค์กรจึงมีลักษณะการดำเนินงานเป็นแบบผู้ขอใช้บริการกับสถานีให้บริการ (Server) ผู้ขอใช้บริการอาจใช้สถานีบริการขององค์กรเอง หรืออาจจะขอใช้ข้อมูลข่าวสารบนสถานีบริการอื่นที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตได้ การวางเครือข่ายภายในองค์กรจึงต้องการอุปกรณ์หาเส้นทางเป็นพื้นฐาน และสามารถขยายเครือข่ายภายในออกเป็นหลาย ๆ เครือข่ายย่อย การสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในองค์กร ทำให้ผู้ใช้ทุกคนเรียกเข้าหาสถานีบริการภายในหรือภายนอกองค์กรผ่านทางเครือข่ายได้สะดวก
                การจัดตั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากสามารถเช่าช่องสัญญาณและเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใดที่หนึ่งได้ ก็สามารถนำเครือข่ายขององค์กรทั้งหมดเป็นโหนดส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ตและกำหนดเชื่อมให้เป็นสากลได้ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและเป้าหมายที่สำคัญ คือ ทุกองค์กรจะเป็นหน่วยหนึ่งของอินเทอร์เน็ต

TOP  
 นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
เลขสารบบอาหาร (1)
                มาทำความรู้จักกับเลขสารบบอาหารกันเถอะ
                ทำไมต้องเปลี่ยนเลขสารบบอาหาร
                1. ในการปรับเปลี่ยนระบบงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารจากการควบคุมเป็นการกำกับดูและจึงได้มีการปรับปรุงข้อกำหนด เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์อาหารให้มีคุณภาพ และปลอดภัยกำหนดให้ผู้ผลิตอาหารผลิตตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร หรือ จีเอ็มพี เพื่อให้มั่นใจว่า อาหารมีความปลอดภัยมากขึ้น และมีการปรับปรุงระเบียบกฎหมายปรับลดภาระงานด้านเอกสารที่ไม่จำเป็นลง ผู้ปฏิบัติงานภาครัฐเพิ่มบทบาทหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารในท้องตลาดและการตรวจสอบแหล่งผลิตกระบวนการผลิตมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการคุ้มครองผู้บริโภคยิ่งขึ้น การจัดทำเลขสารบบอาหาร (ซึ่งจะมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และข้อมูลผลิตภัณฑ์) เป็นมาตรการรองรับการติดตาม ตรวจสอบและเป็นการสร้างระบบงานฐานข้อมูลของผู้ประกอบการ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างผู้ปฏิบัติงานภาครัฐและผู้ประกอบการ ตลอดจนการติดต่อสื่อสารด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถกำกับดูแลอาหารภายหลังออกสู่ท้องตลาด ติดตามตรวจสอบได้สะดวกคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
                2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 68 (พ.ศ. 2525) เรื่องฉลาก และประกาศฯ ฉบับที่ 95 (พ.ศ. 2528) เรื่องฉลาก (ฉบับที่ 2) ถูกยกเลิกโดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 194 (พ.ศ. 2543) เรื่องฉลาก ซึ่งกำหนดให้อาหารควบคุมเฉพาะ อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน และอาหารที่ต้องมีฉลาก ต้องแสดงเลขสารบบอาหารในฉลาก
                เลขสารบบอาหารคืออะไร
                เลขสารบบอาหาร เป็นเลขประจำตัวผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยเลขสิบสามหลักที่แบ่งเป็นห้ากลุ่มซึ่งระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ "สถานที่ผลิต" และ "ผลิตภัณฑ์" ที่นำไปแสดงในเครื่องหมาย อย. มีรายละเอียดดังนี้
        xx-x-xxxxx-y-yyyy
                เลขกลุ่มที่หนึ่ง มีตัวเลขสองหลักแสดงถึงจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสถานที่ผลิตหรือนำเข้า โดยใช้ตัวเลขแทนอักษรย่อของจังหวัด ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด เช่น นนทบุรี ใช้เลข 12 พะเยา ใช้เลข 56
เลขกลุ่มที่สอง มีตัวเลขหนึ่งหลักแสดงถึงสถานะของสถานที่ว่าเป็นสถานที่ผลิตหรือนำเข้า และหน่วยงานที่เป็นผู้อนุญาต ดังนี้
                1 หมายถึง สถานที่ผลิต ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้อนุญาต
                2 หมายถึง สถานที่ผลิต ซึ่งจังหวัดเป็นผู้อนุญาต
                3 หมายถึง สถานที่นำเข้า ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้อนุญาต
                4 หมายถึง สถานที่นำเข้า ซึ่งจังหวัดเป็นผู้อนุญาต
                เลขกลุ่มที่สาม มีตัวเลขห้าหลักแสดงถึงเลขสถานที่ผลิตอาหารหรือเลขสถานที่นำเข้าอาหารที่ได้รับอนุญาตแล้ว และปีพุทธศักราชที่อนุญาต โดยเลขสามหลักแรกของเลขกลุ่มที่สาม คือ เลขสถานที่ผลิตอาหารหรือเลขสถานที่นำเข้าอาหารและเลขสองหลักสุดท้ายของเลขกลุ่มที่สามคือเลขสองหลักสุดท้ายของปีพุทธศักราชที่อนุญาตสถานที่ดังกล่าว
                เลขกลุ่มที่สี่ มีตัวเลขหนึ่งหลักแสดงถึงหน่วยงานที่อนุญาตผลิตภัณฑ์ ดังนี้
                1 หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
                2 หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากจังหวัด
เลขกลุ่มที่ห้า มีตัวเลขสี่หลัก แสดงถึงลำดับที่ของผลิตภัณฑ์ของสถานที่ผลิตอาหารหรือสถานที่นำเข้าอาหารแต่ละแห่งเช่น 0001 แทนลำดับที่ 1 0099 แทนลำดับที่ 99 การแสดงเลขสารบบอาหารที่ฉลากให้แสดงในเครื่องหมาย และมีขนาดไม่เล็กกว่า 2 มิลลิเมตร ในกรอบพื้นสีขาวหรือใสไม่มีสี สีของกรอบตัดกับสีพื้นฉลาก กรณีที่ไม่อาจแสดงเลขสารบบอาหารตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเห็นชอบ

(เรียบเรียงจาก http://www.smethai.org/knowledge/showcontent.php?id=21 )
TOP  
 พูดจาภาษาธุรกิจ
เกษตรอินทรีย์ (Organic Farm)
เกษตรอินทรีย์ : สำหรับสินค้าเกษตรไทย
                แม้ประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งของโลกแต่ปัจจุบันการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังตลาดหลักต้องประสบปัญหาต่างๆ เช่น การแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น การกีดกันการค้าจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะการใช้มาตรฐานด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม ปัญหาสำคัญประการหนึ่ง คือ เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์และสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตเป็นสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงปัญหาสารพิษตกค้างในพืชผลการเกษตรและผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสหภาพแวดล้อม เช่น คุณภาพดิน น้ำ และคุณภาพชีวิตของเกษตร ปัญหาเหล่านี้นับเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกในปัจจุบันแนวคิดเรื่องเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture) จึงถูกยกมาเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสารพิษตกค้างในพืชผลการเกษตร โดยมุ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเกษตรอินทรีย์เป็นระบบการจัดการการเกษตรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักษาสมดุลและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไม่ใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่ใช่วัสดุธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช แต่ใช้สารอินทรีย์ที่ได้โดยตรงหรือสกัดจากธรรมชาติมาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเพื่อทดแทนการใช้สารเคมี ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ (Organic Farm) จึงช่วยรักษาสมดุลตามธรรมชาติไม่ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในสินค้าเกษตร ซึ่งนับเป็นผลดีต่อการส่งออกของไทย นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับกระแสการบริโภคของตลาดภายในประเทศที่เน้นการบริโภคสินค้าปลอดสารพิษ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การทำฟาร์มดังกล่าวอาศัยหลักการการวางแผนและการปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน ครอบคลุมตั้งแต่กาเตรียมดิน การคัดเลือกประเภทของพืช การเพาะปลูก การดูแลรักษาพืชเกษตรก่อนและหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงการเก็บรักษา การแปรรูป และการขนส่งผลิตผล โดยในทุกขั้นตอนต้องควบคุมคุณภาพให้ตรงกับมาตรฐานสากลที่ใช้บังคับอยู่แล้วในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) เป็นต้นอย่างไรก็ตาม การทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ยังมีอุปสรรคสำคัญคือ ประเทศนำเข้าแต่ละประเทศกำหนดมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้การผลิตและส่งออกของไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ผู้ผลิตและส่งออกไทยจำเป็นที่จะต้องพิจารณาและศึกษาถึงมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ใช้บังคับอยู่ในแต่ละประเทศในปัจจุบัน เพื่อป้องกันปัญหาข้อกีดกันด้านมาตรฐานสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ประเทศผู้นำเข้าจะนำมาอ้างในการกีดกันการนำเข้า
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, "เกษตรอินทรีย์," ทิศทางการส่งออกและลงทุน เล่ม 4, กรุงเทพ : บริษัท เปรียว จำกัด, 2544, หน้า 1-2.

(เรียบเรียงจาก http://www.smethai.org/knowledge/showcontent.php?id=44 )
TOP  
 เรื่องของ SMEs
เปลี่ยนระบบบริหารแบบครอบครัวเป็นระบบมืออาชีพกันเถอะ!!!!
                หากสำรวจอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีในประเทศไทยแล้วคงต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่จะมาจากการสืบทอดกิจการในครอบครัว มีการบริหารงานแบบครอบครัว แล้วมีการสืบทอดกิจการจากคนรุ่นพ่อ มายังรุ่นลูก ซึ่งมีหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีหลายธุรกิจที่ล้มเหลว..การบริหารธุรกิจแบบครอบครัว การตัดตัดสินใจจะเป็นแบบรวมศูนย์การตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าครอบครัว ซึ่งเป็นผลดีในแง่ของความเฉียบขาด ทันใจ ฉับไวต่อการแข่งขัน การติดต่อธุรกิจจะใช้ความสัมพันธ์อันยาวนาน แต่ในยุคปัจจุบัน การบริหารแบบนี้ก็มีความผิดพลาดในเชิงลบ เนื่องจากเป็นการตัดสินใจเพียงผู้เดียวจึงไม่มีความคิดที่แปลกแยก ที่จะเป็นทางเลือกของการดำเนินธุรกิจ และยังส่งผลไปถึงกำลังเงินของการขยายธุรกิจอีกด้วย จุดเสี่ยงของการบริหารแบบครอบครัวที่ใช้ความสัมพันธ์ในการทำธุรกิจนั้น จะมีทั้งกรณีที่สถาบันการเงินจะเริ่มพิจารณาว่าเจ้าของหรือรุ่นพ่อ เริ่มสูงอายุแล้วกิจการก็มีความเสี่ยง ในขณะที่หากรุ่นลูกไม่มีการเตรียมการสืบทอดกิจการที่ดี ไม่สร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจ ก็จะมีผลกระทบถึงคู่ค้าทางธุรกิจ ทั้งเจ้าหนี้การค้าและลูกหนี้การค้า และจุดนี้จะเป็นการสร้างโอกาสทางการแข่งขันของคู่ค้าได้ และจากการเปิดการค้าเสรี คู่แข่งขันนั้นก็ไม่ได้มาจากคู่แข่งในประเทศเท่านั้น แต่ยังมาจากต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงงานที่ต่ำกว่าไทย
                ดังนั้น การเตรียมพร้อมในการสืบทอดกิจการโดยใช้ระบบการจัดการให้ทันเกมส์ธุรกิจ เพื่อการสืบทอดกิจการจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการปรับวิสัยทัศน์ในการทำงานเพื่อการแข่งขันสำหรับโลกธุรกิจยุค 2003 โดยการทำงานคงจะต้องคำนึงถึงหลัก 4C คือ ลูกค้า(Customer) การแข่งขัน(Competition) ต้นทุน(Cost) และภาวะวิกฤติ (Crisis) โดยจะต้องมีการสร้างความพึงพอใจของลูกค้า นั่นหมายถึงการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า ส่งสินค้าได้รวดเร็วทันเวลา และจะต้องมีการผลิตสินค้าใหม่ที่ไม่ใช่ซ้ำซากจำเจ ซึ่งนอกจากจะคบค้ากับลูกค้ารายเดิมแล้วจำเป็นต้องหาลูกค้ารายใหม่ควบคู่กันไปด้วย และจากการแข่งขันที่เข้มข้นในโลกการค้าเสรี เถ้าแก่ทั้งรุ่นพ่อและรุ่นลูกจำเป็นต้องตามติดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน รวมทั้งต้องหาทางลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด เพิ่มผลผลิตหรือ Productivity และจะต้องมีการวางแผนรองรับกรณีการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจด้วย แนวทางนี้จะทำให้ลดผลกระทบหากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุการณ์ในประเทศหรือเกิดจากเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงก็ตามอย่างไรก็ตาม การที่เถ้าแก่รุ่นพ่อ-รุ่นลูก จะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของพนักงานเป็นสำคัญ โดยการเป็นผู้นำยุคใหม่นั้น ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหาร และพื้นฐานการบริหารที่บ่งชี้ถึงความสำเร็จนั้น ต้องดำรงไว้ซึ่งการให้เกียรติซึ่งกันและกันและซื่อสัตย์ แนวทางนี้จะผูกใจผู้ร่วมงานได้ยาวนานกว่าการมอบยศตำแหน่งให้หรือใช้อำนาจบังคับ การบริหารงานอย่างให้เกียรติจะทำให้เกิดความรัก ความไว้วางใจ ทำให้พนักงานจงรักภักดีและทุ่มเทงานให้เต็มที่ นอกจากนี้เถ้าแก่จะต้องวิสัยทัศน์ที่มีมุมมองกว้างไกล ท้าทายความสามารถ เพื่อนำไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น และต้องไม่เห็นแก่ตัว มองผู้อื่นในแง่ดี พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ และเปลี่ยนความผิดพลาดให้เป็นโอกาสและประสบการณ์ โดยมุ่งมั่นหาวิธีการแก้ไข ปัญหามากกว่าจะหาตัวผู้กระทำผิด

TOP  
 ของฝากจากฝ่ายระบบ
มือถือ ยิ่งฉลาด ยิ่งอันตราย (1)
                ผู้เชี่ยวชาญ ถกปัญหา "ฟังก์ชันบันทึกการโทร ในมือถือ เพิ่มความกังวล เรื่อง ละเมิด สิทธิส่วนตัว" มุ่งหวังกระทุ้งอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ หลังประโคม อัดคุณสมบัติใหม่ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ไว้ในอุปกรณ์ของตัวเอง ขณะที่ นักกฎหมายบางส่วน เร่งผลักดันกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ หรืออีกหลายๆ คน แสดงความวิตกกังวล เกี่ยวกับการแอบถ่ายภาพ ด้วยมือถือ ติดกล้อง และนำไปปิดประกาศไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ผู้สนับสนุน ความเป็น ส่วนตัว พากันวิตกเกี่ยวกับแผนการ รวมเทคโนโลยีระบุ พิกัดตาม ภูมิศาสตร์ ไว้ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อแสดงที่อยู่ของผู้ใช้นั้น ทั้งนี้ ตัวอย่างล่าสุด ของ ทัศนคติเรื่อง "อะไรก็เกิดขึ้นได้" ในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกวันนี้ คือ การที่บริษัทเอ็นทีที โดโคโม ของญี่ปุ่น และบริษัทเท็กซัส อินสทรูเมนท์ หรือทีไอ ผู้ผลิตชิพจากสหรัฐ กำลังร่วมมือกันผลิตโทรศัพท์มือถือ ที่มาพร้อม กับความสามารถบันทึกการโทร ซึ่งติดตั้งอยู่ในตัวเครื่อง คุณสมบัติดังกล่าว อาจช่วยพิสูจน์ความเฉลียวฉลาดของนักพัฒนาโทรศัพท์มือถือ แต่ก็เป็นตัวอย่างสะท้อนการละเลย ของ อุตสาหกรรม แห่งนี้ เมื่อเกิดผลกระทบทางสังคมและกฎหมาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ เรียกว่า เทคโนโลยีฝ่าฝืนกฎหมาย ที่มีการนำไปใช้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา "ผู้ใช้ทั่วไปอาจนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ ฉันเคยเห็นบางคนดักฟังการสนทนาของผู้อื่น แล้วเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังต่อ" นางคารอล เพจ ผู้ก่อตั้งเวบไซต์ เซลล์แมนเนอร์ส.คอม และผู้เขียนหนังสือมารยาทการใช้มือถือที่กำลังจะเปิดตัว กล่าว
ปัญหาหลักขัดกับกฎหมาย
                สืบเนื่องจาก ต้นทุน ของการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ ที่ซึ่งหลายบริษัทกำลังแข่งขันกันแนะนำคุณสมบัติใหม่ เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าของตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ที่สามารถทำกำไรได้ ส่งผลให้ ผู้ผลิตหลายราย มีแผนจะทดลองหลายสิ่งหลายอย่างกับโทรศัพท์มือถือที่วางขายในตลาดปัจจุบัน ซึ่งสามารถใช้เป็นออร์แกนไนเซอร์ เช็คอีเมล ส่งข้อความสั้น ท่องอินเทอร์เน็ต เก็บและเล่นไฟล์เพลง หรือจะส่งวิดีโอ ถ่ายภาพ บันทึกคลิปหนัง และเล่นเกมได้ กระนั้น ความซับซ้อนทางสังคม อาจจัดวางกลไกหยุดความโดดเด่นของลูกเล่นบางตัวไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ได้รับ ความนิยม จากผู้ใช้แล้ว กล่าวคือ คุณสมบัติบันทึกการโทร อาจเป็นประโยชน์กับผู้ใช้มือถือ แต่จะต้องเจอกับอุปสรรคใหม่ คือ กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ ที่ซึ่งโดยทั่วไป กฎหมายกำหนดไว้ว่าการบันทึกการสนทนา ทางโทรศัพท์จะทำได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับความเห็นชอบจากคู่สนทนาเท่านั้น อย่างไรก็ดี ผู้สนับสนุนคุณสมบัติบันทึกการโทรของบริษัทโดโคโม มองข้ามปัญหาด้านกฎหมาย โดยอ้างว่าอุตสาหกรรมดังกล่าว เคยผ่านอุปสรรคมามากกว่านี้
ชี้ทางออกแจ้งก่อนบันทึก
                ขณะที่ ผู้สนับสนุนความเป็นส่วนตัว ประณามการที่ค่ายมือถือเจ้าแรก แนะนำคุณสมบัติระบุพิกัดที่อยู่ เพื่อช่วยตำรวจและบุคคลทั่วไป หาตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของอุปกรณ์ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้ บริษัทเวอริซอน ไวร์เลส อนุญาตให้ลูกค้าปิดบริการระบุตำแหน่งได้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว "เร็วๆนี้ ผู้ใช้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเด็กๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีติดตาม" นายอดัม เธียร์เรอร์ นักวิเคราะห์สถาบันคาโต้ กล่าว สำหรับคุณสมบัติบันทึกการโทรนั้น นายเธียร์เรอร์ ให้ความเห็นว่า ผู้ให้บริการ ควรยืมเทคนิคจากบริษัทให้บริการคอลล์ เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ต้องบันทึกการโทรจากโทรศัพท์พื้นบ้านบ่อยที่สุด โดยจะแจ้งเสมอว่า "โทรศัพท์บางสาย อาจถูกบันทึกได้" ก่อนที่จะเริ่มการสนทนา "ผู้ใช้สามารถวางหูได้ หากไม่ต้องการให้มีการบันทึกการสนทนา" นายเธียร์เรอร์ อธิบาย ด้านนายโจนาธาน ซิทเทรน ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เห็นด้วยที่ผู้ให้บริการอาจจำเป็นต้องตระหนักถึงบางแง่มุมของปัญหาทางกฎหมายที่เกิดจากคุณสมบัติบันทึกการโทร แต่เสนอด้วยว่า ปัญหาดังกล่าว อาจแก้ไขได้ โดยการแจ้งเตือนผู้ใช้โทรศัพท์ล่วงหน้าว่าจะมีการบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์
ที่มา - สำนักข่าวซีเน็ต

(เรียบเรียงจาก http://www.thaitelecom.com/article.php?ID=00000916&Keyword= )
TOP  
 พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
เศรษฐีขี้เหนียวซื้อของขวัญปีใหม่ฝากเพื่อนจนครบเกือบทุกคน ขาดแต่ของของเพื่อนเก่าที่ย้ายไปอยู่ต่างเมือง งบประมาณก็เหลือแค่นิดเดียว เขาเดินหาอยู่นานก็ไม่ได้ของที่ราคาถูกเงินและถูกใจซะที จนกระทั่งเหลือบไปเห็นเศษแก้วแตกกองนึงอยู่บนโต๊ะ ไอเดียอุบาทว์เกิดขึ้นทันที
"แก้วนี่จะทิ้งหรือ" เขาถามพนักงานในร้าน
"ใช่ครับ มีพนักงานคนนึงทำแตก เรากำลังจะเก็บไปทิ้งครับ" พนักงานบอก
"ถ้าผมขอได้มั้ย" เขาถามต่อ "ได้สิครับ" พนักงานงงเล็กน้อย
"แล้วถ้าจะช่วยห่อของขวัญให้ผมด้วยจะได้ไหม" เขารุกไล่
"ไม่มีปัญหาครับ ท่านซื้อของกับเราตั้งหลายชิ้น เดี๋ยวจะห่อให้เรียบร้อยเลยครับ" พนักงานใจดี
"ดี งั้นช่วยส่งให้ผมด้วยนะ ตามที่อยู่นี่แหละ" เศรษฐีขี้เหนียวยังไม่วาย แต่พนักงานในร้านก็ยอมโดยดี
เศรษฐีขี้เหนียวเดินออกจากร้านอย่างภาคภูมิใจในไอเดียสุดประหยัดของตน และมั่นใจว่าเพื่อนจะต้องคิดว่าแก้วนั้นแตกระหว่างการขนส่ง
หนึ่งเดือนผ่านไป เพื่อนเขียนจดหมายมาบอก
"ขอบใจมากสำหรับแก้วแตกที่ส่งมา แต่คราวหลังไม่ต้องห่อแยกชิ้นอย่างนี้ก็ดีว่ะ ขี้เกียจแกะทีละชิ้น"

(เรียบเรียงจาก http://http://www.kamkling.net/question.asp?GID=2751 )
TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com
Developed by Chiangmai Trade Point
TRADE POINT THAILAND services and products are developed by Chiangmai Trade Point, Thailand.
Copyright 2001-2003. All rights reserved.