ปีที่ 3 ฉบับที่ 112 เดือนกันยายน 2546
 

                สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ก็เกิดภาวะน้ำท่วมนะค่ะโดยฌแพะภาคเหนือก็มีพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น จังหวัดเชียงราย จังหวัดสุโขทัย ที่เห็นหนักที่สุดและที่อื่นก็มีบ้างแต่ก็สถานการณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว ก็ขอเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้นะค่ะ ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะค่ะเพราะเชื้อโรคต่าง ๆ อาจจะมาจากน้ำก็ได้นะค่ะ ฉบับนี้ก็มีสาระดีดีมาฝากกันเหมือนเดิมนะค่ะ เชิญติดตามได้ค่ะ

 
  ข่าวจากองค์กร
  รู้รอบ E-Commerce
  ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
  นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
  พูดจาภาษาธุรกิจ
  เรื่องของ SMEs
  ของฝากจากฝ่ายระบบ
  พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
   
 ข่าวจากองค์กร
                เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2546 ที่ผ่านมานางสาวศิริลักษณ์ กันทาเจริญ หัวหน้าแผนกข้อมูลการค้าและกิจกรรมเชียงใหม่เทรดพอยท์ได้เข้าร่วมบรรยายพิเศษเรื่อง “ ประสบความสำเร็จธุรกิจ E-commerce ด้วยบริการของเชียงใหม่เทรดพอยท์ “ ให้แก่นักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งก็ได้สร้างความรู้ให้กับนักศึกษาในด้านธุรกิจ E-Commerce ได้มากขึ้น

TOP  
 รู้รอบ E-Commerce
ธสน. เปิดบริการประกันการส่งออกระยะกลางและระยะยาว
                ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เปิดให้บริการประกันการส่งออกระยะกลางและระยะยาว (Medium and Long-term Export Insurance) เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ผู้ส่งออกสินค้าและบริการของไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกด้วยเงื่อนไขทางการค้าที่ผ่อนปรนและระยะเวลายาวขึ้น รวมทั้งช่วยให้สถาบันการเงินไทยให้บริการทางการเงินและเงินกู้ประเภทต่างๆ แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ ตลอดจนทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในการค้าขายกับผู้ส่งออกไทยมากขึ้นนายสถาพร ชินะจิตร กรรมการผู้จัดการ ธสน. เปิดเผยว่าบริการประกันการส่งออกระยะกลางและระยะยาวเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการประกันการส่งออกให้รองรับธุรกรรมที่มีระยะเวลาการชำระเงินนานกว่า 180 วันขึ้นไป ครอบคลุมถึงบริการทางการเงิน การให้สินเชื่อ และเงินกู้ยืมแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยแบ่งการให้บริการออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
                1. การรับประกันความเสี่ยงแก่ผู้ส่งออกที่ส่งสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศและไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการนั้นๆ (Supplier’s credit insurance policy) ให้ความคุ้มครองทั้งก่อนการชำระเงินและในระยะการชำระเงิน ซึ่งผู้ส่งออกสามารถเลือกทำประกันทั้ง 2 ช่วง หรือเลือกในระยะการชำระเงินเพียงช่วงเดียวและเลือกให้คุ้มครองความเสี่ยงทางการค้าและการเมืองหรือความเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ จึงเหมาะสำหรับธุรกรรมที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ตามความคืบหน้าของการส่งมอบงาน เช่น รับเหมาก่อสร้าง การบริการ การส่งออกหรือติดตั้งสินค้า ซึ่งความคุ้มครองจะครอบคลุมความเสียหายส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในกรณีเกิดความเสียหายก่อนการส่งออก และครอบคลุมจำนวนเงินตามที่ผู้ซื้อในต่างประเทศมีภาระหนี้ตามสัญญาในกรณีที่เกิดความเสียหายหลังการส่งออก
                2. การรับประกันความเสี่ยงแก่สถาบันการเงินของไทยที่ให้บริการทางการเงินซึ่งรวมถึงเงินกู้ประเภทต่างๆ แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศและไม่ได้รับชำระคืนเงินกู้นั้น (Buyer’s credit insurance policy) ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ระยะที่ผู้ซื้อเริ่มเบิกถอนเงินกู้ (Drawdown Period) จนกระทั่งชำระคืนครบถ้วน โดยสถาบันการเงินสามารถเลือกทำประกันความเสี่ยงทางการค้าและการเมืองหรือเลือกความเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งได้เช่นเดียวกับแบบแรกตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนการชำระเงินและในระยะการชำระเงินอาจเกิดจากเหตุผลทางการค้าและการเมือง เช่น ผู้ซื้อในต่างประเทศล้มละลาย ผู้ซื้อภาครัฐในต่างประเทศยกเลิกสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา การประกาศใช้กฎหมายหรือมาตรการใดๆ หรือเกิดสงคราม ปฏิวัติ เหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองที่มีผลให้ผู้ซื้อในต่างประเทศไม่สามารถโอนเงินชำระหนี้หรือดำเนินการตามสัญญาได้ ซึ่งผู้ส่งออกหรือสถาบันการเงินสามารถเลือกใช้บริการประกันการส่งออกได้ตามลักษณะของสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยคาดว่าบริการดังกล่าวจะเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2546 เป็นต้นไปส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักบริหาร ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักบริหาร โทร. 0 2271 3700, 0 2278 0047, 0 2617 2111 ต่อ 1142-1145

(เรียบเรียงจาก http://www.exim.go.th/news/news_detail.asp?tran_ID=46000000871 )
TOP  
 ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
การส่งออกมังคุดสดไปญี่ปุ่น
                หลังจากที่ทางการไทยดำเนินความพยายามในการส่งออกมังคุดสดไปญี่ปุ่นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในที่สุดญี่ปุ่นได้ประกาศยกเลิกการห้ามนำเข้ามังคุดสดจากไทยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2546 หลังจากกรมวิชาการเกษตรได้ทำการศึกษาและวิจัยเพื่อหาวิธีกำจัดแมลงวันผลไม้ได้เป็นผลสำเร็จด้วยการอบไอน้ำผลมังคุดสดจนญี่ปุ่นให้การยอมรับ การที่ญี่ปุ่นอนุญาตให้มีการนำเข้ามังคุดสดจากไทยในครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีของไทยในการเพิ่มการส่งออกผลไม้ไปยังญี่ปุ่น เนื่องจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นบางกลุ่มนิยมมังคุดสดจากไทย ประกอบกับขณะนี้ไทยมีคู่แข่งไม่มากนักในตลาดญี่ปุ่น รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการส่งออกมังคุดสดไปญี่ปุ่นมีดังนี้
การผลิตและการส่งออก
                *มังคุดสดที่ส่งออกไปญี่ปุ่นต้องปลูกในพื้นที่ที่กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยให้การรับรองว่าปลอดแมลง
                *มังคุดสดที่ส่งออกไปญี่ปุ่นต้องผ่านการตรวจสอบโรคแมลงจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจโรคพืช
ของไทยและต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อรับรองว่ามังคุดที่ส่งออกนี้ปลอดจากแมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera Dorsalis โดยผ่านการฆ่าเชื้อด้วยวิธีอบไอน้ำที่ความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิที่กำหนด
                *บรรจุภัณฑ์ที่ใช้หีบห่อผลมังคุดสดต้องเป็นวัสดุที่แมลงวันผลไม้ชนิดดังกล่าวเข้าไม่ได้ และต้องทำการหีบห่อในสถานที่ที่ปลอดจากแมลงวันผลไม้ ขณะเดียวกันในทุกขั้นตอนของการบรรจุหีบห่อต้องมีตราประทับจากกองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรของไทย
                *เมื่อมังคุดสดส่งถึงท่านำเข้าในญี่ปุ่น ผู้นำเข้าต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องพร้อมแนบใบรับรองเพื่อยื่นขออนุญาตนำเข้า ทั้งนี้ หากทางการญี่ปุ่นตรวจพบสิ่งต้องห้ามปะปนมากับมังคุดสด ผู้นำเข้าต้องดำเนินการฆ่าเชื้อ ทำลาย หรือส่งสินค้ากลับแล้วแต่กรณีแม้ว่าปัจจุบันญี่ปุ่นอนุญาตให้ไทยส่งมังคุดสดเข้าไปจำหน่ายในญี่ปุ่นได้ แต่มังคุดสดที่ส่งออกยังมีปัญหาอยู่บ้าง อาทิ ปัญหาเนื้อแก้ว และยางไหล และเมื่อนำมังคุดสดมาผ่านกระบวนการอบไอน้ำตามมาตรฐานที่ญี่ปุ่นกำหนด ทำให้มังคุดมีเปลือกแข็งและเนื้อฉ่ำเกินไปจนเน่าเสียง่าย ผู้ส่งออกจึงต้องคัดมังคุดสดทิ้งเป็นจำนวนมากก่อนส่งออก ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น มังคุดสดที่ส่งเข้าไปตลาดญี่ปุ่นบางส่วนถูกตีกลับด้วย
การตลาด
                *มังคุดสดที่ชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคมักมีผิวมัน กลีบเลี้ยงสีเขียว เนื้อขาวฟู ไม่มียางไหล และไม่เป็นเนื้อแก้ว
                *ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของมังคุด วิธีการรับประทาน รวมทั้งต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม นอกเหนือจากรสชาติและความสดของผลไม้ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ
                * การประชาสัมพันธ์และการนำเสนอมังคุดให้เป็นที่รู้จักในตลาดญี่ปุ่นนับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มที่นิยมบริโภคมังคุดสดยังจำกัดอยู่เฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เคยเดินทางมาประเทศไทย หรือกลุ่มที่ชอบทดลองรับประทานผลไม้ชนิดใหม่ๆ เท่านั้น นอกจากนี้ การแนะนำมังคุดให้เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านควบคู่กันไป โดยเฉพาะวัฒนธรรมในการบริโภค และรูปลักษณ์สินค้าที่ทันสมัย เป็นต้น
                *ขณะนี้มังคุดสดของไทยได้เริ่มวางจำหน่ายปลีกในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่นแล้ว โดยจำหน่ายทั้งในลักษณะผลเดี่ยวและบรรจุกล่องเพื่อเป็นของขวัญ ซึ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นลำดับแม้ว่าราคาจำหน่ายยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูงก็ตาม

(เรียบเรียงจาก http://www.exim.go.th/info/nana_detail.asp?tran_ID=46000000875 )
TOP  
 นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
ธุรกิจตัวแทนออกของหรือ ชิปปิ้ง
                ตัวแทนออกของ หรือ"ชิปปิ้ง" เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะทั้งภาครัฐและเอกชนมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจส่งออกกันมากขึ้น ชิปปิ้งจะทำหน้าที่ให้บริการแก่ผู้ที่ประกอบกิจการ หรือบุคคลที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และผู้ส่งสินค้าออกนอกประเทศ เช่น การผ่านพิธีการและชำระภาษีสินค้านำเข้า และจัดส่งสินค้านั้นให้แก่ผู้นำเข้าหรือส่งออก เป็นต้น
        1. ศักยภาพและคุณสมบัติผู้ประกอบการ
                ตัวแทนออกของเป็นธุรกิจที่ต้องการความรอบรู้ในหลายเรื่อง ผู้ที่จะทำธุรกิจตัวแทนออกของได้ ต้องมีคุณสมบัติหลายประการ ดังนี้
- ต้องรู้เรื่องระบบการค้าระหว่างประเทศ
- ต้องรู้จักกฎเกณฑ์ด้านพิธีการศุลกากร
- ต้องรู้ระบบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ทางบก ทางเรือ ทางอากาศรวมถึงความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ของประเทศต่างๆทั่วโลก
- ต้องมีความถนัดด้านภาษาอังกฤษ เพราะเอกสารที่ติดต่อระหว่างประเทศส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
- ต้องรู้จักระบบการทำงานแบบโลจิสติก (Logistic)
- ต้องรู้จักระบบการจัดการเรื่องเอกสาร
- ต้องมีไหวพริบ ปฏิภาณ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
- ต้องมีเงินทุน เพราะตัวแทนออกของเป็นงานที่ทำก่อน แต่เก็บเงินทีหลังทาง บริษัทต้องออกเงินให้ลูกค้าก่อนในบางขั้นตอน ดังนั้น ถ้าผู้ประกอบการไม่มีเงินทุน อาจทำให้การประกอบธุรกิจประสบปัญหา
- ต้องมีบัตรผ่านพิธีการศุลกากร หรือบัตรตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร
- ต้องมีจริยธรรมทางธุรกิจ
        2. การติดต่อกับหน่วยงานราชการ
•กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อจดทะเบียนพาณิชย์
รายละเอียดการจัดตั้งธุรกิจ รูปแบบธุรกิจ / การขออนุญาต ผู้ประกอบการศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
http://www.ismed.or.th/knowledge/alpha/body1/body1.htm หรือที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า http://www.thairegistration.com
•กรมสรรพากร
รายละเอียดการจดทะเบียน / ชำระภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการสามารถศึกษาได้ที่
http://www.ismed.or.th/knowledge/alpha/body1/body1.htm หรือที่ กรมสรรพากร http://www.rd.go.th
•กรมศุลกากร
การยื่นขอทำบัตรลายเซ็นผู้ส่งออก บัตรผ่านพิธีการศุลกากร ขั้นตอนการทำบัตรกรมศุลกากรมีดังนี้
        1. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบ
        2. จ่ายค่าธรรมเนียม 235 บาท และรับบัตรคิว
        3. ถ่ายรูปและยื่นเอกสารที่เจ้าหน้าที่ Scan ลายมือชื่อ และประทับตรา
        4. รอเรียกตามหมายเลข
        5. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และถ่ายรูปก่อนพิมพ์บัตร
        6. รับบัตรพิธีการกรมศุลกากร พร้อมใบเสร็จรับเงิน
        ผู้ขอมีบัตรพิมพ์แบบคำร้องขอมีบัตร และเตรียมเอกสารตราสำคัญบริษัท ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารที่ อาคาร 120 ปี กรมศุลกากรชั้น P รายละเอียดการยื่นขอทำบัตร สามารถศึกษาได้ที่ กรมศุลกากรhttp://www.customs.go.th/
กฎหมายศุลกากร
        ตัวแทนออกของควรทราบกฎหมายศุลกากร เพราะเป็นตัวบทซึ่งกำหนดอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าของ และการส่งออกของ รวมทั้งหลักปฏิบัติทั่วไป ตัวบทที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
*พิกัดอัตราศุลกากร หมายถึง ตัวกฎหมายซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในการเก็บภาษีและเสียภาษีศุลกากร กฎหมายว่าด้วยของต้องห้าม ต้องกำกัด ของต้องห้ามได้แก่ ของซึ่งมีกฎหมายห้ามไม่ให้นำเข้าหรือส่งออกโดยเด็ดขาด เช่น วัตถุลามก ของต้องกำกัด ได้แก่ ของที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งออกไป ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจอนุญาต เช่น ยุทธภัณฑ์ตาม พ.ร.บ. ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530,อาวุธปืน เป็นต้น รายละเอียดกฎหมายศุลกากรศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.customs.go.th

(เรียบเรียงจาก http://http://www.smethai.org/knowledge/showcontent.php?id=1714 )
TOP  
 พูดจาภาษาธุรกิจ
QSME คืออะไร
                QSME ย่อมาจาก Quality System for Small and Medium Enterprises เป็นระบบคุณภาพขั้นพื้นฐานที่กำหนดขึ้นมาเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ต้องการปูพื้นฐานเพื่อก้าวไปสู่ ระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO9000 ข้อกำหนดของ QSME จะเป็นแนวทางเดียวกันกับระบบ ISO9000 แต่จะปรับให้เหมาะสมกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิผล
                สำหรับ SMEs ที่มีแผนจะก้าวเข้าสู่ระบบการจัดการคุณภาพ ISO9000 อย่างเต็มตัวในอนาคต ควรเตรียมความพร้อมตามรายละเอียดของ QSME ดังนี้
                1. ความรับผิดชอบด้านบริหาร ผู้บริหารต้องกำหนดบทบาทความรับผิดชอบของบุคลากรให้ชัดเจน มีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบโครงการและจัดทำคู่มือระบบคุณภาพ เพื่ออธิบายกิจกรรมที่ดำเนินการ รวมทั้งจัดให้มีการประชุมทบทวนระบบคุณภาพตามวาระที่เหมาะสม
                2. การบริหารทรัพยากร องค์การต้องคัดเลือก และมอบหมายบุคลากรที่ทำงานบนพื้นฐานการศึกษา ประสบการณ์ รวมทั้งมีการฝึกอบรมบุคลากรอย่างพอเพียง
                3. การบริหารกระบวนการ องค์การต้องกำหนดวิธีการในการบริหารกระบวนการตั้งแต่รับความต้องการลูกค้า แนวทางในการรับข้อร้องเรียน การควบคุมการจัดซื้อ/จัดจ้าง การควบคุมสภาวะการผลิต และวิธีการในการเคลื่อนย้าย จัดเก็บ ส่งมอบวัตถุดิบ/ผลิตภัณฑ์ เพื่อป้องกันความเสียหาย รวมทั้งต้องมีการบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆในการผลิต
                4. การวัดและการปรับปรุง องค์การต้องมีการตรวจสอบ/ทดสอบวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ ก่อนนำไปใช้งาน หรือก่อนการส่งมอบให้ลูกค้า โดยวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ/ทดสอบ ต้องได้รับการยอมรับจากลูกค้า นอกจากนี้ต้องมีการตรวจสอบการทำงานของ พนักงานเพื่อปรับปรุง รวมทั้งวิธีการในการแก้ไขปัญหาและป้องกันการเกิดซ้ำ
เพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, สถาบัน. "QSMEs คืออะไร," จดหมายข่าวรายเดือน Productivity Corner

(เรียบเรียงจาก http://www.smethai.org/knowledge/showcontent.php?id=20 )
TOP  
 เรื่องของ SMEs
ATSME FAIR
                สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยเชิญร่วมงาน ATSME FAIR พบกับนวัตกรรมสินค้าภูมิปัญญาไทยพัฒนา SMEs และมุมคลีนิกปรึกษาธุรกิจอุตสาหกรรมในวันที่ 16 - 23 กันยายน 2546 ณ BIG - C สาขาราชดำริ ชั้น 1เลือกชม ซื้อสินค้า SMEs คุณภาพส่งออกวันนี้

(เรียบเรียงจาก http://www.smethai.net/th/ )
TOP  
 ของฝากจากฝ่ายระบบ
Wi-Fi เทคโนโลยีแห่งเสรีภาพ
                Wi-Fi เทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในไร้สายที่เปิดโลกแห่งเสรีภาพให้กับนักท่องอินเทอร์เน็ต ไม่ให้จำกัดอยู่ภายใต้กรอบการทำงานและการเรียนรู้ กำลังเป็นเทคโนโลยีคลำหาเส้นทาง "แจ้งเกิด" อยู่ แม้ในวันนี้ ราคายังเป็นอุปสรรคและจุดให้บริการ ยังไม่เบ่งบานเท่าที่ควรก็ตาม
เสรีภาพเริ่มต้นที่มหาวิทยาลัย
                เทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายที่ผู้ใช้จำเป็นต้องมีโน้ตบุ๊ค หรือพอคเก็ตพีซีที่มีการ์ดไร้สายไว-ไฟ ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ อาจดูเป็นความฟุ่มเฟือย และโก้หรูที่น่าหมั่นไส้สำหรับนักต่อต้านเทคโนโลยี แต่นักศึกษาเกษตรศาสตร์กลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เพราะเทคโนโลยีนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว และยังช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงคลังความรู้จากเครือข่ายภายในของมหาวิทยาลัย และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ชัยยศ ไชยสรณะ หนุ่มน้อยวัย 19 ปี ว่าที่วิศวกรเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกเล่าข้อดีของเทคโนโลยีไว-ไฟที่เขาใช้อยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยให้ฟัง ไม่น่าแปลกใจที่ชัยยศจะพอใจกับความเร็วที่ได้ เพราะเมื่อเทียบกับการต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโมเด็มที่บ้านแล้ว สูงสุดไม่น่าจะเกิน 56 กิโลบิตต่อวินาที ขณะที่เครือข่ายไร้สายภายในรั้วนนทรีตามสเปคบอกว่า สูงสุดที่ 11 เมกะบิตต่อวินาที หากอยากเห็นภาพความเร็วที่แตกต่าง ให้ลองเอา 1024 คูณ 11 เข้าไป ก็จะได้ตัวเลขความเร็วแบบกิโลบิตที่เห็นแล้ว...อาจต้องอึ้งกันเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ การพกพาโน้ตบุ๊คมาใช้งานในมหาวิทยาลัย จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาของนิสิตที่นี่ไปโดยปริยาย ดร.อนันต์ ผลเพิ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักบริการคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรศาสตร์ บอกว่า การจะเป็น "อียูนิเวอร์ซิตี้" ได้นั้น บุคลากรและนิสิตทุกคน จะต้องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและตัวสถาบันให้ได้มากที่สุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มเปิดให้บริการเครือข่ายไร้สายภายใต้ชื่อ "KUWIN" (Kasetsart University Wireless Network) ด้วยมาตรฐานไว-ไฟ (802.11b) ตั้งแต่ปี 2544 ปัจจุบันบริการครอบคลุมพื้นที่กว่า 5 แสนตารางเมตรด้วยแอคเซสพอยต์ หรือจุดเชื่อมต่อกว่า 100 จุด
ไว-ไฟ คืออะไร?
                พูดถึง ไว-ไฟ บางคนอาจนึกสงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่ จริงๆ แล้วไว-ไฟ (wi-fi) ย่อมาจาก Wireless Fidelity เป็นเทคโนโลยีที่เชื่อมคอมพิวเตอร์เข้ากับเครือข่ายแลน (Local Area Network : LAN) ด้วยการใช้คลื่นวิทยุเป็นตัวรับส่งสัญญาณแทนสายเคเบิล และ 802.11b ถือเป็นมาตรฐานไว-ไฟตัวแรก ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 11 เมกะบิตต่อวินาทีโดยใช้ช่วงความถี่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์ ครอบคลุมพื้นที่ทำการในระยะ 50-100 เมตร และด้วยเหตุที่ไว-ไฟเป็นเทคโนโลยีแบบ แชร์มีเดีย ทำให้ยิ่งมีจำนวนผู้ใช้ในวงมากเท่าใด ความเร็วของสัญญาณก็ยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นความเร็วขนาด 11 เมกะบิตที่ว่า พอใช้งานเข้าจริงๆ หลายคนอาจไม่สามารถสัมผัสได้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับระยะห่างของตัวผู้ใช้กับจุดแอคเซสพอยต์เองด้วย โดยผู้ใช้ที่อยู่ไกลจากระยะทำการมาก ความเร็วของสัญญาณที่ผู้ใช้คนนั้นจะได้รับก็จะลดทอนลงไปเรื่อยๆ จาก 5-8 เมกะบิต ก็อาจเหลือเพียง 1 เมกะบิตต่อวินาทีก็เป็นได้ เสาและกำแพงก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่อาจลดทอนความแรงของสัญญาณลงได้ จริงๆ แล้วแอคเซสพอยต์ 1 จุด น่าจะรองรับผู้ใช้ได้ที่ประมาณ 50 คน หากคนใช้มากขึ้นสปีดจะลดลง แนวทางการแก้ไขก็คือติดตั้งแอคเซสพอยต์เพิ่มเพื่อแชร์โหลด ดร.อนันต์ แนะทางออก นอกจาก 802.11b แล้ว ยังมีมาตรฐานในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายตัว อาทิ 802.11a และ 802.11g แต่ในบ้านเราอาจไม่สามารถใช้งาน 802.11a ที่มีความเร็วสูงถึง 54 เมกะบิตต่อวินาทีได้ เนื่องจากส่งสัญญาณในย่านความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลข ส่วน 802.11g ไม่มีปัญหาอะไร เพราะใช้ย่านความถี่เดียวกับ 802.11b แต่ต่างกันตรงที่เร็วกว่ากันถึง 5 เท่า ความสำเร็จในการใช้ไว-ไฟใน ม.เกษตรศาสตร์ สะท้อนให้เห็นอำนาจอีกด้านของตัวเทคโนโลยีที่สามารถปฏิวัติวิถีชีวิตของคนที่นั่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ จิรเดชเล่าถึงความเคลื่อนไหวใน ม.เกษตรฯ ให้ฟังว่า ปัจจุบันใครคิดจะซื้อโน้ตบุ๊คสักเครื่อง จะต้องดูก่อนว่ามีไวร์เลสการ์ดมาให้ด้วยหรือเปล่า เพราะนั่นถือเป็นใบเบิกทางสำคัญที่จะพาเราเข้าสู่โลกออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
นอกจาก ม.เกษตรฯ แล้ว ยังมีสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่งที่เริ่มติดตั้งแอคเซสพอยต์กันบ้างแล้ว อย่างมหาวิทยาลัยชินวัตรก็ยืนยันว่าภายในปีนี้นักศึกษาจะสามารถใช้งานไว-ไฟได้อย่างแน่นอน
                "ตอนนี้ติดตั้งแอคเซสพอยต์เพียง 4-5 จุด ให้ผู้บริหารได้ใช้งานกันก่อน แต่ภายในปีนี้คาดว่าขั้นต้นจะติดตั้งเพิ่มอีก 30 จุด ในส่วนของอาคารที่มีนักศึกษาเดินไปมา และอาคารเรียนต่างๆ" อนุรักษ์ เชิดสุริยา ผู้จัดการฝ่ายคอมพิวเตอร์ ม.ชินวัตร กล่าว เขาเชื่อว่า เทคโนโลยีนี้ จะทำให้นักศึกษาค้นคว้าข้อมูลได้สะดวกขึ้น ไม่จำกัดว่าต้องอยู่กับที่เหมือนการศึกษารูปแบบเก่า "ประโยชน์ที่ได้จากเทคโนโลยีตัวนี้ คือความยืดหยุ่น ไม่ต้องลากสายแลนให้เกะกะ อย่างในห้องประชุมตอนนี้ผู้บริหารแต่ละคนสามารถหิ้วโน้ตบุ๊คมาได้เอง ไม่ต้องกลัวว่าคอมพิวเตอร์จะไม่พอใช้เหมือนก่อน เพราะแอคเซสพอยต์จุดเดียวรองรับผู้ใช้ 30 คนได้สบายๆ" ได้ยินอย่างนี้แล้ว หลายคนคงอยากติดตั้งไวร์เลสแลนใช้งานในองค์กรบ้าง ดร.อนันต์ แนะนำว่า ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาในรอบด้าน เพราะหากเรามีเครื่อง 5 เครื่องไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนเลย ลงแลนปกติน่าจะคุ้มกว่า เนื่องจากเงินลงทุนต่ำแต่ให้ความเร็วสูงถึง 100 เมกะบิตต่อวินาที ในกรณีที่เริ่มมีการใช้งานแบบเคลื่อนที่มากขึ้น อย่างในงานแสดงสินค้า รูปแบบของแลนไร้สาย ก็น่าจะเหมาะสม เพราะไม่ต้องเสียเวลาลากสายและรื้อสายทิ้งเมื่อเสร็จงาน สำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยปกติแอคเซสพอยต์ 1 จุด รวมอุปกรณ์ และสายแล้วมีต้นทุนราว 3-4 หมื่นบาท ขณะที่เครือข่ายแลนจะคิดค่าลากสายไปยังเครื่องลูกข่ายแต่ละเครื่องเป็นหลัก เช่น หากมีลูกข่าย 10 เครื่อง ก็จะต้องลากสาย 10 เส้น แต่ถ้าเป็นแลนไร้สาย ติดตั้งแอคเซสพอยต์จุดเดียวก็ครอบคลุมทั้ง 10 เครื่อง เพียงแต่ว่าตัวอุปกรณ์ไวร์เลสการ์ดจะแพงกว่าตัวการ์ดที่เป็นอีเธอร์เน็ตกว่า 2 เท่าตัว นอกจากนี้ควรเลือกลงทุนกับ 802.11b น่าจะเหมาะที่สุด ไม่ควรก้าวกระโดดไป 802.11g ทันที เพราะราคาอุปกรณ์ยังแพงกว่ากันมาก และระบบ 802.11b สามารถใช้งานไปได้อีกราว 2 ปี หากภายหลังคิดจะเปลี่ยนไปใช้ 802.11g เพื่อสัมผัสความเร็วที่สูงขึ้นจาก 11 เมกะบิต เป็น 54 เมกะบิต ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะการอัพเกรดจากบีไปจีนั้นทำได้ 2 กรณี คือแทนที่ของเดิมทั้งหมด กับเปลี่ยนมาใช้แบบ 802.11b/g ที่รองรับการใช้งานทั้ง 2 มาตรฐาน ช่วยให้ผู้ใช้เก่า (บี) และใหม่ (จี) สามารถใช้งานได้เหมือนกัน
เติมสีสันด้วย ฮอทสปอต
                ใช่ว่าวิถีชีวิตดิจิทัลแบบไร้สายจะจำกัดวงเฉพาะแค่ในมหาวิทยาลัย หรือสถานที่ทำงานเท่านั้น ตอนนี้บรรดาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ต่างเดินหน้าติดตั้ง "ฮอทสปอต" (hotspot) หรือบริเวณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในพื้นที่ชุมชน อย่างแหล่งชอปปิง โรงแรมชั้นนำ สนามบิน หรือแม้แต่ภายในร้านอาหาร และร้านกาแฟกันยกใหญ่ นัยว่าเพื่อเอาใจพลเมืองชาวเน็ตโดยเฉพาะ คาดว่าภายในปีนี้ น่าจะมีฮอทสปอตเกิดขึ้นนับร้อยแห่งทั่วไทย นุช นักธุรกิจสาววัย 30 ต้นๆ เป็นผู้หนึ่งที่ได้ทดลองใช้ เอ็ม-เว็บ ฮอทสปอต ที่เปิดบริการฟรีสำหรับลูกค้าสตาร์บัคส์ เธอบอกว่า ปกติชอบเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว เพราะทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทำให้ต้องเข้าไปหาข้อมูลเพื่ออัพเดทตัวเองตลอดเวลา ดีนะคะ เพราะไม่ต้องกังวลว่ามานั่งกินกาแฟที่นี่แล้วจะพลาดการติดต่อ อย่างเพื่อนอยากเอากรุ๊ปทัวร์จากเกาหลีมาลง ส่งอีเมลมาบอก เราก็สามารถนั่งเช็คและคอนเฟิร์มกันที่นี่ได้เลย สะดวกดี อนันต์ แก้วร่วมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอส ล็อกซ์อินโฟ จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายภายใต้ชื่อบริการ "Shin Hotspot" มองว่า ไว-ไฟไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีที่ต้องเกิด แฟชั่นมา 6 เดือนหรือ 1 ปีก็หายไป แต่ตัวเทคโนโลยีนี้ ถ้าคุณดูอุปกรณ์ที่ใช้ไวร์เลสแอพพลิเคชั่นที่เกิดขึ้น คุณจะรู้ว่าไม่ใช่มาแล้วไป เพราะมันจะบิลท์เข้าไปในโน้ตบุ๊ค ในปาล์มเลย การตัดออปชั่นไวร์เลสแลนการ์ดออกไปเพื่อให้อุปกรณ์ราคาถูกลง วันนี้เขากำลังพูดถึงเม็ดเงินอาจจะประมาณ 2,000 บาท อีก 6 เดือนข้างหน้าจะเหลือประมาณ 1,000 บาท อีก 6 เดือนข้างหน้าคุณถอดไม่ได้แล้ว มันมากับเครื่อง ผมเชื่อว่าในอีก 1 ปี ไม่รู้ว่าตัวนี้จะถอดอย่างไร มันบังคับเลย อุปกรณ์พวกนี้ไม่ใช่ของถูก มีเงินซื้อใช้ยังไม่พอ ต้องมีความรู้ที่จะใช้มันเป็นอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่รองกรรมการผู้จัดการซีเอส ล็อกซ์อินโฟ จะบอกว่าลูกค้าเป้าหมายของเขาเป็นกลุ่มนักธุรกิจและคนมีสตางค์ แน่นอนอยู่แล้วที่กลุ่มนักธุรกิจต้องเกิดก่อน ส่วนกลุ่มผู้ใช้ที่จะเพิ่มเข้าก็จะมีกลุ่มไฮโซ กลุ่มจ๊าบๆ ที่มีตังค์ และตามเทคโนโลยี ที่เราวางคอนเซ็ปท์ไว้ก็จะมีพวกแฟชั่นโชว์ที่จะตามมา พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้องการนำเทคโนโลยีที่มีเข้ามาเติมสีสันให้กับคนในเมืองมากขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปนั้น อนันต์ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในเวลาอันใกล้นี้ สำหรับวิธีเชื่อมสู่โลกออนไลน์ผ่านฮอทสปอตนั้น เพียงแค่นำอุปกรณ์พกพาที่มีไวร์เลส แอคเซส การ์ด มาตรฐานไว-ไฟ (802.11b) เข้าไปในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ โปรแกรมก็จะตรวจจับสัญญาณเหมือนหาคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม เมื่อพบว่ามีเครือข่ายอยู่ ก็จะแสดงรายชื่อเครือข่ายที่เปิดให้บริการ ณ จุดนั้น ลูกค้าก็ต้องเลือกล่ะว่าจะใช้เครือข่ายจากค่ายไหน เมื่อเลือกได้แล้ว ก็ใส่ยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ด จากนั้นก็ท่องเน็ตได้ตามสะดวก ส่วนรูปแบบการชำระเงิน มีด้วยกัน 2 ลักษณะ ได้แก่ พรีเพด สามารถหาซื้อการ์ดได้จากจุดให้บริการ หรืออาจใช้ไอดีหรือพาสเวิร์ดเดียวกับบริการอินเทอร์เน็ตปกติที่เราใช้อยู่ก็ได้ และโพสต์เพด เป็นการชำระค่าใช้บริการผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ หรือส่งเอสเอ็มเอสมาขอใช้บริการ โดยค่าบริการจะถูกจัดเก็บรวมกับใบเสร็จรับเงินของผู้ให้บริการมือถือ อัตราค่าบริการของผู้ให้บริการแต่ละรายก็แตกต่างกันออกไป แต่บอกได้เลยว่าสูงกว่าการต่อเน็ตปกติไม่น้อยทีเดียว…ว่าแล้วคงต้องขอตัวกลับไปต่อเน็ตแบบเต่าคลานที่บ้านก่อนดีกว่า
กรุงเทพธุรกิจ

(เรียบเรียงจาก http://thaitelecom.com/article.php?ID=00000913&Keyword= )
TOP  
 พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
ข้อดีของบุหรี่
        1. ขโมยไม่กล้าขึ้นบ้าน เพราะคนสูบบุหรี่จะไออยู่ตลอดเวลา ขโมยเลยคิดว่า เจ้าของบ้านยังไม่นอน
        2. หมาไม่กล้ากัด เพราะคนสูบบุหรี่ร่างกายไม่แข็งแรง ต้องอาศัยไม้เท้าคอยพยุงตัวอยู่ตลอดเวลา หมากลัวไม้เท้า จึงไม่กล้าเข้าใกล้
        3. ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะแก่ เพราะคนสูบบุหรี่มักจะตายก่อนแก่
                ***************************************************************************

(เรียบเรียงจาก http://joke.sanook.com/joke.php?type=3&orderby=date )
TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com
Developed by Chiangmai Trade Point
TRADE POINT THAILAND services and products are developed by Chiangmai Trade Point, Thailand.
Copyright 2001-2003. All rights reserved.