|
ปีที่ 3 ฉบับที่ 109 เดือนสิงหาคม 2546 |
|
|
|
ข่าวจากองค์กร |
 |
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา "การเตรียมตัวเป็นผู้ประกอบการส่งออก"
|
วันอังคาร ที่ 2 กันยายน 2546 เวลา 13.00 น. - 16.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมการส่งออก ภาคเหนือ เชียงใหม่สำหรับสมาชิก ที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อพิธีการส่งออก การคิดราคาค่าขนส่ง สินค้าภายในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ การ Packing เพื่อการค้าภายใน และการส่งออกต่างประเทศเงื่อนไขต่าง ๆ ของสินค้าบางประเภทที่สามารถส่งออกได้ ฯลฯ< ฟรี !!! >
สำหรับสมาชิกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ NOHMEX และสมาชิกชมรมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศภาคเหนือ มีสิทธิ์ เข้าร่วมสัมมนา ฟรี +++++++
สำหรับผู้สนใจทั่วไป ทางสมาคมฯ ขอเก็บค่าร่วมสัมมนาท่านละ 100 บาท เพื่อเป็นเงินสบทบให้แก่สมาคมฯ โดยชำระในวันสัมมนา การจัดสัมมนาครั้งนี้ สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่ง จากศูนย์ส่งเสริมการส่งออกภาคเหนือ เชียงใหม่ และชมรมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศภาคเหนือ และ Crystal Software Group และ K.K. Accounting Service Co.,Ltd กรุณาสำรองที่ล่วงหน้า เนื่องจากรับจำนวนจำกัด โดยส่งแบบตอบรับที่ Attach ส่งมายังสำนักงานสมาคมฯ ที่ เบอร์โทรสาร 053 - 907 238 โทรศัพท์ 053 - 227 286 ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2546 นี้..................
|
ข่าวจากกรรมการฝ่ายฝึกอบรม...... |
|
|
| TOP |
รู้รอบ E-Commerce |
 |
|
รูปแบบและวิธีการ
ในแวดวงของผู้ทำธุรกิจส่งออก ภาพลักษณ์ของจีนคือคู่แข่งทางการค้ารายสำคัญของไทย แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง จีนนับว่าเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของผู้ส่งออก เนื่องจากขนาดของตลาดค่อนข้างใหญ่ ด้วยจำนวนประชากรที่มากถึง 1,200 ล้านคน จีนจึงเป็นตลาดการค้าที่ผู้ส่งออกไทยไม่ควรมองข้าม การติดต่อค้าขายกับจีนนั้น ผู้ส่งออกควรจะรู้ว่า รูปแบบการค้าขายกับจีนค่อนข้างจะแตกต่างจากการค้าขายกับประเทศอื่น เนื่องจากในจีน ผู้ที่สามารถซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้ มีเพียงหน่วยงานไม่กี่แห่งเท่านั้น ได้แก่ หน่วยงานของรัฐบาลจีน ภาคเอกชนที่มีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งออกให้โดยรัฐบาลจีน และนักธุรกิจทั่วไปที่มีกำลังซื้อ ซึ่งมีจำนวนน้อยสาเหตุที่การติดต่อค้าขายกับจีนอยู่ในวงจำกัด คือ
1. จีนอยู่ในระบอบสังคมนิยม ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์มาช้านาน แบบแผนการทำธุรกิจ จึงยังเป็นแบบสังคมนิยม แม้จะเปิดประเทศมาหลายปีแล้วก็ตาม
2. ประชากรในประเทศส่วนใหญ่ มีรายได้ค่อนข้างต่ำ จึงไม่สามารถบริโภคสินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพงได้ ผู้ที่มีกำลังซื้อสินค้าจากต่างประเทศ จึงมีแต่หน่วยงานของรัฐบาลและภาคเอกชนที่มีฐานะดี
ในการติดต่อธุรกิจกับจีน ผู้ส่งออกควรจะเรียนรู้ลักษณะนิสัยบางประการของคนจีน คือ คนจีนมักไม่ค่อยชอบติดต่อธุรกิจกับคนแปลกหน้า ดังนั้น การติดต่อธุรกิจโดยการส่งจดหมายแบบ Direct Mail แนะนำบริการต่างๆ หรือเชิญชวนให้ร่วมกิจกรรมจะไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ส่งออกต้องหาโอกาสไปพบผู้ซื้อโดยตรง โดยอาจขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการในจีนช่วยนัดหมายให้ หรือช่วยออกหนังสือนำรับรองความน่าเชื่อถือของตัวผู้ส่งออก ทั้งนี้ ผู้ส่งออกต้องเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเข้าพบนักธุรกิจจีนด้วย เช่น จัดเตรียมร่างโครงการพร้อมใบเสนอราคาสินค้า ข้อมูลบริษัท รายนามสมาชิก สมาคมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นามบัตร และข้อมูลประกอบอื่นๆ * ที่สำคัญผู้ส่งออกควรมีการติดตามผลการเจรจาติดต่อธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และควรไปเยี่ยมเยือนทุกครั้งที่มีโอกาสเพื่อสร้างความคุ้นเคย เมื่อทั้งสองฝ่ายมีข้อมูลเพียงพอ และมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันแล้วความร่วมมือกันในทางการค้าระหว่างไทยกับจีนก็จะเริ่มต้นขึ้นด้วยดี นอกจากนี้ผู้ส่งออกที่มีความสามารถในการใช้ภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษด้วย
|
ที่มา ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, "การค้าขายกับจีน : รูปแบบและวิธีการ,"ทิศทางการส่งออกและลงทุน เล่ม 2. กรุงเทพ : บริษัท เปรียว จำกัด, 2541,หน้า 33-35. |
|
|
| TOP |
ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT |
 |
|
Benchmarking เป็นการค้นหาจุดเด่นจุดด้อยในองค์กรของเราโดยใช้วิธีเปรียบเทียบกับองค์กรอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าหรือองค์กรที่เป็นผู้นำ จากนั้น นำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้มาปรับปรุงองค์กรของเราให้ดียิ่งขึ้น
Benchmarking สำคัญอย่างไร?
หัวใจสำคัญของการทำ Benchmarking อยู่ตรงที่ทำให้องค์กรมีวิธีการปรับปรุงที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม เพราะใช้องค์กรที่เหนือกว่าเป็นตัวตั้งและนำมาเปรียบเทียบ วิธีการนี้เราจะรู้ว่า องค์กรของเราอยู่ห่างชั้นกับองค์กรนั้นๆ แค่ไหน และต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะเดินไปถึงจุดหมาย หรือมีอุปสรรคตรงส่วนไหนในหน่วยงาน เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่นๆ เป็นต้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราไม่มีตัวเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด และไม่มีการวิเคราะห์อย่างจริงๆจังๆ เป้าหมายขององค์กรอาจถูกแปรออกมาเป็นวิธีเดิน โดยใช้การคาดการณ์ ซึ่งวิธีดังกล่าวอาจผิดหรือถูกก็ได้ทั้งสิ้น การทำ Benchmarking จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างตรงจุดและชัดเจน
สักวันหนึ่ง
เราจะโต
เจ้าของโรงงานผลิตรองเท้าเล็กๆ แห่งหนึ่งย่านฝั่งธนฯ มีความฝันว่า สักวันหนึ่งเขาจะต้องเป็นผู้ผลิตรองเท้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศให้ได้ เขาคิดเช่นนั้น เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ยังได้แค่คิดเช่นนั้นอยู่นั่นเอง เป็นเพราะเขาไม่สามารถแปรความฝันมาสร้างเป็นรายละเอียด หรือเป็นวิธีการที่จะพัฒนาโรงงานอย่างเป็นขั้นตอนได้ ผิดกับเจ้าของโรงงานผลิตรองเท้าอีกรายเขามีความฝันเช่นเดียวกันกับรายแรก แต่รายนี้ใช้การบริหารแบบ Benchmarking เข้ามาช่วย หากด้วยความใจร้อน ทำให้เขาศึกษาวิธีบริหาร Bench marking ไม่ละเอียดเจ้าของโรงงานผลิตรองเท้ารายนี้นำข้อมูลที่ได้จากบริษัทยักษ์ใหญ่มาลอกเลียนแบบ เพราะเขาเห็นว่าน่าจะทำให้โรงงานผลิตรองเท้าเล็กๆ ของเขาเติบโตขึ้น เขากู้เงินจากธนาคารมาซื้อเครื่องจักรที่ทันสมัยเหมือนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งๆที่พนักงานยังไม่มีความรู้ความเข้าใจและตลาดของเขายังเล็กกว่ามาก ผลก็คือ เวลาผ่านไปโรงงานรายแรกและรายที่สองยังเติบโตไปไม่ถึงไหนเสียที ซ้ำร้าย เจ้าของโรงงานรายที่สอง ที่ใช้ Benchmarking อย่างผิดๆ ยังคงปวดหัวและแก้ไม่หลุดกับปัญหาการเป็นหนี้ธนาคาร
Benchmarking บันไดสู่ความสำเร็จ
Benchmarking สามารถทำได้หลายระดับ เช่น เปรียบเทียบกับคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน เปรียบเทียบกับหน่วยงานในองค์กรเดียวกันเปรียบเทียบกับหน่วยงานที่มีลักษณะการทำงานเหมือนกันเปรียบเทียบกับกระบวนการผลิตของบริษัทอื่น หรืออาจเปรียบเทียบกับนโยบายของบริษัทอื่น เป็นต้น อย่างไรก็ตามขั้นตอนการทำ Benchmarking หลักๆ ประกอบด้วย
1.รู้จักองค์กรตนเองว่ามีจุดเด่น จุดด้อยอะไรบ้างอย่างละเอียด
2. ค้นหาหน่วยงานหรือองค์กร ทั้งจากภายในและภายนอกที่มีตำแหน่ง ผู้นำ กำหนดไว้เป็นแม่แบบ
3. รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ถึงรูปแบบการดำเนินงาน กระบวนการ และวิธีที่องค์กรแม่แบบใช้แล้วประสบความสำเร็จ จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับบริษัทของตนเพื่อให้เข้าใจถึงข้อแตกต่าง และแนวทางปฏิบัติ
4.นำมาปรับปรุงและพัฒนาหน่วยงานโดยกำหนดเป็นแบบแผนหรือมาตรฐานในการทำงานองค์กรควรเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมพัฒนาองค์กรและใช้การติดต่อสื่อสารภายในองค์กรอย่างทั่วถึงเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทิศทางที่ต้องการ
ทำ Benchmarking แล้วทำไมไม่ถึงฝัน?
สาเหตุที่ทำให้การทำ Benchmarking ประสบอุปสรรคหรือความล้มเหลว มีหลายประการ ดังนี้
*ปัญหาด้านข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบ เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลของตนโดยเฉพาะกับคู่แข่ง การหาข้อมูลมาใช้เปรียบเทียบจึงเป็นเรื่องยาก
*ผู้ประกอบการไม่รู้ปัญหาที่แท้จริงของตนเอง ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถกำหนดออกมาได้ว่าจะเปรียบเทียบกับอะไร
*คัดเลือกแม่แบบไม่เหมาะสม องค์กรควรเลือกคู่เปรียบเทียบที่ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไปซึ่งจะช่วยให้องค์กรเห็นข้อแตกต่างได้
*ไม่เข้าใจการทำ Benchmarking อย่างแท้จริงผู้ประกอบการคิดว่าเป็นการลอกกระบวนการ วิธีการของแม่แบบมาใช้โดยขาดการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับองค์กรของตน
Benchmarking เป็นเครื่องมือบริหารสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นความสำคัญของ Benchmarking อยู่ตรงที่ทำให้องค์กรมีแนวทางที่จะเดินไปถึงเป้าหมายอย่างชัดเจน เพราะใช้องค์กรของผู้นำเป็นตัวเปรียบเทียบ จากนั้นนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงให้เหมาะสมกับองค์กรก่อนนำไปใช้
|
|
|
| TOP |
นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล |
 |
|
บริการติดตามตัวบุคคลรูปแบบใหม่ ที่เปิดให้บริการทั่วเกาะอังกฤษตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาพ่อแม่ขี้กังวลและเจ้านายขี้สงสัยอย่างมาก เพราะสามารถระบุตำแหน่งคนรัก หรือพนักงานจอมอู้ได้โดยง่าย เพียงแค่ผู้ถูกติดตามเปิดเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้เท่านั้น mapAmobile บริการติดตามตัวที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในเกาะอังกฤษ คิดอัตราค่าบริการ 48 ดอลลาร์ต่อปี และคิดเพิ่มอีก 50 เซนต์ต่อการขอข้อมูลตำแหน่งของบุคคลในแต่ละครั้ง ส่วนความแม่นยำนั้น ผู้ให้บริการบอกว่าภายในรัศมี 45.5 เมตร ข้อมูลที่ได้ไม่มีการคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน ชาวอังกฤษสามารถเลือกใช้บริการดังกล่าวจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท โวดาโฟน กรุ๊ป พีแอลซี บริษัท ออเร้นจ์ เอสเอ บริษัท เอ็มเอ็มโอทู พีแอลซี และบริษัท ที-โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้บริการรายเล็กๆ อีก 3 รายที่กำลังจะเปิดให้บริการเช่นกัน ได้แก่ บริษัทเวอร์จิ้น บริษัทเฟรช และบริษัท 3โมบาย
สำหรับรูปแบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้ระบุพิกัดของบุคคลเป้าหมายนั้น เป็นการใช้ประโยชน์จากตัวรับและส่งสัญญาณ หรือเซลล์ไซท์ ที่ติดตั้งอยู่ในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร หรือเสาโครงข่าย ด้วยการคำนวณความแรงของสัญญาณที่ได้จาก 3 เซลล์ไซท์ มากำหนดระยะห่างของบุคคล ก่อนหน้านี้ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่ง ได้ใช้วิธีการนี้มาช่วยติดตามผู้ต้องสงสัยเป็นเวลาหลายปีแล้ว และเมื่อปีที่แล้วเอฟบีไอก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ จับกุมชายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางระเบิดตู้ไปรษณีย์ในพื้นที่ทางตะวันตกตอนกลางของสหรัฐ หลังจากเขาเปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือใช้งานขณะอยู่ในรัฐเนวาดา mapAmobile ถือเป็นบริการระบุตำแหน่งบุคคลรายแรกที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยผู้ให้บริการจะส่งข้อมูลพิกัดของบุคคลที่ผู้ใช้บริการต้องการรู้ที่อยู่ ผ่านทางข้อความ โทรศัพท์ หรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และเริ่มทำงานเมื่อผู้ถูกติดตามเปิดเครื่องมือถือของตนใช้งาน แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาว่าบริการนี้ เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่ผู้ให้บริการก็เชื่อว่าระบบป้องกันที่มีอยู่ จะไม่ทำให้ผู้ถูกติดตามต้องขุ่นใจ เพราะก่อนเปิดใช้บริการนั้น เจ้าของเครื่องมือถือที่ถูกติดตามจะต้องแสดงความยินยอมก่อน และพวกเขายังจะได้รับข้อความแจ้งเตือนด้วยว่า กำลังถูกติดตามอยู่
นอกจากนี้ ผู้ถูกติดตามสามารถกำหนดรายชื่อบุคคลที่เขาอนุญาตให้ติดตามได้เหมือนกัน นิกิ ทอร์แรนซ์ โฆษกของบริษัท เอ็มไอ อินเตอร์เนชั่นแนล ในอังกฤษ ผู้สร้างเทคโนโลยีติดตามตัวผ่านมือถือ บอกว่า ตอนนี้มีผู้สนใจเข้ามาใช้บริการนับพันรายแล้ว และบริษัทกำลังเจรจากับหุ้นส่วนในสหรัฐและยุโรป เพื่อเปิดใช้บริการในประเทศดังกล่าว คาดว่าในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ผู้บริโภคในสหรัฐน่าจะได้ใช้งานกัน ด้านบริษัท เดอะ คาร์โฟน แวร์เฮาส์ พีแอลซี ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในอังกฤษก็มองว่าบริการดังกล่าว ช่วยสร้างความสบายใจให้พ่อแม่ และแม้แต่เจ้าของบริษัทที่ต้องการตรวจสอบตำแหน่งที่อยู่ของพนักงานได้ เราต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และน่าเชื่อถือมาช่วยระบุตำแหน่งโดยไม่เป็นการรบกวนผู้ถูกติดตาม แอนดรูว์ แฮริสัน หัวหน้าฝ่ายบริหาร กล่าว และเสริมว่า ความยินยอมของเจ้าของโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเรื่องสำคัญ มิฉะนั้นอาจเสี่ยงต่อการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ แต่ความแม่นยำของบริการ mapAmobile อาจต้องชิดซ้ายไป เมื่อบริการอีกรูปแบบเปิดตัวในสหรัฐปีหน้า เพราะโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่เป็นอุปกรณ์สำคัญของบริการ จะติดตั้งชิพจีพีเอส หรือระบบระบุตำแหน่งผ่านพิกัดดาวเทียม ซึ่งแน่นอนว่าการระบุพิกัดต้องแม่นยำกว่าโดยไม่ต้องสงสัย
ปัจจุบันสหรัฐนำเทคโนโลยีจีพีเอสมาใช้ติดตามตัวบุคคลบ้างแล้ว อาทิ บริษัทดิจิทัล แองเจิล ซึ่งจะส่งข้อความเตือนผู้ถูกติดตามผ่านเครื่องติดตามตัว หรือเพจเจอร์ และเมื่อโทรศัพท์รุ่นใหม่เริ่มติดตั้งชิพจีพีเอสมากขึ้น ผู้ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายในสหรัฐหลายราย ก็จะต้องลงมาเล่นในตลาดน้องใหม่นี้อย่างแน่นอน เริ่มด้วยบริษัทเวอริซอน ไวร์เลส ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ในสหรัฐ ที่ประกาศเปิดตัวบริการในปีหน้า โดยตั้งกลุ่มเป้าหมายไปที่บริษัทขนส่งต่างๆ ที่ต้องการติดตามตำแหน่งของพนักงานขับรถ |
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ |
|
|
| TOP |
พูดจาภาษาธุรกิจ |
 |
|
สิทธิบัตร (Patents) หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะตามที่พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 กำหนด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สิทธิพิเศษที่กฎหมายบัญญัติให้เจ้าของสิทธิบัตรมีสิทธิเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวในการที่จะนำผลงานจากการประดิษฐ์คิดค้น หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรไว้แล้ว ไปผลิต จำหน่าย หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตรนั้นโดยได้รับค่าตอบแทน และหากเกิดการละเมิดสิทธิในงานประดิษฐ์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้จดสิทธิบัตรไว้แล้วนั้นก็สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ละเมิดได้
สิทธิบัตรแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invent) เป็นการให้ความคุ้มครองงานประดิษฐ์ที่ผู้ประดิษฐ์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีการผลิต ซึ่งจะต้องมีลักษณะดังนี้
- ต้องเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ คือ เป็นการประดิษฐ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ยังไม่เคยมีใช้หรือแพร่หลายมาก่อนในประเทศ หรือไม่เคยเปิดเผยสาระสำคัญในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์มาก่อนทั้งในและนอกประเทศ และยังไม่เคยได้รับสิทธิบัตรมาก่อน
- ต้องเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นตอนการประดิษฐ์สูงขึ้น คือ มีลักษณะที่เป็นการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค หรือเป็นการประดิษฐ์ที่ไม่อาจทำได้ง่ายในผู้ที่มีความรู้ในระดับธรรมดา
- ต้องเป็นการประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือหัตถกรรม
2. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design) เป็นการให้ความคุ้มครองงานที่เป็นการออกแบบรูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตรนั้น จะต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรมได้ คือ เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เคยมีใช้แพร่หลายมาก่อนในประเทศ หรือไม่เคยเปิดเผยสาระสำคัญในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์มาก่อนทั้งในและนอกประเทศก่อนวันขอรับสิทธิบัตรพระราชบัญญัติสิทธิบัตรจะให้การคุ้มครองแก่ผู้ประดิษฐ์และผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นเวลา 20 ปี สำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ และ 10 ปีสำหรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ นับตั้งแต่วันขอจดสิทธิบัตร
|
ที่มา ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, "สิทธิบัตรคืออะไร," ทิศทางการส่งออกและลงทุน เล่ม 3, กรุงเทพ : บริษัท เปรียว จำกัด, 2543, หน้า 60-62. |
|
|
| TOP |
เรื่องของ SMEs |
 |
|
วัตถุประสงค์โครงการ
เพื่อช่วยเหลือธุรกิจไทย จำนวน 2,600 กิจการ ให้สามารถแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจ ยกระดับปรับปรุงความสามารถในการประกอบการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ในเวทีการค้าโลก รวมทั้งคงสภาพการจ้างงานไว้ได้ จัดนักวินิจฉัย สถานประกอบการเข้าวิเคราะห์สถานภาพ ศักยภาพและปัญหาของกิจการ และจัดที่ปรึกษาเฉพาะด้านเข้าให้บริการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทุกพื้นที่ทั่วประเทศในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการที่ยังมีศักยภาพเชิงพาณิชย์และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
*เป็นกิจการที่จ้างงานไม่เกิน 200 คน หรือ มีมูลค่าสินทรัพย์ถาวร(ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกิน 200 ล้านบาท
*เป็นกิจการที่มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50%
*เป็นกิจการที่จดทะเบียนการค้าและดำเนินธุรกิจอยู่
ประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ
1.กิจการสามารถอยู่รอกและรักษาสภาพการจ้างงาน
2.มีแผนฟื้นฟูกิจการที่ดีได้รับการสนับสนุนจากแหล่งสินค้าหรือแหล่งลงทุน
3.มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นมีผลกำไรและความสามารถชำระหนี้สูงขึ้น
4.ได้รับข้อมูลเปรียบเทียบความสามารถของกิจการกับเกณฑ์ของไทยและต่างประเทศ
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้ารับบริการ
1.ผู้บริหารต้องมีความตั้งใจจริงที่จะร่วมดำเนินงานโครงการให้สำเร็จลุล่วง
2.เตรียมบุคลากรหรือทีมงานที่มีความพร้อมที่จะร่วมกับทีมที่ปรึกษาได้ตลอดโครงการ
3.ให้ความร่วมมือกับทีมที่ปรึกษาและให้ข้อมูลของกิจการที่จำเป็นต่อการให้บริการแนะนำเพื่อประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงกิจการ
ผู้รับผิดชอบโครงการ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
|
|
|
| TOP |
ของฝากจากฝ่ายระบบ |
 |
Wi-Fi ความไร้สายทั้งฟรีและไวไฟ
|
คนไอทีไม่ว่าไทยหรือเทศ ชอบทั้งของฟรีและไวไฟ ในโลกอินเทอร์เน็ตไร้สาย "ไวไฟ" ไม่ใช่อะไรอื่นไกล เป็นเพียงคำล้อเรียกแบบไทยๆ ของ Wi-Fi จากคำเต็มว่า Wireless Fidelity ให้เท่ไปตามสมัยแถมให้สอดคล้องกับคุณสมบัติประจำตัวของมันซึ่งมีความไวแบบ "เมื่อใดก็ได้ ที่ไหนก็ได้" พร้อมด้วยความเร็วเหนือโมเด็มธรรมดา ใครๆ ที่ได้ลองแล้วมักจะติดใจความต่อเชื่อมแบบไร้สาย ทำให้เล่นอินเทอร์เน็ตบนเครื่องแล็บทอปได้โดยไม่ต้องอาศัยสายเคเบิลใดๆ อีกทั้งท่องไปด้วยความเร็วสูง 11 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งเร็วพอที่จะทำให้เราสามารถดูภาพยนตร์ขณะดาวน์โหลดเป็นคำตอบอยู่ในตัวแล้วว่า ใครก็ตามที่ไม่เคยเล่นมาก่อนเมื่อได้ลองแล้วต่างติดใจเลิกยาก
ในปีที่แล้ว กว่า 20% ของคอมพิวเตอร์แล็บทอปตามท้องตลาดมีความ "ไวไฟ" ในตัวนักวิเคราะห์เชื่อว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ตัวเลขจะปรับสูงขึ้นถึง 95% บริษัท Apple เป็นบริษัทแรกๆ ที่โปรโมทเทคโนโลยีนี้เมื่อหลายปีก่อนโดยใช้ชื่อ AirPort มาในต้นปีนี้ทางบริษัทได้เปิดตัวรุ่นอัพเกรดที่เร็วกว่า และมีชื่อเรียกใหม่ว่า Air Port Extreme ในขณะที่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง Intel ได้ออกตัว Centrino ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพกพาที่มีไมโครชิพใหม่ ทำให้คอมพิวเตอร์ในระบบ Windows ขนาดเล็กกว่าแล็บทอปต่างมีศักยภาพไวไฟในตัว มองไปทางไหนในทุกวันนี้ เราจะเห็นคอมพิวเตอร์รุ่นแล็บทอป รุ่นโน้ตบุ๊ค รุ่นซัพโน้ตบุ๊ค หรืออุลตราซัพโน้ตบุ๊ค และแม้แต่ PDA จากหลายค่ายต่างก็มี Wi-Fi ด้วยกันทั้งนั้น เทคโนโลยีไวฟิไวไฟกำลังมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจขนาดเล็กขนาดย่อมมากขึ้นทุกที ปัจจุบันเจ้าของธุรกิจ สามารถสร้างความเป็นต่อในเชิงการค้า เพิ่มคุณค่าให้กับบริการ หรือสร้างภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจของตนเองด้วยการเสนอออนไลน์ไร้สายในระบบ Wi-Fi เป็นบริการแถมหรือเสริมให้ลูกค้า จะฟรีหรือไม่ฟรีนั้น ว่ากันอีกที มีคนยกตัวอย่างให้ฟังว่า ถ้าเกิดมีร้านกาแฟสองร้านตั้งอยู่ตรงข้ามกันสองฟากถนน ร้านหนึ่งมีบริการเปิดเข้าอินเทอร์เน็ตไร้สายซึ่งทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากข้อมูลออนไลน์ไปพร้อมๆ กับความผ่อนคลายจากรสชาติอันหอมหวานของกาแฟ เดาได้เลยว่าลูกค้าจะเข้าไปนั่งดื่มกาแฟร้านไหน
ที่ไม่น่าลืมคือความจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของมนุษย์ที่น่าคิดอย่างหนึ่ง ก็คือ แม้ลูกค้าจะเข้าร้านอาทิตย์ละครั้งเพราะต้องการไวไฟสนุกกับอินเทอร์เน็ตไร้สายก็ตาม ยังไงเสียก็คงมีวันอื่นๆ ในอาทิตย์นั้นที่ลูกค้าคนเดิมจะเข้ามาเพื่อหาดื่มกาแฟอย่างเดียว นี่เรียกว่า เริ่มนิสัยติดร้านติดสถานที่ เจ้าของธุรกิจขนาดย่อม ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หรือร้านกาแฟที่มีมุมให้ลูกค้าพักผ่อนหย่อนใจ รวมไปถึงคลินิกหมอที่มีลูกค้าต้องเสียเวลานั่งรอ ถ้าตัวร้านหรือคลินิกมีพื้นที่ครอบคลุมไม่เกินสองสามพันตารางฟุตแล้วละก็ เจ้าของธุรกิจนั้นๆ สามารถจัดให้มีบริการเน็ตเวิร์คไร้สายด้วยต้นทุนไม่เกินแสนบาท และถ้ามีเครื่องแล็บทอปที่สามารถนำมาใช้ประกอบการจัดตั้งเครือข่ายอยู่ในมือแล้ว ต้นทุนก็จะต่ำลงมาก มีคำแนะนำในเวบไซต์ของ oreillynet.com ว่า ถ้าตอนนี้ยังไม่มีอะไรอยู่ในมือเลย และต้องการจัดตั้งระบบด้วยตนเอง เจ้าของธุรกิจต้องจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ
ขอยกตัวอย่างอุปกรณ์ของ Apple เพราะหาง่ายและใช้ง่าย ตัวแรก ได้แก่คอมพิวเตอร์ iBook รุ่นต่ำสุด มาพร้อม AirPort Card ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณ ราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณครึ่งแสน ตัวที่สอง AirPort Base Station เป็น Wi-Fi router ทำหน้าที่ส่งสัญญาณ ราคาน่าจะไม่เกินหมื่นบาท ด้วยต้นทุนที่ไม่ถึงแสน ก็จะมีความพร้อมทางเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เหลือคือการหาบริการ DSL modem ซึ่งเป็นตัวทำให้ลูกค้าสามารถต่อเข้าอินเทอร์เน็ตได้ บริการ DSL มีหลายทางเลือก ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปเสียเป็นรายเดือน รายละเอียดเช็คดูได้ เช่น จากเวบไซต์ของ TelecomAsia เป็นต้น คำถามที่เจ้าของธุรกิจมักจะถามกันเป็นคำถามแรก ก็คือ "ทำไมจึงต้องมีบริการต่อเข้าอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายไว้ให้ลูกค้าด้วย" ถ้าเกิดเจ้าตัวตอบว่า ก็เพื่อที่จะเป็นหนทางทำเงินบ้าง อย่างนี้ก็คงต้องคิดเงิน แต่ถ้าคิดถึงต้นทุนที่ลงไปไม่เท่าไรเพื่อได้มาซึ่งการต่อเข้าแบบไร้สายนี้ เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ควรมองสิ่งนี้เสมือนความสะดวกสบายที่มอบให้กับลูกค้าเช่นเดียวกับความรู้สึกของลูกค้าที่ได้รับจากเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงและภาพสวยๆ ที่แขวนไว้ตามฝาผนังร้าน บริการนี้ควรถูกมอบให้เป็นอภินันทนาการที่ทำเป็นตัวสร้างลูกค้าประจำ ในภาษาธุรกิจแล้ว นี่คือการเพิ่มคุณค่าให้กับบริการ
กระแสความเป็นทั้งไวไฟและฟรีนี้ กำลังมาแรงในตัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงกันอยู่ในขณะนี้ก็คือ สำหรับผู้ที่ติดตั้ง Wi-Fi ไว้ในบ้านแล้วเปิดเน็ตเวิร์คทิ้งไว้ในสไตล์ให้บริการสาธารณะหรือโดยไม่ได้ตั้งใจก็ตามทีซึ่งก็มีอยู่มาก จะเป็นเหตุให้ไม่ว่าใครก็ตาม สามารถใช้เน็ตเวิร์คเหล่านี้เปิดเข้าอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมี password Wi-Fi ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปตอนนี้มีรัศมีการส่งสัญญาณราว 150 ฟุต ถึง 300 ฟุต ซึ่งทำให้เทคโนโลยีนี้เหมาะกับการใช้งานอย่างในบ้าน ในร้านอาหาร หรือร้านกาแฟที่มีขนาดไม่ใหญ่โตนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ IEEE ได้ประกาศออกมาอย่างไม่เป็นทางการถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Wi-Fi ในชื่อว่า 802.16a หรือ Wi-Max เพื่อให้จำกันได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้ครอบคลุมพื้นที่เป็นตารางไมล์ นั้นหมายความว่า เพื่อให้มีบริการ Wi-Fi ครอบคลุมเมืองซานฟรานซิสโกทั้งเมือง จะต้องใช้ตัวส่งสัญญาณเหลือเพียงแค่ 49 ตัวเท่านั้น เมื่อถึงวันที่ Wi-Max ถูกใช้งานได้อย่างเป็นทางการแล้ว สักวันหนึ่ง ด้วยความเอื้ออาทรจากรัฐบาลไทย คงได้เห็นผู้คนต่อเข้าอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายเปิดท่องเว็บฟรีจากเครื่องโน้ตบุ๊คขนาดพกพา จากเครื่อง PDA ขนาดมือถือในทุกสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ รวมไปถึงร้านค้าและร้านกาแฟทั่วไป เกิดเป็นสังคมแห่งการใฝ่รู้ที่ทั้งฟรีและไว-ไฟ ในสไตล์ไทยๆ อย่างแท้จริง |
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ |
|
|
| TOP |
พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT |
 |
|
นักเดินทาง 3 คน หลงป่าไปเจอเผ่ากินคน วันนั้นเป็นวันเกิดของหัวหน้าเผ่า ท่านหัวหน้าจึงคิดจะทำบุญจึงสั่งว่า "วันนี้เป็นวันเกิดของข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่พวกเจ้าต้องเข้าป่าไปเก็บผลไม้คนละ 10 ผล ต้องเป็นชนิดเดียวกันใน 10 ผลนั้น ไปได้" ทั้ง 3 คนรีบเข้าป่าไปทันที สักครู่ คนแรกก็กลับมาพร้อมกับ มะม่วง 10 ผล หัวหน้าเผ่าสั่งว่า "เจ้าจงนำผลไม้นั้นยัดไปในก้นของเจ้าทีละลูกให้ครบ โดยห้ามทำหน้าตา ใดๆทั้งสิ้น มิฉะนั้น จะถูกฆ่าทิ้ง" ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ทำตามทันที แต่พอถึงลูกที่ 2 ก็เผลอทำหน้าเหยเก ออกมา จึงถูกฆ่า ต่อมา ชายคนที่ 2 ก็กลับมาพร้อมเชอร์รี่ 10 ผล รายนี้ถูกสั่งให้ทำแบบเดียวกันก็รีบทำตามทันที แต่เมื่อถึงลูกที่ 9 ก็เผลอปล่อยก๊ากออกมา จึงถูกฆ่าเช่นกัน บนสวรรค์ ชายคนแรกถามอีกคนว่า
"แกหัวเราะออกมาทำไมวะ ทั้งๆที่ยัดลูกที่ 9 แล้วเชียว" ชายคนที่ 2 ตอบว่า
"ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็ตอนยัดลูกที่ 9 น่ะ ข้าเห็นพวกเราอีกคน อุ้มทุเรียนตั้ง 10 ลูกกลับมา !"!!!!!!!!!!!
|
|
|
| TOP |
 |
|
|
 |
Developed
by Chiangmai Trade Point
TRADE POINT THAILAND services
and products are developed by Chiangmai Trade Point, Thailand.
Copyright 2001-2003. All rights reserved. |
 |