ปีที่ 3 ฉบับที่ 106 เดือนสิงหาคม 2546
 

                                        ให้ของขวัญวันแม่นับแต่นี้ โดยทำดีต่อพ่อแม่ก่อนแก่เฒ่า
                                 ให้ท่านได้ประจักษ์รักของเรา ดีกว่าเฝ้าทำบุญเมื่อวายชนม์ .

                                                                                (คำขวัญพระราชทานเนื่องในวันแม่แห่งชาติ)


 
  ข่าวจากองค์กร
  รู้รอบ E-Commerce
  ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
  นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
  พูดจาภาษาธุรกิจ
  เรื่องของ SMEs
  ของฝากจากฝ่ายระบบ
  พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
   
 ข่าวจากองค์กร
โปรโมทสินค้าในตลาดโลก ฟรี! สำหรับ SMEs
        เชียงใหม่เทรดพอยท์เป็นเครือข่ายเทรดพอยท์ในประเทศไทยที่ก่อตั้ง ขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และพัฒนาศักยภาพการค้าและการส่งออกแก่ผู้ประกอบการไทย โดยดำเนินงานร่วมกับเทรดพอยท์โปรแกรมขององค์การสหประชาชาติ UNCTAD และสมาพันธ์เทรดพอยท์โลกในการนำ "E-Commerce" มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพทางการค้าและการส่งออก
        ผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยสามารถรับบริการต่างๆ จากเชียงใหม่เทรดพอยท์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ บริการโปรโมทสินค้าใน E-marketplace ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกทุกสัปดาห์, บริการจัดทำเว็บไซต์และแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์, บริการจัดหาข้อมูลโอกาสการค้าหรือผู้นำเข้า (Global Trade Opportunities) ที่ตรงกับประเภทสินค้าของสมาชิกส่งให้ทางอีเมล์ทุกสัปดาห์, บริการลงทะเบียนเว็บไซต์ใน Search Engine ชั้นนำกว่า 20 แห่ง, ได้รับการโปรโมทกิจการและสินค้าใน Exporter Directory ของ www.tradepointthailand.com และ เครือข่ายเทรดพอยท์โลก (Global Trade Point Network) ที่มีอยู่กว่า 120 แห่งใน 80 ประเทศ เป็นต้น
        ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการจากองค์กร สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับบริการและขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ http://www.tradepointthailand.com/registration/index.html และส่งใบสมัครพร้อมกับหลักฐานการสมัคร รวมถึงข้อมูลที่ใช้ในการทำเว็บไซต์ มาที่ เชียงใหม่เทรดพอยท์ เลขที่ 21 ชั้น 10 กาดสวนแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ info@tradepointthailand.com หรือ cmtp@tradepointthailand.com หมายเลขโทรศัพท์ 0 5389 4505, 0 5322 4497 และ 0 5322 4444 ต่อ 13021 ตั้งแต่วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 น. - 17.30 น

TOP  
 รู้รอบ E-Commerce
จับผิด เสิร์ช เอ็นจิ้น
        นับจากที่ยาฮู (www.yahoo.com) เป็นผู้จุดประกาย ให้การเล่นอินเทอร์เน็ต ขยายขอบเขตออกไป โดยไม่จำเป็นต้องจดจำชื่อเวบไซต์ที่แสนยาว และยากอีกต่อไป จุดนั้น ขอบเขตของจินตนาการในเชื่อมโลกไซเบอร์สเปซดูเหมือนจะไร้ขีดจำกัด เป็นผลให้เวบไซต์เพื่อการรวบรวม และค้นหาเวบไซต์ต่างๆ กำเนิดขึ้นมากมาย ทั้งไลคอส (www.lycos.com) อินโฟซีก (www.infoseek.com) เอ็กซ์ไซต์ (www.excite.com) และลุกสมาร์ท (www.looksmart.com) เป็นต้น
        เหล่านี้ล้วนทำให้เวบไซต์ตระกูลจักรกลค้นหา หรือเสิร์ชเอ็นจิ้น ได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งแต่ละไซต์ก็มีการนำเสนอ และให้การค้นหาที่แตกต่างกัน ทั้งในรูปแบบของไดเรคทอรี่ และการค้นด้วยคำ และหลายเวบไซต์ได้ผันตัวเองไปเป็นเวบท่า ที่นอกจากจะมีการค้นหาแล้ว ยังเป็นเวบอีเมล เวบรวมข่าวสาร หรือแหล่งแสดงความคิดเห็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยาฮู, เอ็มเอสเอ็น (www.msn.com) หรือโกดอทคอม (www.go.com)
        อย่างไรก็ตาม ยิ่งเวบไซต์ขยายตัวไปมาก การให้ความสำคัญกับการค้นหาก็ถูกเฉลี่ยไปด้านอื่น ทำให้ผลลัพธ์ของการค้นหา ยังไม่ค่อยถูกใจนักโต้อินเทอร์เน็ตทั้งหลาย จนกระทั่งกูเกิ้ล (www.google.com) กำเนิดขึ้นมา และสามารถล้มแชมป์ที่แข็งแกร่งต่างๆ จนเบียดขึ้นมาเป็นเวบเสิร์ช เอ็นจิ้น อันดับหนึ่งได้ในเวลาอันรวดเร็ว สามารถเป็นกรณีศึกษาให้ธุรกิจต่างๆ ได้ว่า ถ้าผลิตภัณฑ์ของคุณดีจริง และมั่นใจว่าดีกว่าของคู่แข่ง ก็ไม่ต้องไปเกรงศักดิ์ศรีอะไรทั้งสิ้น
        ดังนั้น จึงทำให้มีเวบเสิร์ช เอ็นจิ้นหน้าใหม่ กำเนิดขึ้นมาไม่น้อย เพื่อหวังก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกได้ โดยหวังว่า อัลกอริธึ่มหรือขั้นตอนการทำงาน ที่ออกแบบไว้นั้น จะให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจผู้ใช้มากที่สุด
        เรามาลองทดสอบผลลัพธ์ที่ว่านั้นดีกว่า โดยคำที่จะใช้ก็เป็นคำเดียวกัน และเป็นคำที่ไม่ได้มีการใช้อย่างแพร่หลาย และที่สำคัญก็คือภาษาไทย คำๆ นั้นคือ "เชลงพจน์" เพราะไม่ว่าเสิร์ช เอ็นจิ้น นั้นจะสร้างโดยประเทศอะไร แต่ถ้ารองรับการใช้งานทุกภาษาเหมือนกูเกิ้ล ย่อมจะซื้อใจผู้ใช้ไปได้ โดยใช้กูเกิ้ลเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งเมื่อค้นด้วยคำดังกล่าว ก็พบจริงๆ ยี่สิบกว่าลิงค์ ที่เกี่ยวข้องกับผลจริงๆ ก็ต้องใช้วิจารญาณในการเลือกอีกที แต่ก็สร้างความประทับใจให้แล้ว เพราะแม้แต่เวบค้นหาของเมืองไทยเอง (www.siamguru.com) ยังค้นหาได้ไม่ตรงใจเท่านี้เลย
        จากนั้น เราก็จะไปเริ่มทดสอบเวบไซต์อื่นๆ ดู เริ่มที่ เทโอมา (www.teoma.com) ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อปลายเดิมพฤษภาคม ที่ผ่านมา พร้อมกับท้าทายกูเกิ้ลเอาไว้ โดยสิ่งที่แตกต่างก็คือ ผลลัพธ์ที่ได้จะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ เวบเพจ (Webpage results เหมือนกูเกิ้ล), เวบเพจโดยหัวข้อ (Webpages by topic) ที่จะแสดงหัวข้อที่เกี่ยวกับคำที่ค้นหา เหมือนๆ กับไดเรคทอรี่ และเอ็กซเพิร์ต ลิงค์ (Expert Link) ที่จะแสดงลิงค์ของผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อนั้น
        ผลจากการค้นหาด้วยคำว่า เชลงพจน์ นั้น ปรากฏว่า ได้ผลลัพธ์มา เกือบแสนลิงค์ แต่ไม่มีตรงใจซักลิงค์คงเพราะเมื่อเป็นภาษาไทย รหัส แอสกี้ ของพยัญชนะไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ทางโปรแกรมก็เข้าใจว่าเป็นภาษาต่างประเทศ เลยไปค้นมาทุกประเทศเลย รัสเซีย เกาหลี เบลเยียม ก็มีส่วนที่เป็นเวบของไทยเอง ก็ไม่เจอคำนั้น แต่ถ้าค้นหาด้วยภาษาอังกฤษ ก็ได้ผลลัพธ์ที่พอรับได้ แต่ยังไม่เท่ากูเกิ้ลอยู่ดี แต่ถ้าพัฒนาอีกนิดก็คงจะมีอะไรตื่นเต้นให้เห็น ข้อดีคือ เอ็กซเพิร์ตลิงค์ ข้อเสียคือ ค้นภาษาไทยไม่ตรงใจ สอบตก
        ในสัปดาห์หน้าเราลองมาดูกันว่ายังมีเว็บไหนที่จะให้เราจับผิดทางด้านนี้ได้บ้าง


(เรียบเรียงจาก http://www.pollecommerce.com )
TOP  
 ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
ปิดฉากเอเปค-เอสเอ็มอี ต่างชาติพอใจวิสาหกิจจิ๋ว
         ปิดฉากเอเปค-เอสเอ็มอีแล้ว ที่ประชุมเห็นชอบวิสาหกิจขนาดจิ๋ว และเรียกร้องให้นายแบงก์กล้าปล่อยกู้มากขึ้น ส่วนไทยเตรียมนำแนวคิดสร้างผู้ประกอบการตั้งแต่อายุต่ำกว่า 25 ปีมาใช้สร้างผู้ประกอบการใหม่ 25,000 รายต่อปี
        รัฐมนตรีเอเปค-เอสเอ็มอี แถลงร่วมกันภายหลังการประชุมวันที่ 7-8 สิงหาคม 2546 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแถลงการณ์ร่วมกันถึง 56 หัวข้อ ในเรื่องการสร้างความเข้มแข็งให้สังคมผู้ประกอบการเอเปค ซึ่งเนื้อหานอกจากจะมีเรื่องเอสเอ็มอีแล้ว ยังเห็นชอบแผนปฏิบัติการเรื่องผู้ประกอบการระดับจิ๋ว (ไมโครเอ็นเตอร์ไพรซ์) การตระหนักถึงโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ที่เป็นรูปแบบที่ดีของประเทศญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการพัฒนาสังคมผู้ประกอบการโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท นอกจากนี้รัฐมนตรียังรับปากที่จะพยายามอย่างเต็มความสามารถในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเอสเอ็มอีและรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโรคซาร์ส
        นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงว่า ที่ประชุมหารือถึงปัจจัยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมผู้ประกอบการเอเปค เห็นชอบแผนปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมกิจการขนาดจิ๋ว (ไมโครเอ็นเตอร์ไพรส์ ) และความร่วมมือระหว่างเอเปคเอสเอ็มอี กับกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะรัฐมนตรีคลัง โดยในการประชุมรัฐมนตรีคลังที่ภูเก็ต เดือนกันยายนนี้ จะมีการลงนามเอ็มโอยูของสถาบันการเงินเอสเอ็มอีหลายประเทศ เพื่อให้ความร่วมมือสนับสนุนการเงิน
         ชี้ 7 ประเด็น อุปสรรคการพัฒนากิจการขนาดจิ๋ว
        ที่ประชุมให้ความเห็นชอบต่อแผนปฏิบัติงานกิจการขนาดจิ๋ว ซึ่งประสบปัญหา 7 ด้าน ได้แก่ การขาดความรู้และข้อมูล ,สภาพแวดล้อมด้านนโยบาย ,ไม่สามารถเข้าถึงตลาด,ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ,ขาดทักษะขั้นพื้นฐานและความรู้ด้านบริหาร ,ขาดโอกาสที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีทันสมัย และขาดการรวมตัวที่เข้มแข็ง และให้การยอมรับข้อเสนอของการประชุมภาคธุรกิจ ในเรื่องการเสริมสร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการ โดยควรบูรณะการ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การตลาดและการวิจัยและพัฒนา และการให้คำปรึกษาด้านการเงินเข้าด้วยกัน

(เรียบเรียงจาก http://www.manager.co.th )
TOP  
 นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
ตลาดเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนในออสเตรเลีย
        ออสเตรเลียเป็นตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนที่น่าสนใจและมีลู่ทางสดใสตลาดหนึ่งของไทยในปี 2545 ไทยส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปออสเตรเลียเป็นมูลค่าถึง 1,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 56% จากปี 2544 โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเฟอร์นิเจอร์โลหะ รองลงมาคือเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ที่ทำจากไม้ พลาสติก หวาย และกก รวมไปถึงที่นอนหมอนฟูก สำหรับผู้ส่งออกไทยที่สนใจส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปออสเตรเลียควรศึกษากฎระเบียบการนำเข้าอย่างละเอียด โดยปัจจุบันออสเตรเลียใช้ระเบียบในการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ตามมาตรฐาน Commonwealth’s Consumer Product Safety and Information Standards ซึ่งกำหนดโดยกลุ่มประเทศในเครือจักรภพ เช่น ต้องระบุชื่อประเทศผู้ผลิตและวัสดุที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน ส่วนการผ่านพิธีการศุลกากรนั้น เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้หรือหวายต้องผ่านการรมควันเพื่อกำจัดโรคพืชและแมลง ณ ด่านศุลกากรของออสเตรเลียก่อนได้รับอนุญาตนำเข้า

TOP  
 พูดจาภาษาธุรกิจ
กลุ่ม G-20 (The Group of Twenty) คืออะไร
        กลุ่ม G-20 (The Group of Twenty) คือ กลุ่มเศรษฐกิจกลุ่มใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2542 ตามมติของที่ประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกลุ่ม G-7 ที่มีความเห็นว่าควรมีเวทีที่กลุ่ม G-7 สามารถประชุมร่วมกับกลุ่มประเทศเกิดใหม่ เพื่อถกเถียง อธิบาย ศึกษา และทบทวนประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ อันจะช่วยเสริมสร้างให้เกิดเสถียรภาพทางการเงินในระบบการเงินระหว่างประเทศ และป้องกันมิให้เกิดปัญหาวิกฤตค่าเงินในภูมิภาคต่างๆ ขึ้นอีก สมาชิกกลุ่ม G-20 ประกอบด้วย 19 ประเทศ กับ 1 องค์กร ดังนี้
        กลุ่ม G-7 หรือกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ จำนวน 7 ประเทศ คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ
        กลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) จำนวน 12 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ และตุรกี
        องค์กร จำนวน 1 แห่ง คือ สหภาพยุโรป (The European Union: EU) นอกจากนี้ยังมีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกเข้าร่วมประชุมด้วย โดยกลุ่ม G-20 จะจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G-20 เป็นประจำทุกปี สำหรับตัวแทนของกลุ่ม EU ที่เข้าร่วมประชุมในระดับดังกล่าวคือประธานกลุ่มสหภาพยุโรปและประธานธนาคารกลางแห่งยุโรป

TOP  
 เรื่องของ SMEs
ของชำร่วยสวยเก๋จากอะครีลิกและไม้
        สินค้าประเภทของขวัญ ของที่ระลึก หรือของชำร่วยเป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดกาลและจะขายดียิ่งขึ้นเมื่อถึงเทศกาลหรือวาระพิเศษต่างๆ ด้วยเหตุนี้เองธุรกิจขายของกิฟต์ช็อปจึงผลัดเปลี่ยนกันเกิด ผลัดเปลี่ยนกันโต สุดแล้วแต่ว่าใครจะสามารถนำเสนอไอเดียที่แปลกใหม่ เลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย และออกแบบได้โดนใจผู้ซื้อมากที่สุด ผู้ประกอบการไทยรายหนึ่งนำเสนอไอเดียใหม่ของสินค้ากิฟต์ช็อปที่ดูเรียบหรูแต่เก๋ด้วยการผสมผสานอะครีลิกและไม้เข้าด้วยกันได้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะอะครีลิกเป็นโลหะที่มีสีสันหลากหลาย ดูทันสมัย และแข็งแรง ในขณะที่ไม้ให้ความอ่อนหวานคลาสสิคและเป็นธรรมชาติ เมื่อผสมผสานกันอย่างพอเหมาะพอดีแล้วจะมีความสวยงามแปลกใหม่ สามารถนำมาทำเป็นของกิฟต์ช็อปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกรอบรูป นาฬิกา โคมไฟ พวงกุญแจ และที่ใส่ปากกา โดยสินค้ากิฟต์ช็อปเหล่านี้ได้รับความสนใจทั้งจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติมาก และอีกไม่นานของชำร่วยสวยเก๋จากอะครีลิกนี้จะถูกส่งออกไปขายในประเทศต่างๆ เพื่อให้ตลาดต่างประเทศรู้ว่าสินค้าจากเมืองไทยมีความสวยงามหลากหลายไม่แพ้ของชาติใดๆ ในโลก

TOP  
 ของฝากจากฝ่ายระบบ
การเปลี่ยน ชื่อ นามสกุล ของไฟล์ต่าง ๆ บน windows แบบง่าย ๆ
        สำหรับปัญหาของการ Download ไฟล์บางอย่างเช่นไฟล์เพลงแบบ MP3 ที่ในบางครั้ง ผู้ที่เขียนเวปไซต์เพื่อให้บริการ Download ไฟล์เหล่านี้ ต้องใช้วิธีการหลีกเลี่ยงข้อห้ามบางอย่างของ Server ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนนามสกุลของไฟล์นั้น ๆ ให้เป็นแบบอื่นก่อน เช่นเปลี่ยนเป็น .DOC .PDF .BMP .BIN หรืออื่น ๆ เมื่อเราทำการ Download มาแล้วอาจจะไม่สามารถ นำมาใช้งานได้ทันที ต้องมาทำการเปลี่ยนนามสกุลของไฟล์นั้นก่อน วิธีการเปลี่ยนก็แบบง่าย ๆ โดยเรียก Windows Explorer ขึ้นมา เปลี่ยน Folder ไปยังที่เก็บไฟล์นั้น ถ้าเป็น windows 95/98/ME ให้ไปกดเลือกที่เมนู View และเลือกที่ Folder Options...
        ถ้าเป็น windows XP ให้ไปที่ Tools และเลือกที่ Folder Options...กดเลือกที่ป้ายของ View ทำการยกเลิกการเลือกที่ช่อง Hide file extensions for know file types
(เพื่อให้ระบบแสดงนามสกุลไฟล์ทั้งหมดที่มี) แล้วกด OK เท่านี้เราก็จะเห็น นามสกุลของไฟล์นั้นแล้ว เมื่อเราจะเปลี่ยนนามสกุลให้เลือกที่ไฟล์นั้น กด F2 ที่คีย์บอร์ด หรือ คลิ๊กขวาเลือก rename แล้วพิมพ์ชื่อไฟล์ที่ต้องการพร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลของไฟล์ให้ถูกต้อง เช่น มีไฟล์เพลงmp3ที่ดาวน์โหลดมามีชื่อ music.doc ซึ่งเราต้องเปลี่ยนนามสกุล music.mp3 เราก็ใช้วิธีข้างต้น
        ทำการเปลี่ยนนามสกุล เท่านี้ก็จะได้ไฟล์ ที่เป็นนามสกุล .mp3 ที่เป็นของ Winamp แล้ว ซึ่งหลักการเปลี่ยนนามสกุลแบบนี้ สามารถใช้ได้กับทุก ๆ ไฟล์ตามต้องการ หากท่านใดไม่ชอบหน้าตาของการแสดงนามสกุลไฟล์ด้วยแบบนี้ หลังจากที่เปลี่ยนนามสกุลของไฟล์ที่ต้องการแล้ว ก็กลับไปเลือกที่ช่อง Hide file extensions for know file types เหมือนเดิมก็ได้ครับ

TOP  
 พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
จะรีบร้อนไปทำไม
        ณ บริษัทแห่งหนึ่งมีลูกค้าคนหนึ่งมาติดต่องาน พนักงานให้ยืนรอสักครู่ สักพักหนึ่งหลังจากที่ยืนรออยู่นาน ทนไม่ไหวจึงถามพนักงานว่า
ลูกค้า: นี่คุณพนักงาน ผมยืนรอเกือบ 20 นาทีแล้วยังไม่ได้เรื่อง
พนักงาน: จะรีบร้อนไปทำไมละครับคุณ ผมยืนที่มี่มาเกือบ 20 ปี แล้วยังไม่บ่นสักคำ นี่คุณแค่ 20 นาทีเอง
ลูกค้า: ...............................


TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com