ปีที่ 2 ฉบับที่ 104 เดือนกรกฎาคม 2546
 

        สวัสดีค่ะ สมาชิกเชียงใหม่เทรดพอยท์ และผู้ประกอบการทุกท่าน ในวันที่ 4 - 7 สิงหาคม 2546 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยก็ได้รับเกียรติให้เป้นเจ้าภาพในการจัดการประชุมเอเปคขึ้น โดยการประชุมครั้งนี้จะจัดขึ้น ณ โรงแรมเวสต์ทิน รีเวอร์ไซต์ พลาซ่า จ.เชียงใหม่ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชาวไทยเข้าร่วมฟังการประชุมภาคธุรกิจเอเปค 2003 ด้วย หากท่านใดสนใจสามารถติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้จากสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ และใน E-Newsletter จากเชียงใหม่เทรดพอยท์ค่ะ

 
  ข่าวจากองค์กร
  รู้รอบ E-Commerce
  ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
  นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
  พูดจาภาษาธุรกิจ
  เรื่องของ SMEs
  ของฝากจากฝ่ายระบบ
  พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
   
 ข่าวจากองค์กร
โปรโมทสินค้าในตลาดโลก ฟรี! สำหรับ SMEs
         เชียงใหม่เทรดพอยท์เป็นเครือข่ายเทรดพอยท์ในประเทศไทยที่ก่อตั้ง ขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และพัฒนาศักยภาพการค้าและการส่งออกแก่ผู้ประกอบการไทย โดยดำเนินงานร่วมกับเทรดพอยท์โปรแกรมขององค์การสหประชาชาติ UNCTAD และสมาพันธ์เทรดพอยท์โลกในการนำ "E-Commerce" มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพทางการค้าและการส่งออก
         ผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยสามารถรับบริการต่างๆ จากเชียงใหม่เทรดพอยท์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ บริการโปรโมทสินค้าใน E-marketplace ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกทุกสัปดาห์, บริการจัดทำเว็บไซต์และแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์, บริการจัดหาข้อมูลโอกาสการค้าหรือผู้นำเข้า (Global Trade Opportunities) ที่ตรงกับประเภทสินค้าของสมาชิกส่งให้ทางอีเมล์ทุกสัปดาห์, บริการลงทะเบียนเว็บไซต์ใน Search Engine ชั้นนำกว่า 20 แห่ง, ได้รับการโปรโมทกิจการและสินค้าใน Exporter Directory ของ www.tradepointthailand.com และ เครือข่ายเทรดพอยท์โลก (Global Trade Point Network) ที่มีอยู่กว่า 120 แห่งใน 80 ประเทศ เป็นต้น
         ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการจากองค์กร สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับบริการและขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ http://www.tradepointthailand.com/registration/index.html และส่งใบสมัครพร้อมกับหลักฐานการสมัคร รวมถึงข้อมูลที่ใช้ในการทำเว็บไซต์ มาที่ เชียงใหม่เทรดพอยท์ เลขที่ 21 ชั้น 10 กาดสวนแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ info@tradepointthailand.com หรือ cmtp@tradepointthailand.com หมายเลขโทรศัพท์ 0 5389 4505, 0 5322 4497 และ 0 5322 4444 ต่อ 13021 ตั้งแต่วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 น. - 17.30 น.

TOP  
 รู้รอบ E-Commerce
การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (emarketing) รวมเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจ
        การตลาดคือวิถีทางและการดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ตอบแทน ตรงตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์กรที่ได้กำหนดขึ้นไว้ภายในช่วงระยะเวลา
        ทุกองค์กรต้องนำการตลาดมาร่วมใช้ในการบริหารการจัดการ เพื่อความอยู่รอด และมั่นคงขององค์กร ความอยู่รอดและความมั่นคง จะได้มาจากความสามารถในการกำหนดวิถีทาง และการดำเนินการทางการตลาด เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย อาจจะเป็นเพียงกลุ่มเดียว หรือหลายกลุ่ม หรือทั้งประเทศ หรือทั้งโลก เข้ามายอมรับสนับสนุนและแลกเปลี่ยนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ แนวความคิด หรือบริการ ที่องค์กรได้นำเสนอ
        ตัวอย่าง องค์กรเอกชนที่ประกอบธุรกิจ ต้องนำการตลาดมาใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งร่างกาย จากกลุ่มลูกค้าที่เป็นฐาน และกลุ่มลูกค้าใหม่ ด้วยการลงทุนในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาด ตามแผนงานหรือวิถีทางที่ได้กำหนดขึ้นมาไว้ก่อนแล้ว เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาของการดำเนินการ จะต้องมีการวิเคราะห์และประเมินผลงาน เพื่อนำไปใช้แก้ไขปรับปรุงในการดำเนินการทางการตลาดต่อไปใหม่ องค์กรทุกองค์กร ที่รุ่งเรือง เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ส่วนหนึ่งจะมาจากความสามารถในการนำการตลาดมาใช้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ เปิดเผยและเป็นที่ยอมรับ และจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่การตลาดบริสุทธิ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการตลาด
        แท้ที่จริงแล้ว การตลาดเป็นวิถีชีวิตของประชาชนทุกคน และประชาชนทุกคนจะมีส่วนร่วมอยู่ในกิจกรรมของการตลาด ตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกวันนี้ไม่มีวันหยุด ตลอด 24 ชั่วโมง เกิดมาก็ร้องอุแว้ เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศให้โลกรู้ว่า ฉันเกิดขึ้นมาเป็นสมาชิกคนใหม่ของโลกแล้วนะ นับจากวินาทีที่เกิดมาในโลก ก็เข้ามาอยู่ในกิจกรรมของการตลาด การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สวมเสื้อผ้า ได้รับยารักษาป้องกันโรค อาจจะดื่มนมมารดรที่ต้องทำนุบำรุงตนด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือดื่มจากนมวัว ที่ซื้อหามาภายใต้การดำเนินการทางการตลาด การเป็นอยู่หลับนอนต้องใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยน ฯลฯ
        การดำเนินการทางการตลาด ได้มีวิวัฒนาการในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อพยายามหาหนทาง หรือวิถีทางเสนอ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด วิถีทางที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการหรือแนวความคิดไปยังผู้บริโภค หรือผู้ลงคะแนนเสียง หรือผู้มีจิตศรัทธา จะต้องใช้สื่อเป็นตัวกลางในส่งข้อความ ที่เป็นแนวความคิดที่บ่งถึงประโยชน์ที่ผู้รับสื่อ จะได้รับจากผลิตภัณฑ์หรือจากพรรคการเมือง หรือจากศาสนา
        สื่อก็มีการพัฒนา มีวิวัฒนาการ ประเภทและจำนวนของสื่อก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ถ้าจะแบ่งสื่อสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลักๆ ได้แก่
1.สื่อบุคคล ในทางธุรกิจเรียกพนักงานขาย พรรคการเมืองเรียกเจ้าหน้าที่สนาม ออกชักชวนหาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ (canrass) และทางศาสนา ได้แก่ นักบวช นักเผยแพร่ศาสนา เป็นต้น
2.สื่อที่ไม่ใช่บุคคล ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อทีวี สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อป้ายโฆษณา ทั้งที่เคลื่อนที่ได้และอยู่กับที่ เป็นต้น
        ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เปิดโอกาสใหม่แก่ผู้ประกอบการทุกองค์กร ทุกประเภททั่วโลก ให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือแนวความคิดไปยังประชาชนได้อีกแนวทางหนึ่ง และแนวทางนั้นก็คือ การตลาดอิเล็กทรอนิกส์
        การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (electronic marketing) ไม่จำกัดอยู่เพียงการดำเนินการทางการตลาดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ต้องมองให้ทั้งไกลและกว้างกว่านั้น ที่หมายรวมการนำ เทคโนโลยีธุรกิจ ที่มีอยู่ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล
        เทคโนโลยีธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ดำเนินการทางการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่จะนำเสนอต่อไป ที่สำคัญได้แก่ เครื่องโทรสาร หรือที่เรียกกันทั่วโลกว่า fax การให้บริการ audistixt ตู้ให้บริการ (kiosk) และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

(เรียบเรียงจาก http://www.manager.co.th )
TOP  
 ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
นักวิเคราะห์ระบุ ปัจจัยที่ทำให้คนยอมเสียเงินเพื่อเข้าเว็บ มีอยู่ 7 อย่าง
        จูปิเตอร์ (Juputer Media Metrix) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย ระบุ ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงิน เพื่อเข้าชมเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต มีอยู่ 7 อย่าง
         เดวิด การ์ด (David Card) รองประธานและหัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัทวิจัยจูปิเตอร์มีเดียเมตริกซ์ ระบุว่า ปัจจุบันเว็บไซต์หลายแห่งพยายามหารายได้เข้าเว็บ โดยนำเสนอเนื้อหาพิเศษหรือรูปแบบการให้บริการพิเศษ เพื่อจะได้เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บริการ ทำให้มีการมองกันว่า ยุคของฟรีอินเทอร์เน็ตกำลังจะสิ้นสุด ในขณะเดียวกันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็พยายามเลี่ยง และพยายามหาเว็บที่ยังไม่เก็บค่าบริการแทน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยอมเสียสตางค์
        สำหรับเว็บไซต์สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บริการได้นั้น แน่นอนว่าต้องมีการนำเสนอบริการพิเศษ ที่ลูกค้าเห็นว่าคุ้มพอที่จะจ่าย ซึ่งสิ่งที่ลูกค้าจะเห็นว่ามีความคุ้มค่าเพียงพอนั้น เดวิด การ์ด ระบุไว้ 7 อย่างด้วยกัน ได้แก่
        1.เนื้อหาดังกล่าว สามารถช่วยในเรื่องงานได้
        2.เนื้อหานั้น สามารถช่วยจัดการด้านการเงินได้
        3.เนื้อหานั้น มีส่วนช่วยจัดการเกี่ยวกับความรักและการดำเนินชีวิต
        4.เนื้อหานั้น เป็นการกระตุ้นอารมณ์ในเชิงลึกและเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต
        5.โปรแกรมหรือบริการที่นำเสนอมีความสำคัญและอาจเชื่อมโยงไปยังข้อมูลที่เปิดให้บริการได้ฟรี หลังสมัครเข้ารับบริการในโปรแกรมนั้นๆ แล้ว เช่น บริการอีเมล หรือบริการเอ็มเอสเอ็นมันนี่
        6.เนื้อหาที่ให้บริการนั้น ทำให้เว็บไซต์มีลักษณะเป็นสื่อกลาง เช่น เว็บไซต์ให้บริการอีการ์ด เป็นต้น
        7.เนื้อหาดังกล่าว ช่วยผ่อนคลายหรือเป็นความบันเทิง ซึ่งอาจจะรวมไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเซ็กซ์

                                                                                                                                        Company Related Links :
                                                                                                                                                 Jupiter Media
                                                                                ( http://www.jupiterresearch.com/bin/item.pl/home/ )

TOP  
 นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
การนำเข้ากุ้งของสหรัฐอเมริกา
        สหรัฐฯ เป็นประเทศผู้นำเข้ากุ้งรายใหญ่ที่สุดของโลก เนื่องจากกุ้งเป็นอาหารทะเลยอดนิยมของชาวอเมริกัน ดังสะท้อนให้เห็นได้จากอัตราการบริโภคกุ้งต่อคนต่อปีของชาวอเมริกันที่เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.9 ปอนด์ในปี 2543 เป็น 3.5 ปอนด์ในปี 2544 ขณะที่ผลผลิตกุ้งของสหรัฐฯ มีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการบริโภคในประเทศ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าถึงเกือบร้อยละ 90 ของปริมาณกุ้งที่สหรัฐฯ บริโภคทั้งหมด ในปี 2545 สหรัฐฯ นำเข้ากุ้งทั้งสิ้น 4.3 แสนตัน แหล่งนำเข้าสำคัญ คือ ไทย (ส่วนแบ่งตลาด ร้อยละ 26.8) รองลงมา ได้แก่ จีน (ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 11.5) และเวียดนาม (ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 10.4) เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ไทยเป็นแหล่งนำเข้ากุ้งรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ แต่กลับเริ่มลดความสำคัญลงเป็นลำดับ
        ขณะที่คู่แข่งสำคัญโดยเฉพาะ จีน เวียดนาม และอินเดีย กลับมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นแทนที่ไทย โดยในปี 2545 ปริมาณการนำเข้ากุ้งของสหรัฐฯ โดยรวมที่ขยายตัวร้อยละ 7 เป็นปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากจีนถึงร้อยละ 76 นำเข้าจากเวียดนาม และอินเดียเพิ่มขึ้นเท่ากันที่ร้อยละ 34 ขณะที่ปริมาณการนำเข้ากุ้งจากไทยซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญที่สุดกลับลดลงถึงร้อยละ 15 เช่นเดียวกับเม็กซิโกที่สหรัฐฯ ลดการนำเข้ากุ้งลงถึงกว่าร้อยละ 20 ในปี 2545 หากพิจารณารายละเอียดการนำเข้ากุ้งแต่ละประเภท พบว่าสหรัฐฯ นำเข้ากุ้งแกะหัวไม่ปอกเปลือกมากที่สุดถึงเกือบร้อยละ 50 ของปริมาณนำเข้ากุ้งทั้งหมด ซึ่งเดิมไทยครองส่วนแบ่งตลาดกุ้งประเภทนี้สูงสุดในสหรัฐฯ แต่ในปี 2545 สหรัฐฯ ลดการนำเข้าจากไทยลงถึงร้อยละ 42.7 ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดกุ้งแกะหัวไม่ปอกเปลือกของไทยตกไปอยู่อันดับสามรองจากอินเดียและเม็กซิโก อย่างไรก็ตาม ไทยยังสามารถครองส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดในกุ้งปอกเปลือกและกุ้งคลุกแป้งขนมปัง โดยเฉพาะกุ้งคลุกแป้งขนมปังนั้นในปี 2545 สหรัฐฯ นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นจากปี 2544 ถึงเกือบ 1.5 เท่า
        สำหรับไตรมาสแรกของปี 2546 แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการ รวมทั้งผลจากอากาศที่เย็นจัดในช่วงต้นปี ซึ่งทำให้กิจการร้านอาหารซบเซาลงก็ตาม แต่ปริมาณนำเข้ากุ้งโดยรวมยังเพิ่มขึ้นถึงเกือบร้อยละ 10 โดยขยายการนำเข้าจากจีนมากที่สุด (เพิ่มขึ้นร้อยละ 140) รองลงมา ได้แก่ เวียดนาม (เพิ่มขึ้นร้อยละ 74) ขณะที่นำเข้าจากไทยลดลงมากถึงกว่าร้อยละ 30 และเม็กซิโก ลดลงร้อยละ 17

TOP  
 พูดจาภาษาธุรกิจ
GHP คืออะไร
        GHP (Good Hygiene Practices) หรือหลักเกณฑ์ว่าด้วยสุขลักษณะที่ดีในการผลิต เป็นหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (United States Food and Drug Administration: USFDA) จัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางพื้นฐานในการควบคุมการผลิตสินค้าประเภทอาหาร ยา เครื่องสำอาง และเวชภัณฑ์ต่างๆ
        หลักเกณฑ์หรือข้อกำหนดของ GHP ในการควบคุมคุณภาพสินค้าต่างๆ ดังกล่าว ครอบคลุมตั้งแต่สุขอนามัยของสถานที่ผลิต วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งต้องสะอาดเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนในสินค้า นอกจากนี้ยังควบคุมสุขอนามัยในทุกขั้นตอนการผลิต การบำรุงรักษาสถานที่ผลิต และการขนส่งจนกว่าสินค้าจะถึงมือผู้บริโภค หลักเกณฑ์ GHP มีความคล้ายคลึงกับหลักเกณฑ์ตามมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practices) หรือหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตซึ่งเป็นมาตรฐานหนึ่งที่ USFDA กำหนดขึ้นเพื่อใช้ควบคุมการผลิตสินค้าประเภทเดียวกับ GHP เพื่อให้ได้สินค้าที่มีมาตรฐานและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
        อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดใน GHP มีความเข้มงวดน้อยกว่าเกณฑ์ของ GMP โดยผ่อนปรนในเรื่องการบริหารการผลิต การจัดเก็บเอกสาร รายงานการตรวจสอบคุณภาพสินค้า เป็นต้น จึงเหมาะสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ไม่สามารถพัฒนากระบวนการผลิตให้ถึงระดับ GMP ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร สำหรับประเทศไทย การผลิตตามมาตรฐาน GHP เป็นไป โดยความสมัครใจและยังไม่มีการประกาศใช้เป็นกฎหมายแต่อย่างใด

TOP  
 เรื่องของ SMEs
แก้วถัก สวยใสแบบไทย ถูกใจต่างชาติ
        แก้วสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้มากมายขึ้นอยู่กับจินตนาการและความสามารถของผู้ผลิต ดังเช่นที่กลุ่มแม่บ้านในจังหวัดนครปฐมสามารถเปลี่ยนแก้วใสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นแก้วถักรูปทรงต่างๆ ที่สวยงามอ่อนช้อยแบบไทยๆ ได้ ซึ่งวิธีทำก็คือใช้ความร้อนจากแก๊สออกซิเจนลนแท่งแก้วให้หลอมละลาย แล้วถักให้เป็นลวดลายต่างๆ ตามต้องการโดยไม่ต้องใช้พิมพ์ ผลงานที่ได้จึงมีความสวยงามอ่อนช้อยกว่าการเป่าแก้วธรรมดาๆ และยังสามารถฉลุลวดลายเพิ่มเติมเพื่อทำให้งานวิจิตรงดงามเพื่อเน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น เช่น ทำเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ รูปหงส์เดี่ยว หงส์คู่ รถสามล้อ รถตุ๊กตุ๊ก และนางระบำ นอกจากนี้ยังสามารถทำเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง เช่น ถ้วย แก้วน้ำ ตะเกียบ และช้อนส้อม ซึ่งนอกจากจะสวยงามกว่าปกติแล้ว ยังเหมาะจะเป็นของขวัญ ของฝาก ของชำร่วย และของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งยังสามารถส่งออกไปขายตลาดต่างประเทศได้ในอนาคตอีกด้วย เพราะงานฝีมือที่มีความอ่อนช้อยแบบนี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติไม่เสื่อมคลายและในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ เอ็กซิมแบงก์จะจัดอบรมหลักสูตร “Easy Export” สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจประกอบธุรกิจส่งออก ให้ความรู้ในภาพรวมของธุรกิจส่งออก ไปจนถึงความเสี่ยงและวิธีป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในการประกอบธุรกิจส่งออก ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ส่วนพัฒนาบริการธนาคาร โทร. 0 2617 2111 ต่อ 1282-4 ภายในวันที่ 18 สิงหาคม

TOP  
 ของฝากจากฝ่ายระบบ
Junk mail ที่รัก (ซะไม่มีหล่ะ)
        พักหลังบรรดาอีเมล์ขยะหรือที่เรียกว่า Junk mailนั้นเริ่มระบาดไปทั่วและดูเหมือนจะมีแนวโน้มหนักขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นช่องทางให้บรรดาผู้ทำตัวกอง E-mail ขายดิบขายดี
        ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้บริการฟรีอย่าง Hotmail หรือ Yahoo เมล์อาจจะไม่เจอปัญหาเหล่านี้มากนักเพราะตัวผู้ให้บริการเองมีการตั้งตัวกรองอีเมล์มาระดับหนึ่งจะมีก็แต่อีเมล์ไวรัสสารพัดรูปแบบที่แฝงมาจากคนรู้จักเท่านั้นแต่กับคนที่ใช้อีเมล์ส่วนตัวโดยเฉพาะคนที่มีเว็บไซด์เป็นของตัวเองแล้วอีเมล์ขยะที่ว่านี้นับวันจะเริ่มก่อกวนคุณหนักขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าคุณเช็คอีเมล์ครั้งหนึ่งจะมีอีเมล์มาประมาณ 20-30 ฉบับแต่อาจเป็นอีเมล์ที่คุณต้องการจะดูจริง ๆ เพียง 5-7 ฉบับเท่านั้นนอกนั่นก็เป็นโฆษณามั่ง ขายของมั่ง ประกันมั่ง และอีกสารพัดตอนที่ผมเจออีเมล์ขยะช่วงแรกๆก็รำคาญเหมือนกันครับผมก็ใช้คุณสมบัติ Block Sender ที่มาในโปรแกรม OutlookExpress ก็พอช่วยไปได้ในระดับหนึ่ง เพราะสมัยก่อนอีเมล์พวกนี้ยังไม่มีและสามารถลดจำนวนอีเมล์ที่ไม่พึงประสงค์ลงไปได้หลายฉบับแต่พอมีมากๆเข้ารู้สึกว่าคุณสมบัติ Block Sender เริ่มเอาไม่อยู่ในทุกวันนี้เวลาที่ผมเช็คอีเมล์เสร็จแล้วหันไปมองที่โฟลเดอร์ Deleted itemsจะเห็นเป็นตัวเลขปรากฏขึ้นให้รอทิ้งอยู่เป็นหลักสิบแต่กระนั้นอีเมล์ขยะหน้าใหม่ก็จะหลุดรอดมาอยู่ใน Index ของผมอีกหลายสิบ

วิธีการป้องกัน
        วิธีการป้องกันนั้นเราอาจจะต้องใช้โปรแกรมกรองอีเมล์ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปแต่สำหรับวิธีของผมนั้นก็ไม่ยากแต่ก็ยอมรับว่าอาจจะไม่เหมาะกับบางลักษณะงานในบางธุรกิจ คือ ผมจะมีอีเมล์กลางไว้ให้ผู้คนได้ติดต่อทิ้งไว้ในเว็บไซด์และมีอีเมล์ส่วนตัวไว้ใช้อีกอีเมล์หนึ่งพอครบปีหนึ่งผมจะเพิ่มชื่ออีเมล์กลางขึ้นมาอีกอีเมล์หนึ่ง แล้วนำไปแทนที่อีเมล์กลางอันเดิมที่เว็บไซด์แล้วพักๆ ผมก็ไปสั่งลบอีเมล์กลางอันเก่าที่ไม่ใช้ (เพราะมีอีเมล์spam)ทำให้ลดปริมาณอีเมล์ขยะลงไปได้เยอะทีเดียวโปรดอย่าลืมว่านั้นมีค่ามีความหมายเพราะผมเห็นหลายบริษัทละเลยที่จะตรวจสอบอีเมล์ส่วนนี้ (เมล์ไปไม่มีคนตอบกลับ) เพราะหากคุณปล่อยให้กลุ่มเป้าหมายเล็ดรอดไปเพียงรายเดียว... ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

TOP  
 พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
คำเตือนจากสายการบิน
แอร์โฮสเตสสายการบินที่ตกบ่อยๆ ประกาศก่อนเครื่องออกว่า
        "ท่านผู้โดยสาร ทุกท่านโปรดทราบเที่ยวบินสู่เมืองปักกิ่งกำลังจะออกเดินทาง ณ บัดนี้แล้ว เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านโปรดคาดเข็มขัดนิรภัย ท่านที่พบว่าเข็มขัดนิรภัยตรงที่ท่านนั่งชำรุด กรุณามัดด้วยเงื่อนพิรอดนะคะ ด้วยความห่วงใย สวัสดีค่ะ"


TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com