ตามที่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศ
กำหนดให้ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งบุคคลธรรมดา
และนิติบุคคลที่มีสถาน ประกอบการตั้งอยู่ในประเทศไทยต้องยื่นจดทะเบียนพาณิชย์
โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไป
นั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการขึ้นทะเบียน
จึงขอชี้แจงให้ทราบ ดังนี้
1. ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ คือ
- บุคคลธรรมดา (เจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน
คณะบุคคล)
- นิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด
บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด)
ที่ประกอบพาณิชยกิจในเชิงพาณิชย์อันเป็นอาชีพปกติ ดังต่อไปนี้
คือ
(1) ซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
(2) บริการอินเตอร์เน็ต (ISP : Internet Service Provider)
(3) ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web
hosting)
(4) บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่าย
อินเตอร์เน็ต (e-Marketplace)
2. การยื่นขอจดทะเบียน
2.1 ผู้ประกอบการที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นจดทะเบียนต่อ
สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1-7 หรือ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง
สำนักทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยจะเลือกยื่นต่อสำนักงานใดก็ได้
2.2 ผู้ประกอบการที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่จังหวัดอื่น
นอกจากกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะตั้งอยู่อำเภอใด ให้ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดนั้น
ๆ เพียงแห่งเดียว
3. เอกสารประกอบการจดทะเบียน
3.1 คำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.) โดยให้ระบุรายละเอียดอื่น
ๆ ในข้อ [14] เพิ่มเติม คือ ชื่อ Web site, E-mail Address,
หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขโทรสาร, เลขทะเบียนนิติบุคคล
(ถ้ามี), ระดับของการทำ ธุรกรรมในเว็บไซต์ (ตามตัวอย่างเอกสารแนบ
แบบ ทพ.)
3.2 สำเนาบัตรประจำตัว
- กรณีบุคคลธรรมดา ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- กรณีนิติบุคคล ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน
หรือของกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท จำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด
(ไม่ต้องแนบหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล)
3.3 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
4. กำหนดเวลา
4.1 ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์
- กรณีเป็นผู้ประกอบการอยู่แล้วก่อนวันที่ 18 พฤษภาคม
2546 ให้ยื่นขอจดทะเบียน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 มิถุนายน
2546 โดยจะเริ่มยื่นขอจดทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม
2546 เป็นต้นไป
- กรณีเริ่มประกอบการใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2546
ให้ยื่นขอจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบการใหม่
4.2 ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จดทะเบียนพาณิชย์อยู่แล้ว
ก่อนวันที่ 18 พฤษภาคม 2546 ให้แจ้งนายทะเบียนทราบ โดยแจ้งต่อสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ที่ยื่น
จดทะเบียนพาณิชย์ไว้ ต่างจังหวัดให้แจ้งต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดนั้นๆ
ภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2546 พร้อมสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
เพื่อนายทะเบียน จะได้ ดำเนินการ ตรวจสอบว่าได้จดทะเบียน
พาณิชย์โดยถูกต้องแล้ว
5. อัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 50 บาท
6. เมื่อได้จดทะเบียนแล้ว ให้ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ ณ สำนักงานฯ ในที่ เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย
และจัดให้มีป้ายชื่อที่ใช้ในการประกอบการไว้หน้าสำนักงานฯ
โดยเปิดเผย
7. เพื่อประโยชน์ในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค/ประชาชน
และเพื่อรับรองว่าผู้ประกอบการพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว
ผู้ประกอบการควรแสดงใบทะเบียนพาณิชย์ หรือ ระบุเลขทะเบียนพาณิชย์ไว้บน
Web Site (Home Page) ด้วย เพื่อแสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนกับกรมฯ
แล้ว
ประโยชน์ของการจดทะเบียน
7.1 สร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้บริโภค
(รู้ว่าผู้ประกอบการได้ขึ้น ทะเบียนกับกรมแล้ว)
7.2 สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(เป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการอีกทางหนึ่ง)
7.3 เป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค
(โดยจะจัดทำเป็น e- Directory)
7.4 การได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เช่น
-
การได้รับสิทธิพิเศษในการสนับสนุนด้านการตลาด เช่น การเข้าร่วมโครงการ
E-marketplace
-
การได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมการอบรมสัมมนาที่กรมจะจัดขึ้น
การได้รับคำแนะนำ และการ รับข้อมูลข่าวสารของกรม
-
การได้รับการส่งเสริมในการขอใช้เครื่องหมายรับรอง (Trust
mark)
8. กรณีมีปัญหาหรือข้อสงสัยในการจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ขอคำชี้แจงหรือคำแนะนำเพิ่มเติมได้จาก สำนักงานทะเบียนพาณิชย์
หรือ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร.
0 2547 5958-60 หรือ 0 2547 5050 ต่อ 3191 หรือทาง E-mail
:
e-commerce@thairegistration.com
หรือทางเว็บไซต์ของกรมฯ
http://www.dbd.go.th