ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงธุรกิจหรือแม้แต่ผู้ใช้ทั่วไป
เนื่องจากคล่องตัวและสามารถพกพาไปไหนมาไหนเพื่อใช้งานได้สะดวก
แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า หลายต่อหลายล้านคนในโลกที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กนั้น
ใช้เครื่องได้อย่างไม่ถูกวิธีและไม่ทะนุถนอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแหล่งพลังงานของเครื่องหรือแบตเตอรี่นั้นเอง
* Sp คือเนื้อหาที่ได้นำมาจากที่อื่น ซึ่งไม่เกี่ยวกับส่วนของตอนหลักของแต่ละบทความครับ
 |
ใช้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กอย่างไรให้คุ้มค่า
หลายๆ คนคงเกิดปัญหารำคาญใจกับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
ลองคิดดู...ถ้าคุณกำลังใช้แลบทอปตัวเก่งทำงานอยู่อย่างสบายใจบนรถขณะเดินทางมาทำงาน
แต่แบตเตอรี่หมดและแน่นอนว่าบริเวณนั้นไม่มีปลั๊กไฟให้คุณเสียบได้
ทำให้การทำงานของคุณต้องหยุดชะงัก หรือบางครั้งข้อมูลสำคัญต่างๆ
ที่คุณอุตส่าห์ทำขึ้นมา เกิดสูญหายไปเนื่องจากแบตเตอรี่หมดด้วย
เราจะมีวิธีอย่างไรที่ช่วยยืดเวลาให้คุณใช้งานโน้ตบุ๊กได้นานอีกหน่อย
เพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยืนยาว และช่วยให้คุณไม่สูญเสียเวลาและทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์
ในคอลัมน์นี้เราอยากให้คุณหันมาสนใจประหยัดพลังงานให้กับ
เครื่องโน้ตบุ๊กของคุณเพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น
คุณจะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาวุ่นวายหากต้องพกพาเครื่องโน้ตบุ๊กเดินทางโดยเครื่องบิน
รถไฟ หรือรถยนต์ ไปในที่ไกลๆ อีกทั้งคุณจะได้เข้าใจถึงการสงวนรักษาและดูแลจัดการกับแหล่งพลังงาน
เพื่อให้ใช้งานเครื่องโน้ตบุ๊กได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
การสงวนรักษาพลังงาน
แบตเตอรี่ของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทั่วๆ ไปในปัจจุบันนั้น
เราใช้งานได้เพียง 2-3 ชั่วโมงก็หมดเสียแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอกับการเดินทางไปต่างประเทศหรือใช้งานทั่วไปในแต่ละวันโดยไม่ได้ต่อกับสายไฟบ้าน
แต่สิ่งแรกที่คุณทำได้ก็คือ ลดการใช้พลังงานของเครื่องโน้ตบุ๊กเพื่อเพิ่มเวลาการใช้งานของเครื่อง
โดยทั่วไปโน้ตบุ๊กทุกๆ เครื่องจะมีโปรแกรมที่ให้คุณกดคีย์ลัด
(จะเป็นคีย์ใดนั้นขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่)
เพื่อให้คุณปรับค่าการจัดการพลังงานของโน้ตบุ๊กให้จัดการและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่มีการทดสอบการทำงานและปรับตั้งค่าการใช้พลังงานมาเป็นอย่างดีแล้ว
ซึ่งคุณสามารถตั้งค่านี้ได้ตลอดเวลาเพื่อให้คุณสงวนพลังงานไว้ใช้ได้นานขึ้นด้วย
ปรับการทำงานของเครื่อง
เครื่องโน้ตบุ๊กโดยทั่วไปแล้วสามารถตั้งค่าต่างๆ
ในการปรับสมรรถนะของเครื่อง เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้
แต่การลดสมรรถนะการทำงานของหน่วยประมวลผลหรือซีพียูโดยไม่สนใจอะไรเลยนั้น
ทำให้เสียพลังงานไปกับการเริ่มต้นทำงานหากมีการประมวลผลข้อมูลใหม่เสมอ
ถ้าคุณใช้ระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ เช่นระบบยูนิกซ์นั้น
คุณสามารถตั้งค่าให้ลดสมรรถนะการทำงานของซีพียูเพื่อรักษาพลังงานให้หมาะสมได้
แต่ถ้าหากคุณใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 98 หรือวินโดวส์เอ็นทีแล้วละก็
คุณอาจจำเป็นต้องเพิ่มความเร็วในการประมวลผลแทน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วเพียงพอ
และยิ่งคุณใช้งาน Winmodem (Windows-only modem) ซึ่งทำงานผ่านทางซีพียูด้วยแล้ว
คุณคงต้องเพิ่มความเร็วของการประมวลผลขึ้นอีก
การปรับค่าสมรรถนะการทำงานของหน่วยประมวลผลนี้จะแตกต่างกันไปตามรุ่นหรือยี่ห้อของโน้ตบุ๊ก
โดยบางรุ่นอาจใช้ฟังก์ชันคีย์เพื่อปรับค่าทางไบออส หรือบางรุ่นก็ต้องรันยูทิลิตี้เฉพาะในการปรับค่าต่างๆ
เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานให้กับเครื่องโน้ตบุ๊ก การลดแสงก็ช่วยประหยัดพลังงาน
เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่จะมีปุ่มปรับแสงของหลอดจอภาพ
ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าใกล้กับจอภาพ เพื่อลดหรือเพิ่มความสว่างให้กับจอภาพด้วย
และความสว่างของจอภาพนี่เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไปโดยไม่จำเป็น
คุณก็ควรลดแสงหรือความสว่างของหลอดภาพเท่าที่เป็นไปได้และไม่ทำให้คุณปวดตา
โน้ตบุ๊กบางรุ่นสามารถลดแสงหรือความสว่างของหลอดภาพได้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณถอดสายไฟ
AC ออกเพื่อใช้ไฟจากแบตเตอรี่แทน ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานจากแบตเตอรี่ได้อีกทางหนึ่งด้วย
และสามารถเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ถึงประมาณ 10
เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และคุณควรตั้งเวลาปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กไว้ด้วยหากไม่มีการใช้งานด้วยเวลาที่เหมาะสม
เช่น ประมาณ 5-10 นาที ทั้งนี้เพราะหากคุณตั้งเวลาไว้น้อยเกินไป
การปิดหน้าจอบ่อยๆ ขณะทำงานอาจทำให้คุณรำคาญได้
และในทำนองเดียวกัน
การประหยัดพลังงานโดยการปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์เมื่อไม่มีการอ่านหรือเขียนข้อมูล
ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยคุณได้ การตั้งเวลาด้วยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์หรือที่เรียกว่า
Hard Drive Idle Time นั้นขึ้นอยู่กับนิสัยการใช้งานและซอฟต์แวร์ที่รันอยู่เป็นประจำ
หากคุณใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ทำการอ่านและเขียนข้อมูลในฮาร์ดดิสก์บ่อยๆ
ก็สามารถตั้งเวลาปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์ให้มีค่าน้อยๆ
ได้ (ซึ่งไม่ใช่ค่า 0 เพราะการตั้งค่าเวลาให้เป็น 0
นั้นหมายความว่า ไม่มีการปิดไฟเลี้ยง เป็นการให้ฮาร์ดดิสก์สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา)
แต่หากคุณตั้งเวลาไปแล้ว และขณะทำงานได้ยินเสียงเปิด-ปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์บ่อยๆ
แสดงว่าตั้งค่าเวลาน้อยเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
ควรตั้งค่าใหม่โดยเพิ่มเวลาขึ้นตามความเหมาะสมเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น
ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ไม่จำเป็นออกเสียบ้าง
ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายคนที่มองข้ามส่วนของอุปกรณ์ต่อพ่วงไป
บางคนติดอุปกรณ์ต่อเชื่อมต่างๆ ไว้ครบชุด โดยหารู้ไม่ว่าการต่อสิ่งต่างๆ
เหล่านั้นทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุและลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
การ์ด PCMCIA บางประเภท เช่น การ์ดเน็ตเวิร์ก และการ์ดโมเด็ม
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจากแหล่งจ่ายไฟมากพอสมควรในทุกครั้งที่เสียบการ์ดเหล่านี้เข้าไป
รวมไปถึงไดรฟ์ฟลอปปี้ดิสก์และไดรฟ์อ่านซีดีรอมที่ไม่ได้ติดมากับตัวเครื่อง
ก็เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่กินไฟด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์ต่อพ่วงใดๆ
ก็ควรถอดออกจากตัวเครื่องและนำมาต่อเข้าเมื่อจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ
ก็จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อีกทางหนึ่งเช่นกัน
Suspend Mode ก็เป็นสิ่งจำเป็น
เมื่อไม่มีการแตะต้องตัวเครื่องในระยะเวลาหนึ่ง
หรือมีการปิดฝาของเครื่องโน้ตบุ๊ก โน้ตบุ๊กจะปิดไฟเลี้ยงในอุปกรณ์บางส่วนหรือปิดเครื่องเองได้โดยอัตโนมัติ
ซึ่งวิธีการนั้นเป็นการประหยัดพลังงานให้กับเครื่องโน้ตบุ๊กก็จริง
แต่คงไม่เหมาะสำหรับเครื่องที่ใช้งานประจำ เนื่องจากคุณจำเป็นจะต้องคอยให้เครื่องรีบูตใหม่
หรือเปิดโปรแกรมใหม่เสียก่อนจึงจะสามารถทำงานต่อไปได้
โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์คงทราบดีว่าการรีบูตวินโดวส์นั้นนานเพียงใด
ทางเลือกที่ดีกว่าคือ การตั้งค่าคอนฟิกูเรชัน (Configuration)
ให้ใช้โหมดการประหยัดพลังงานแบบ Suspend แทนการปิดเครื่อง
Suspend
Mode หรือ Sleep Mode นั้นเป็นการตัดไฟเลี้ยงหน้าจอ
ฮาร์ดดิสก์ และหน่วยประมวลผล แต่ไม่ได้ตัดไฟเลี้ยงหน่วยความจำหรือแรมของเครื่อง
ข้อมูลต่างๆ ก็ยังคงถูกเก็บไว้ในแรม ดังนั้นคุณสามารถกลับมาทำงานใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าคุณจะพักการทำงานไปสัก 2-3 ชั่วโมงก็ตาม แต่ในเมื่อแบตเตอรี่ยังคงจ่ายไฟเลี้ยงให้กับแรมอยู่ก็จะต้องสูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ
และถ้าคุณทิ้งเครื่องไว้นานเกินไปจนแบตเตอรี่หมด เครื่องโน้ตบุ๊กก็จะปิดเครื่องเองทันที
หากคุณมีงานที่ยังไม่ได้จัดเก็บแล้วละก็ ข้อมูลเหล่านั้นก็จะหายไปทันที
ดังนั้น คุณควรระลึกไว้เสมอว่าต้องจัดเก็บข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน
Suspend Mode
เครื่องโน้ตบุ๊กบางรุ่น
เช่น เครื่องโน้ตบุ๊ก ThinkPad ของ IBM มีฟีเจอร์ในการเก็บข้อมูลจากหน่วยความจำลงไปในฮาร์ดดิสก์เมื่อเครื่องอยู่ในภาวะ
Suspend Mode ทำให้ในการใช้งานจะปิดเครื่องได้ช้าลงแต่สามารถจัดเก็บข้อมูลที่ค้างไว้ลงฮาร์ดดิสก์ได้
ก่อนที่จะมีการปิดเครื่องอย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นการปิดเครื่องเองหรืออยู่ในภาวะ
Suspend Mode โดย IBM เรียกฟีเจอร์นี้ว่า "RediSafe"
ซึ่งเครื่องโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ บางรุ่นบางยี่ห้อก็มีฟีเจอร์นี้เช่นกัน
แต่เรียกชื่อต่างกันออกไป