ปีที่ 2 ฉบับที่  94 เดือนพฤษภาคม  2546 
 
          สถานการณ์โรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน (โรคซาร์ส) ยังคงอยู่ในภาวะที่รุนแรงและยังไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ทำให้หลาย ๆ หน่วยงานได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีการลดน้อยลงมากยิ่งขึ้นทุกวัน
 
  ข่าวจากองค์กร
    รู้รอบ E-Commerce
    ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
    นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
    พูดจาภาษาธุรกิจ
    เรื่องของ SMEs
    ของฝากจากฝ่ายระบบ
    พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
 ข่าวจากองค์กร
เชียงใหม่เทรดพอยท์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศทำเว็บไซต์ ฟรี !
          เชียงใหม่เทรดพอยท์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และ กลุ่มผู้ผลิตชุมชน หมู่บ้าน (Village Product) ในประเทศไทย ที่ยังไม่มีเว็บไซต์สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตนเองได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อีกทั้ง ยังได้รับบริการและสิทธิประโยชน์ด้านการค้าและการส่งออกจากเทรดพอยท์ อาทิ การจัดหาข้อมูลโอกาสการค้าหรือผู้นำเข้า (Global Trade Opportunities) ที่ตรงกับประเภทสินค้าของสมาชิกส่งให้ทางอีเมล์ทุกสัปดาห์, บริการลงทะเบียนเว็บไซต์ใน Search Engine ชั้นนำกว่า 20 แห่ง, ได้รับการโปรโมทกิจการและสินค้าใน Exporter Directory ของ www.tradepointthailand.com และในเครือข่ายเทรดพอยท์โลก (Global Trade Point Network) ที่มีอยู่กว่า 120 แห่งใน 80 ประเทศ รวมถึงการโปรโมทในเว็บไซต์ E-marketplace ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ เป็นต้น
          หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจเป็นสมาชิกของเชียงใหม่เทรดพอยท์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ info@tradepointthailand.com และ member@tradepointthailand.com หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tradepointthailand.com คลิก Member Registration หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน เชียงใหม่เทรดพอยท์ 21 ชั้น 10 กาดสวนแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 5389 4505, 0 5322 4554, 0 5322 4444 ต่อ 13021 และ 0 5322 4497 แฟกซ์ 0 5389 4505 ต่อ 14 ตั้งแต่วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 น. - 17.30 น.
TOP  
รู้รอบ E-Commerce
ซื้อของบนเน็ต ปลอดภัย...ชัวร์
          การทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) สำหรับประเทศไทยนั้น ยังมีอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในระบบรักษาปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันเว็บร้านค้าเองก็ประสบปัญหาผู้แอบอ้างซื้อสินค้า ทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ ดังนั้น ก่อนทำธุรกิจซื้อ-ขายกันบนอินเตอร์เน็ตทุกครั้ง จึงควรต้องพิจารณาปัจจัยประกอบต่างๆด้วย
ดูที่น่าเชื่อถือ
การซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ต ก็เหมือนๆกับการซื้อของที่วางจำหน่ายอยู่ตามร้านค้าทั่วไป ผู้บริโภคควรเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยอาจดูจากชื่อเสียงของเว็บไซต์นั้น ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง เพราะเว็บชื่อดังส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องภาพพจน์
ดูให้ถี่ถ้วน
อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคไม่ควรมองข้ามเมื่อตัดสินใจซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ก็คือ สัญญาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะระบุรายละเอียดต่างๆไว้อย่างชัดเจน เช่น ระยะเวลาการจัดส่งและเงื่อนไขการส่งคืนสินค้า ผู้บริโภคจำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่า เว็บร้านค้ามีระบบจัดส่งอย่างไร หรือจะรับผิดชอบอย่างไร หากสินค้าได้รับความเสียหายระหว่างเดินทาง
ดูที่ซีเคียวริตี้
อุปสรรคสำคัญของอีคอมเมิร์ซคือ การโจรกรรมข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นและไม่ไว้วางใจในระบบรักษาความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตจะปลอดภัยหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่ามีการใช้เทคโนโลยีเข้ารหัสข้อมูล เช่น SSL (Secure Socket Layer) ในเว็บไซต์หรือไม่ด้วย ซึ่งผู้บริโภคสามารถสังเกตได้จาก 2 จุดบนเว็บเบราเซอร์
          จุดแรก คือดูที่ยูอาร์แอล (URL) หรือชื่อเว็บไซต์ ปกติการเข้าเว็บต่างๆ นั้น เราจะใช้ HTTP (HyperText Transmission Protocol) เป็นมาตรฐาน เช่น http://www.manager.co.th/ แต่ถ้าเว็บใดมีการใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยแบบ SSL แล้วล่ะก็ มาตรฐานที่ใช้จะเปลี่ยนเป็น HTTPS (HyperText Transmission Protocol, Secure) ซึ่งยูอาร์แอลจะขึ้นต้นด้วย https:// เช่น https://www.manager.co.th/
          อีกจุด คือ สัญลักษณ์ที่ตัวเว็บเบราเซอร์ (Web Browser) ให้สังเกตที่บริเวณไทเทิลบาร์ (Title Bar) ทางด้านล่าง หากปรากฏเป็นรูปกุญแจ แสดงว่าเว็บดังกล่าวอยู่ในระบบป้องกัน
จ่ายด้วยบัตรเครดิต
เมื่อตรวจสอบความระบบป้องกันและเงื่อนไขต่างๆ จนแน่ใจแล้ว ตกลงใจจะซื้อสินค้าทางอินเตอร์แน่นอน ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่กระบวนการชำระเงิน (E-Payment) ปัจจุบันการชำระเงินผ่านเครือข่ายออนไลน์สามารถกระทำได้หลายวิธี อาทิ การใช้บัตรเครดิต, เช็คอิเล็กทรอนิกส์ (E-Check), เงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Cash) ฯลฯ แต่การชำระเงินที่ได้รับความนิยมและมีความเหมาะสมมากที่สุด คือ การชำระด้วยบัตรเครดิต
ดูกระบวนการชำระเงินของธนาคาร
สำหรับขั้นตอนการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตนั้น แต่ละธนาคารจะมีระบบที่ไม่เหมือนกัน ต่างกันมากบ้างน้อยบ้างก็แล้วว่าเป็นระบบของใคร แต่โดยรวมถือว่าทุกธนาคารอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวอย่างเช่น ระบบชำระเงินของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
          1.ผู้บริโภคเลือกสินค้าที่ต้องการผ่านหน้าเว็บไซต์ของร้านค้า พร้อมระบุรายละเอียดการสั่งซื้อ ส่งไปยังร้านค้า
          2.เมื่อร้านค้าได้รับคำสั่งซื้อแล้ว จะส่งรายการและจำนวนเงินค่าสินค้าในคำสั่งซื้อนั้นๆ ไปยังธนาคาร
          3. ธนาคารส่งหน้าจอกรอกบัตรเครดิตกลับมาให้ผู้บริโภค
          4.ผู้บริโภคกรอกรายละเอียดบัตรเครดิต เพื่อขออนุมัติรายการจากธนาคาร ซึ่งในขั้นตอนนี้หน้าจอของผู้บริโภคจะดำเนินการผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร โดยทางร้านค้าไม่มีสิทธิ์รับรู้ได้เลย
          5.ธนาคารแจ้งผลการอนุมัติบัตรเครดิตให้ผู้บริโภคและร้านค้าทราบทันทีพร้อมๆ กัน
          6.ร้านค้าส่งรายการเรียกเก็บเงินทุกสิ้นวันและจะได้รับเงินค่าสินค้าในวันรุ่งขึ้น
          จากขั้นตอนดังกล่าวจะเห็นว่า ร้านค้าไม่สามารถเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไว้ได้เลย ผู้บริโภคมั่นใจได้เลยว่า ข้อมูลบัตรเครดิตของตนจะไม่ถูกขโมยไป เพราะขั้นตอนการกรอกหมายเลขบัตรเครดิตจะกระทำบนหน้าจอของธนาคาร ซึ่งถือว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยในระดับสูงสุด
          เมื่อถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายท่านคงมีความมั่นใจมากขึ้น กล้าที่จะซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตหรือทำธุรกรรมทางการเงินบนอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น เทคโนโลยีมีอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะใช้หรือไม่ใช้เท่านั้น และถ้าใช้ก็ควรใช้ให้เป็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ตัวผู้บริโภคเอง ที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดตามที่ได้กล่าวมา รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ อันจะเป็นประโยชน์แก่ตนเองอย่างยิ่ง
TOP  
ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในธุรกิจอินเตอร์เน็ตมาเป็นหลักประกันการชำระหนี้
          ข่าวเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการที่จะนำเอาทรัพย์สินทางปัญญา มาเป็นหลักประกันการชำระหนี้นั้น เป็นหัวข้อที่มีการสนทนากันอย่างมากในหมู่นักกฎหมายและนักธุรกิจโดยทั่วไปว่า ทรัพย์สินทางปัญญาในธุรกิจของตนที่เกี่ยวข้องหรือใช้ในธุรกิจอินเทอร์เน็ต เช่น เครื่องหมายการค้า ชื่อโดเมน ลิขสิทธิ์บนเวบไซต์ สิทธิบัตรเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ออนไลน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูลอินเทอร์เน็ต ฯลฯ จะสามารถใช้เป็นหลักประกันในการชำระหนี้ได้หรือไม่
          ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทรัพย์สินทางปัญญาตามที่กฎหมายไทยกำหนดนั้น มีกี่ประเภทและมีทรัพย์สินทางปัญญาประเภทใดบ้างที่อาจนำเอามาเป็น หลักประกันการชำระหนี้ได้ตามนโยบายของรัฐบาล
          ทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายไทยในปัจจุบันสามารถแบ่งได้ออกเป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. ลิขสิทธิ์ สิ่งที่ถือเป็นงานลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ในส่วนของธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่อาจนำมาใช้เป็นหลักประกัน การชำระหนี้ได้ คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ รหัสต้นฉบับ (Source Code) รหัสจุดหมาย (Object Code) ลิขสิทธิ์ในเวบไซต์ไม่ว่าจะเป็นเวบไซต์ประเภทที่ให้เนื้อหาสาระแต่เพียงอย่างเดียว (Passive Website)
เว็บไซต์ที่ให้บริการในรูปแบบมัลติมีเดีย คือ ให้บริการทั้งภาพและเสียง เช่น การให้ดาวน์โหลดภาพ วอลล์เปเปอร์ ริงโทน หรือให้บริการ เอ็มเอ็มเอส (MMS) ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เวบไซต์ที่ให้บริการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บไซต์ amazon.com เว็บไซต์ ebay.com เว็บไซต์ที่ให้บริการค้นข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บไซต์ yahoo.com เว็บไซต์ google.com เป็นต้น
2. เครื่องหมายการค้า และ/หรือ ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อโดเมน (Domain Name) ในส่วนนี้เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง เครื่องหมายร่วม ชื่อโดเมน ที่ใช้บนเว็บไซต์นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นทรัพย์สินที่มีค่าของบริษัท
3. สิทธิบัตร ซึ่งจะให้ความคุ้มครองแก่ สิ่งประดิษฐ์ (Invention) และแบบผลิตภัณฑ์ (Industrial Design) ในธุรกิจอินเทอร์เน็ต
4. ความลับทางการค้า ในส่วนนี้ความลับทางการค้าของบางธุรกิจมีมูลค่าสูงมากกว่า 5 พันล้านบาท อาทิ สูตรเครื่องดื่มกระทิงแดง แมคโดนัลด์ โคคา โคลา เป๊ปซี่ หรือเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ซึ่งในแต่ละปีทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาททั่วโลก มีข้อสังเกตว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตนั้น ฐานข้อมูลของลูกค้าซึ่งเกิดจากการรวบรวมและคัดเลือกจากเว็บกรรม ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตของเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ และยังไม่เป็นที่เปิดเผยโดยทั่วไปก็สามารถนำเอามาเป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้เหมือนกัน
5. สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ คือ สิทธิในการคิดประดิษฐ์สินค้าหรือบริการที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคท้องถิ่นแต่ละแห่งซึ่งมักใช้ ชื่อ สัญลักษณ์ ของประเทศหรือท้องถิ่นเพื่อใช้แทนสินค้าที่มีคุณภาพจากแหล่งต่างๆ ภายในประเทศ เช่น ไข่เค็มไชยา เสื่อจันทบูร ฯลฯ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากบุคคลในแต่ละท้องถิ่นได้พัฒนาจากนำเอาผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติกับทักษะเฉพาะตัว ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษมาพัฒนาและผลิตเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ในท้องถิ่นก็สามารถใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้เช่นกัน
6. แบบวงจรรวม ในส่วนนี้กฎหมายจะให้ความคุ้มครองแก่ลักษณะการออกแบบโครงสร้างภายในวงจรรวม รวมถึงการออกแบบรูปลักษณ์และการใช้งานของแผนผังวงจรรวมภายในของชิพ (Chip) หรือ ที่เราเรียกว่า ภูมิสภาพ (Topography) ซึ่งอยู่ในชิพคอมพิวเตอร์แต่ละชิ้น
7. พันธุ์พืช (Plant Variety) เช่น พันธุ์ข้าวหอมมะลิ ก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอีกประเภทหนึ่งที่กฎหมายให้ความคุ้มครองด้วยเช่นกัน
          ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนั้นประเทศไทยได้ให้ความคุ้มครองแต่ทรัพย์สินทางปัญญาทั้งเจ็ดประเภทดังกล่าวข้างต้น แต่การที่จะสามารถใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาลักษณะและประเภทของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสำคัญ
TOP  
นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
Kimberley Process Certificate
           Kimberley Process Certificate คือ ใบรับรองการนำเข้าหรือส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Rough Diamond) หรือเพชรดิบ ซึ่งออกโดยประเทศที่เข้าร่วมในโครงการป้องกันการค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนโดยผิดกฎหมายจำนวน 53 ประเทศ (ณ สิ้นเดือนมกราคม 2546) อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน กลุ่มสหภาพยุโรป (European Union: EU) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และไทย เป็นต้น
           สำหรับการขายเพชรที่เจียระไนแล้วหรือเครื่องประดับซึ่งมีส่วนประกอบจากเพชรดิบที่สั่งซื้อไว้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2546 ผู้ขายควรระบุข้อความในใบกำกับสินค้า (Invoice) ด้วยว่า เพชรที่ขายนี้ซื้อมาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ได้นำเงินจากการขายเพชรไปสนับสนุนให้เกิดปัญหาความขัดแย้งแต่อย่างใด ขณะเดียวกันทางด้านผู้ซื้อเพชรควรขอให้ผู้ขายเพชรยืนยันด้วยว่า เพชรที่ซื้อนี้มาจากแหล่งที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ Kimberley Process ด้วยเช่นกัน
           รายละเอียดใน Kimberley Process Certificate อาทิ ชื่อประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก วันที่ผลิต หน่วยงานที่ออกใบรับรอง รายละเอียดของผู้ส่งออกและผู้นำเข้า น้ำหนักสินค้า มูลค่าสินค้าในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ รหัสสินค้า และที่สำคัญที่สุดต้องระบุด้วยว่า เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนนี้มีคุณสมบัติสอดคล้องกับข้อกำหนดว่าด้วยการออก Kimberley Process Certificate สำหรับภาษาที่ใช้ใน Kimberley Process Certificate จะเป็นภาษาใดก็ได้ แต่ต้องมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วยเสมอ
           ผู้มีหน้าที่ออก Kimberley Process Certificate ในประเทศไทย ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้

การส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน
           1. ผู้ส่งออกยื่นขอ Kimberley Process Certificate กับกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมแนบเอกสารต่างๆ อาทิ ปริมาณเพชรนำเข้าคงเหลือ ณ วันที่ยื่นขอส่งออก ใบกำกับสินค้าและหนังสือรับรองการ
นำเข้าเพชรจากประเทศที่เป็นสมาชิกภายใต้กรอบข้อตกลง Kimberley Process
           2. หลังจากตรวจเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะออก Kimberley Process Certificate ให้แก่ผู้ส่งออก พร้อมทั้งแจ้งให้ประเทศผู้นำเข้าทราบ
           3. ผู้ส่งออกนำ Kimberley Process Certificate ไปแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อดำเนินพิธีการส่งออก พร้อมส่งเอกสารต่างๆ ให้ผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการผ่านพิธีการศุลกากรนำเข้าเพชรที่ยังไม่เจียระไนในประเทศของตนต่อไป

(เรียบเรียงจาก www.exim.go.th)
TOP  
พูดจาภาษาธุรกิจ
Revival with subsitutable products
(การทดแทนของสินค้าอื่น)
          Revival with subsitutable products (การทดแทนของสินค้าอื่น) หมายความว่า สินค้าหรือบริการที่กิจการผลิตออกมาจำหน่าย มีโอกาสที่สินค้าชนิดอื่นจะเข้ามาทดแทน สินค้าที่กิจการของเราทำการผลิตออกมาจำหน่าย ตัวอย่างเช่น ตลาดสบู่ก้อน ได้รับผลกระทบจากหมวดสบู่เหลว ซึ่งสามารถให้ความสะดวกสบายมากกว่าการใช้สบู่ก้อน ซึ่งตลาดสบู่เหลวสามารถเข้ามาช่วงชิงส่วนตลาดสบู่ก้อน (Market segmentation) ได้อย่างดีในระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงส่งผลให้ตลาดสบู่ก้อนต้องสูญเสีย Segment เพราะการเข้ามาของตลาดสบู่ก้อนนั่นเอง
TOP  
เรื่องของ SMEs
มวยไทยศิลปะการต่อสู้ของไทย
         มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่งมีผู้ประกอบการไทยรายหนึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากหุ่นไม้พีน็อคคีโอของลูกชาย จึงนำมาประยุกต์เข้ากับศิลปะการต่อสู้ของไทย กลายเป็นงานหัตถกรรมที่เรียกว่า หุ่นไม้มวยไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นหุ่นไม้หัวกลมๆ แขนมีข้อต่อ สวมเสื้อผ้าแบบมวยไทยแท้ๆ โดยหุ่นไม้มวยไทยแต่ละตัวจะทำท่าทางกำลังต่อสู้วาดลวดลายแม่ไม้มวยไทยท่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหักงวงไอยรา หนุมานนั่งแท่น และท่าอื่นๆ สำหรับวัสดุที่ใช้ทำหุ่นไม้มวยไทยนี้ก็มีราคาถูกและหาได้ง่าย เช่น ส่วนที่เป็นแขนขาจะใช้ไม้ตะขบ ซึ่งหาง่ายและมีเนื้อนิ่ม สามารถนำมากลึงเป็นแขนขาของหุ่นได้อ่อนช้อยสวยงามค่ะ ผลงานหุ่นไม้มวยไทยของเขาจึงได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และมีลูกค้าจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นติดต่อขอนำไปวางขายในประเทศของตนอีกด้วย และในอนาคตเขายังมีโครงการทำโมเดลหุ่นไม้แบบแยกส่วนให้ลูกค้านำไปประกอบเป็นท่ามวยไทยต่างๆ ได้เองด้วย
TOP  
ของฝากจากฝ่ายระบบ
การเลือกซื้อ Notebook อย่างถูกต้อง ( 1 )

          ในปัจจุบันการใช้งานคอมพิวเตอร์เริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการพกพามากขึ้นสามารถนำ เครื่องไปไหนมาไหนได้และทำงานได้ทุกทีที่มีโอกาสทำให้ชีวิตการทำงานไม่ได้อยู่ที่ ที่ทำงานอีกต่อไป แต่มันอยู่ที่มือเราแล้ว นั้นคือ แลปทอป หรือ โน้ตบุ๊ก นั้นเอง ซึ่งก่อนที่จะทำการนำมาใช้หรือซื้อหามาทำงานของเราให้ราบเรียบและสมำเสมอ นั้น ควรจะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับมัน เรามาดูกันกับบทความตอนที่ หนึ่ง ของเราครับ ซึ่งได้นำมาให้ท่านๆ ได้อ่านกัน หลังจากไม่ได้ปรับปรุงเนื้อหา มานานครับผม โดยได้ทำการค้นคว้าจากที่ต่างๆ มาให้ท่านๆ ได้รับรู้อะไรมากมาย ลึกๆ ของ แลปทอป หรือโน้ตบุ๊ก ครับผม ซึ่งตอนที่สองคงตามมาเร็วๆ นี้ครับผม ............

1. สมรรถนะที่ไม่แพ้เดสก์ทอป
          หมดสมัยแล้วที่ยุคของโน้ตบุ๊กที่เราต้องทำงานด้วยความขมขื่น กับความเร็วที่เป็นรองเดสก์ทอปอยู่มาก ราคาแพง จนทำให้ไม่สามารถใช้ได้อย่างลื่นไหลเหมือนที่คุ้นเคย จนทำให้หลายๆ คนรู้สึกว่าเมื่อคิดถึงราคาแล้วยังบอกว่า สมรรถนะโน้ตบุ๊กยังเป็นอะไรที่ห่างไกลเหลือเกินจนปัจจุบันเมื่อเข้าสู่ยุคของโมบาย เซลเลอรอน , เพนเทียมทรี และ เพนเทียม โพ ทั้งมี m และไม่ m ( ที่มี m คือรุ่นที่มี cache L2 ที่ 512kb ครับ ไม่ใช่ ย่อมาจาก mobile ซึ่งถ้าจะดูว่าเป็น mobile หรือไม่นั้น ต้องดูที่คุณสมบัติ speedstep ครับ ซึ่งมีใน cpu mobeil เท่านั้นใน cpu desktop นั้นจะไม่มี ) ของ อินเทล และ ดูรอน , เอ็ทร่อน ของ เอเอ็มดี (ที่มี power now ในการประหยัดพลังงาน) ครูโซล ของ ทรานซมิสต้า (ที่ผลิต cpu แบบ mobile โดยเฉพาะ) ซึ่งปัญหาทั้งหมดจะถูกแก้ไปหมดแล้ว เราจะได้โน้ตบุ๊กที่มีคุณสมบัติที่ระดับ 800 MHz ขึ้นมา แรม ตั้งแต่ 128 Mb ขึ้นมา และ H/D 10Gb ในราคา ราวๆ 40,000 ขึ้นไป ซึ่งเพียงพอแก่การใช้งานตามปกติ เช่น การใช้ใน Windows XP กับชุด Office มั้งหมด ของ Microsoft และโปรแกรมทางด้าน อินเตอร์เน็ตต่างๆ ได้อย่างดี ในขณะที่รุ่นที่ดีขึ้นมาอีก ในระดับ 60,000 ขึ้นมา ก็จะได้ในระดับ 1.x Ghz ขึ้นมากได้ไม่ยากนัก ทั้งของ อินเทล , เอเอ็มดี และ ทรานซมิสต้า ซึ่งแรมจะได้ในระดับ 256 Mb ขึ้นมา H/D 20Gb ถึง 40Gb และยังได้หน้าจอที่ใหญ่มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถ ทำงานบนระบบดีมีในปัจจุบันได้อย่างไม่มีการสุดุดเลยทีเดียว ทั้งการใช้ในด้านกราฟฟิกชั้นสูง การคำนวนด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ งานวิจัย ฯลฯ แต่ถึงแม้ว่าดีไซน์ของซีพียูและเมนบอร์ด จะออปติไมซ์สมรรถนะมาให้สมดุลกันระหว่างความเร็วและความร้อน และยังรวมไปถึงการใช้พลังงานแบตฯ จนทำให้สมรรถนะอาจไม่เท่าเดสทอปที่มีเสปกเดียวกัน แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงมาก จนเรียกว่า ในรุ่นทอปของโน้ตบุ๊กบางตัวนั้นสามารถทำงานได้เทียบกับเดสก์ทอปที่มีความเร็วเท่ากันได้อย่างสบาย

สรุป : ด้วยกำลังของ ซีพียูในปัจจุบันนั้น สามารถทำให้งานต่างๆ ที่เคยทำยากๆ ทำได้ง่ายๆ มากขึ้นมาและยังคงสภาพความเสถียรภาพต่างๆ ไว้อย่างดีอีกด้วย

2. ราคาไม่โอเวอร์ สมเหตุสมผล
          ประเด็นสำคัญอีกส่วนที่ทำให้โน้ตบุ๊กมีความน่าใช้อย่างมากในปัจจุบัน ก็คือเรื่องของราคาที่ลดต่ำลงมาอย่างมาก วันนี้เราไม่เห็นโน้ตบุ๊กราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 8-9,0000 บาทไปจนถึงรุ่นท็อปที่ราคาระดับ สาม ถึง สี่แสน บาท เหมือนเมื่อหลายๆ ปีก่อน (ปี 2541) ปัจจุบัน ราคานั้นเริ่มที่ 35,000 บาทขึ้นมา (ไม่นับรวม DeskNote ซึ่งในที่นี้ไม่กล่าวถึงแต่อย่างใดแต่จะกล่าวแต่ โน้ตบุ๊ก หรือแลปทอป อย่างเดียว ) ส่วนรุ่นที่มีราคาและประสิทธิภาพที่ดีและคุ้มนั้นอยู่ที่ 50,000 - 65,000 ขึ้นมา ซึ่งแพงกว่าเครื่องเดสก์ทอป แบบ อินเตอร์แบรนไม่มาก นั้นในขณะที่รุ่นที่แพงที่สุดจะอยู่ที่ 180,000 - 200,000 บาทซึ่งก็จะได้ความสามารถอีกหลายอย่างที่เหนือ แต่จะได้เปรียบเรื่องขนาดที่เล็ก และเบามาก การเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก นั้นหลายคนอาจคิดเปรียบเทียบกับราคาของเดสก์ทอปว่ายังคงต่างกันมากอยู่ จริงอยู่ที่ในงานประมาณเท่ากันการซื้อโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องอาจจะได้เครื่องเดสก์ทอป ที่มีสเปกเท่ากันได้ถึงสองเครื่อง แต่ถ้ามองในมุมกลับในแง่ข้อได้เปรียบในด้านความสะดวก ในการเคลื่อนย้าย ไปที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกและทำงานอย่างไม่ต้องหยุดแม้จะอยู่นอกที่ทำงานอีกด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการรับประกันที่เราจำเป็นต้องคำนึงถึงให้มาก โดยส่วนมากนั้น ที่แนะนำคือการรับประกันทั่วโลกจะดีกว่า ซึ่งต้องมองให้ลึกมากๆ ว่า ถ้าศูนย์ในไทย หรือที่ใดๆ ในโลกนั้นที่ท่านอยู่ ไม่ดี หรือบริการไม่ค่อยประทับใจก็สามารถใช้บริการจากประเทศใกล้เคียงได้อย่างดีครับ ซึ่ง ในไทยอาจจะไม่ดี แต่ถ้าไปที่ มาเลเซีย หรือสิงค์โปร์ อาจจะดีกว่า ซึ่งต้องคิดให้มากครับผม อันนี้เป็นวิธีที่ดีนะครับ ในความคิดของผม แต่อาจจะหนักในเรื่องการเดินทาง แต่ว่า ก็คงคุ้มถ้าท่านจะต้องเสียความรู้สึกหรือว่าเสียเงินเป็นจำนวนมากกับการซื้อ โน้ตบุ๊กครึ่งแสนแล้วได้บริการอะไรๆที่ไม่ดีเอาเสียเลย ใช้ การรับประกันแบบทั่วโลกให้คุ้มครับผม

สรุป : การซื้อโน้ตบุ๊กในตอนนี้สมควรจะได้รับการบิการที่ดีมาก่อน ราคา ถ้าราคาแพงมากแต่บริการหลังการขายห่วยหรือไม่ดี ก็คงเสียอารมณ์กับการที่ซื้อมาแพง กว่าครึ่งแสนแต่ว่า ได้รับบริการที่ไม่ดีสมราคาที่จ่ายไป ส่วนอีกประการหนึ่งคือเรื่องการนำไปใช้ถ้าท่านใช้เพียงแค่พิมพิมพ์งานหรือเล่เน็ตไม่สนเกมส์ มากมายนั้นควรเลือกรุ่นที่มีจอที่ปานกลาง ประมาณ 13.3 - 14.1 ก็พอเพราะว่าจะแพงเกินใช่เหตุครับ รวมทั้ง ความเร็วต่างๆ นั้นควรจะดูให้สมแก่ เงินในประเป๋าให้มากครับ ซึ่งความเร็วที่น่าซื้อในตอนนี้ ( 29/05/45 ) คือประมาณ 950 - 1.2 Ghz ครับ กำลังดีสำหรับคนที่ต้องการระดับธรรมดา ครับ ในราคาที่เริ่มต้นที่ 40,000 ครับ แต่ในระดับปานกลาง ก็คงเริ่มที่ความเร็ว ที่ 1.2 Ghz ครับผม ซึ่งในระดับสูงคงไม่พูดถึงครับเพราะว่า คงจะนึกกันได้ครับ แต่ว่าต้องพูดถึงแรมนั้น ผมแนะนำ ว่า ถ้าใช้ windows xp สมควรจะอยู่ที่ 128 ขึ้นแต่ว่าในระดับ ความจุแรมเพียงแค่นี้คงทำอะไรพอสมควรแต่ว่าต้องการความคล่องตัวมาก ผมแนะนำให้อยู่ที่ 256 Mb ขึ้นไปนะครับ จะดีมาก สำหรับ H/D นั้น ในส่วนนี้ถ้าท่านไม่มี เดสก์ทอป อยู่ผมว่าควรอยู่ที่ 20GB ขึ้นไปครับ แต่ถ้ามีอยู่แล้ว ผมว่าแค่ 10Gb ก็คงพอแก่การต้องการครับผม และในเรื่อง cd rom นั้น ผมว่าถ้าต้องการใช้ dvd ก็ดีครับ แต่ว่าในความคิดของคนที่ใช้มานานพอสมควร ผมว่า cd rom 24x ธรรมดาก็คงพอครับผม ไม่ต้องเอา dvd หรือ cd rw หรอกครับ เพราะว่าทำให้เปลื้องไฟมากกว่าครับ (แต่ถ้าท่านมี เดสก์ทอป ผมว่าเอา cd rw หรือ dvd มาใส่ เดสก์ทอปแทนยังถูกกว่า ครึ่งต่อครึ่งเลยครับ

(เรียบเรียงจาก www.thaicyberpoint.com)
TOP  
พักสมองสักนิด... กับ TRADE POINT
          ในวันหนึ่งขณะที่จิตแพทย์หนุ่มกำลังตรวจคนไข้จิตเวชที่ความจำเลอะๆ เลือนๆ อยู่
คนไข้จิตเวชก็ถามขึ้นมาว่า
คนไข้ : คุณหมอครับผมไม่มีภรรยาหรอกหรอครับ
หมอ : มีสิครับ ก็ผู้หญิงคนที่ขาวๆ สวยๆ อวบๆ อึ๋มๆ ที่มาเยี่ยมมาดูแลคุณบ่อยๆ ไง
คนไข้ : เหรอครับผมนึกว่าเธอเป็นน้องสาวผม
หมอ : ผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน
TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com