ปีที่ 2 ฉบับที่  92 เดือนเมษายน  2546 
 
          สวัสดีค่ะท่านสมาชิกและผู้ประกอบการทุกท่าน สำหรับวารสารฉบับนี้ก็มาเร็วกว่าผิดปกตินะคะ ทั้งนี้เพราะว่า เป็นสิ้นเดือนของเดือนเมษายน ซึ่งเราจะทำการให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ตอบคำถามเพื่อชิงรางวัลกันค่ะ ส่วนคำถามฉบับนี้ก็อีกเช่นเคย ก็จะเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับวารสารตั้งแต่ฉบับที่ 88-92 ค่ะ ซึ่งท่านสามารถค้นหาคำตอบได้จากวารสารในแต่ละฉบับที่กล่าวไปแล้วข้างต้นนะคะ ส่วนของรางวัลที่จะได้ในการตอบคำถามประจำเดือนเมษายนนี้ คือ ชั่วโมงอินเตอร์เน็ต จำนวน 3 รางวัลด้วยกัน ผู้โชคดี 3 ท่านแรกที่ตอบคำถามเข้ามาก่อนและถูกต้องทั้งหมดก็จะได้รับของรางวัลดังกล่าว ฟรี! ส่วนวารสารฉบับหน้านั้นทุกท่านสามารถติดตามได้ในวันศุกร์หน้าของเดือนพฤษภาคมค่ะ
 
  ข่าวจากองค์กร
    รู้รอบ E-Commerce
    ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
    นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
    พูดจาภาษาธุรกิจ
    เรื่องของ SMEs
    ของฝากจากฝ่ายระบบ
    พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
   
 ข่าวจากองค์กร
เชียงใหม่เทรดพอยท์ เปิดรับสมัครสมาชิกและบริการ ฟรี!
          เชียงใหม่เทรดพอยท์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทย ได้รับบริการและสิทธิประโยชน์ด้านการค้าและการส่งออกจากเทรดพอยท์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มเมษายน 2546 นี้เป็นต้นไป
          นายนพพล มงคลสูตร ผู้อำนวยการเชียงใหม่เทรดพอยท์ เปิดเผยว่า “สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการผลิตและส่งออกจะได้รับจากบริการ TRADE POINT THAILAND เมื่อสมัครเป็นสมาชิกเชียงใหม่เทรดพอยท์ เริ่มตั้งแต่การจัดหาข้อมูลโอกาสการค้าหรือผู้นำเข้า (Global Trade Opportunities) ที่ตรงกับประเภทสินค้าของสมาชิกส่งให้ทางอีเมล์ทุกสัปดาห์, บริการสร้างเว็บไซต์และแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มีเว็บไซต์, บริการลงทะเบียนเว็บไซต์ใน Search Engine ชั้นนำกว่า 20 แห่ง, ได้รับการโปรโมทกิจการและสินค้าใน Exporter Directory ของ www.tradepointthailand.com และในเครือข่ายเทรดพอยท์โลก (Global Trade Point Network) ที่มีอยู่กว่า 120 แห่งใน 80 ประเทศ รวมถึงการโปรโมทในเว็บไซต์ E-marketplace ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์”
          ผู้อำนวยการเชียงใหม่เทรดพอยท์กล่าวถึงบริการเพิ่มเติมอีกว่า “สมาชิกของเชียงใหม่เทรดพอยท์จะถือเป็นสมาชิกสมาพันธ์เทรดพอยท์โลกโดยอัตโนมัติ และสามารถรับบริการต่างๆ จากสมาพันธ์ เช่น ETOs System, Global Trade Directory, Trade Information Service เป็นต้น โดยเชียงใหม่เทรดพอยท์จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการต่างๆ ให้กับสมาชิก นอกจากนี้องค์กรยังได้พัฒนาบริการในด้านข้อมูลและความรู้ทางการค้า การส่งออก และ E-commerce เช่น Global Trade Information Service, บริการข่าวสารข้อมูลล่าสุดผ่าน Trade Point Newsletter ซึ่งจัดส่งให้สมาชิกทางอีเมล์ทุกสัปดาห์ และที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ก็คือ TRADE POINT magazine ซึ่งเป็นนิตยสารรายเดือนเกี่ยวกับความรู้และข้อมูลการค้าสำหรับ SMEs ที่เราจัดทำขึ้นเพื่อแจกฟรีให้กับสมาชิกและองค์กรต่างๆ”
          ผู้อำนวยการเชียงใหม่เทรดพอยท์ กล่าวถึงประโยชน์ในการเป็นสมาชิกของเทรดพอยท์สำหรับ SMEs ว่า “Trade Point เป็นโปรแกรมพัฒนาประสิทธิภาพทางการค้าที่ UNCTAD พัฒนาขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs ในประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาน้อยที่สุด บริการต่างๆ จากเทรดพอยท์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารด้านการค้าระหว่างประเทศ, ช่วยเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการในการทำการค้าการส่งออก, ขยายโอกาสทางการค้าและมีช่องทางในการเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น, มีโอกาสเพิ่มขึ้นในการพบคู่ค้า, ได้รับข้อมูลการค้าที่ทันสมัยและเชื่อถือได้จากหน่วยงานในระดับโลกที่เป็นผู้สนับสนุนสมาพันธ์เทรดพอยท์โลก เช่น UNCTAD, WTO, ITC, UNECE, World Bank รวมถึงบริการจากพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยี เช่น Siemens Business Service และ Coface Group สมาชิกของเชียงใหม่เทรดพอยท์จะได้รับการดูแล และอัพเดทข้อมูลในการโปรโมทสู่ตลาดโลกอย่างสม่ำเสมอและยังมีบริการอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกใช้บริการ ” ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิก สามารถติดต่อได้ที่ เชียงใหม่เทรดพอยท์ เลขที่ 21 ชั้น 10 กาดสวนแก้ว ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 โทร. 0 5389 4505, 0 5322 4554 E-mail: cmtp@tradepointthailand.com หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tradepointthailand.com
          “นอกเหนือจากการให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เรายังได้พัฒนาบริการประเภทพิเศษที่เฉพาะเจาะจงความต้องการในด้านต่างๆ ของผู้ประกอบการ เช่น บริการนำสินค้าเข้าเว็บไซต์ประมูล, การจัดทำ Banner และแลกเปลี่ยน Link กับเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง, บริการแปลเอกสาร, จดหมายธุรกิจ, บริการลงทะเบียนใน Search Engine ในอันดับต้นๆ, บริการเป็นตัวแทนช่วยขายสินค้า และบริการข้อมูลเฉพาะอย่าง ซึ่งจะคิดค่าบริการกับกิจการที่ขอรับบริการแต่ละราย และค่าใช้จ่ายของบริการแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันไป การใช้บริการก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ประกอบการ และเราก็คิดค่าบริการที่น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นข้อกำหนดของโปรแกรมเทรดพอยท์” นายนพพล มงคลสูตรกล่าว
          ผู้อำนวยการเชียงใหม่เทรดพอยท์กล่าวเสริมอีกว่า “ที่ผ่านมาเราคิดค่าบริการสมาชิก ซึ่งก็อยู่ในอัตราที่น้อยที่สุดอยู่แล้ว เพียงเพื่อให้องค์กรสามารถนำรายได้กลับมาพัฒนาการดำเนินงาน แต่จำนวนสมาชิกก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การที่ผู้ประกอบการหลายรายลังเลในการสมัครเป็นสมาชิก มีปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องมากพอสมควร โปรแกรมเทรดพอยท์จะไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้อย่างแท้จริงหากยังไม่สามารถเข้าถึง SMEs ได้อย่างทั่วถึง เราจึงตัดสินใจเปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากเทรดพอยท์อย่างเท่าเทียมกัน แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการก็ต้องยอมรับในระเบียบต่างๆ ของการเป็นสมาชิกองค์กรด้วย เช่น ต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนการค้าอย่างถูกต้อง มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ เป็นต้น ขณะนี้เรากำลังยื่นเสนอขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านต่างๆ เนื่องจาก Trade Point Programmeเป็นผลจากการประชุม UNCTAD เมื่อปี 1992 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจจากประเทศสมาชิกทั่วโลก และ Chiangmai Trade Point ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงพาณิชย์และเป็นผู้ยื่นขอก่อตั้งไปที่ UNCTAD การเปลี่ยนแปลงใดๆ ของ Chiangmai Trade Point จึงต้องรายงานต่อหน่วยงานทั้งสองแห่งด้วย โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนการเก็บค่าบริการ เพราะจะมีผลต่อแผนธุรกิจขององค์กรในอนาคต”
TOP  
รู้รอบ E-Commerce
เลือกบริการเพย์เม้นท์เกทเวย์อย่างไร
         สัปดาห์ที่แล้วเราได้นำเสนอถึงเรื่องระบบการชำระเงินออนไลน์ (Paymnet Gateway) ไปบ้างแล้วเกี่ยวกับวิธีการชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 รูปแบบใหญ่คือ ใช้บัตรเครดิต ที่เป็นสากล(Credit Card) หักเงินจากบัญชีที่มีอยู่กับธนาคาร (Direct Debit) และ ใช้ กระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) สัปดาห์นี้เราจะมาพูดคุยกันต่อว่า บริการเพย์เม้นท์ เกทเวย์ของแต่ละธนาคารที่ให้บริการอยู่นั้นมีจุดเด่น อะไรบ้าง

ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน)http://www.bankasia4u.com/Components/e_Commerce/b2c/index.htm
เรียกบริการนี้ว่า "B2C Payment Gateway" มีจุดเด่นดังนี้
- สามารถรองรับวิธีการชำระเงินทั้งสามรูปแบบ
- สามารถรองรับเงินตราต่างประเทศได้ถึง 8 สกุลเงิน เช่น BHT, AUD, CHF, USD ซึ่งเรียกได้ว่ามากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกธนาคารที่ให้บริการอยู่
- ร้านค้าจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝากทันที ที่รายการขายสินค้าหรือบริการนั้นได้รับการอนุมัติจากธนาคาร
- เจ้าของร้านค้าสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวรายการทางการเงินผ่านบริการ ASIA CyberBanking (http://www.bankasia4u.com/Components/asiacyberbanking/acb.htm) ได้ตลอดเวลา
- สามารถโอนเงินที่ได้รับจากการขายสินค้าหรือบริการให้แก่ร้านค้าออนไลน์ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ(Electronic Settlement) และแบบเลือกรายการได้ด้วยตนเอง (Manual Settlement) ได้

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)http://www.scbs.co.th/merchants/ecom.asp เรียกบริการ นี้ว่า "SCB Internet Payment System (SIPS)" มีจุดเด่นดังนี้
- สามารถใช้บัตรเครดิตภายในประเทศของธนาคารในการชำระเงิน สามารถใช้บัตรเครดิต ของกลุ่ม JCB ในการชำระเงิน เจ้าของร้านค้าสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวรายการทางการเงินผ่านบริการ SCB Easy Banking (https://www.scbeasy.com/easy1-3/index.html) ได้ตลอดเวลา
- สามารถโอนเงินที่ได้รับจากการขายสินค้าหรือบริการ ให้แก่ร้านค้าออนไลน์ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ(Electronic Settlement) และแบบเลือกรายการได้ด้วยตนเอง (Manual Settlement) ได้

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)http://www.krungsri.com/20/epayment.htm
เรียกบริการนี้ว่า "Krungsri e-Payment" มีจุดเด่นดังนี้
- สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต และการหักบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับธนาคาร
- ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ ที่ฝั่งของร้านค้า
- สามารถสมัครใช้บริการเพย์เม้นท์เกทเวย์ที่สาขาของธนาคารได้
- เจ้าของร้านค้าสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวรายการทางการเงินผ่านบริการ Krungsri Online (http://www.krungsri.com/20/Kol.htm) ได้ตลอดเวลา
- สามารถโอนเงินที่ได้รับจากการขายสินค้า หรือบริการให้แก่ร้านค้าออนไลน์ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ(Electronic Settlement) และแบบเลือกรายการได้ด้วยตนเอง (Manual Settlement) ได้

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)http://www.ktb.co.th/e_commerce/HTML/index_eng.htm
เรียกบริการนี้ว่า "Krung Thai Payment Gateway" มีจุดเด่นดังนี้
- สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต และการหักบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับธนาคาร
- สนับสนุนระบบรักษาความปลอดภัยโดยใช้ Digital Signature
- มีอีเมลแจ้งยืนยันการซื้อไปยังเจ้าของร้านค้าทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ
- เจ้าของร้านค้าสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวรายการทางการเงินผ่านบริการ Krung Thai Internet Banking (http://www.ktb.co.th/cgi-bin/frontweb/thai/index.pl) ได้ตลอดเวลา

           เป็นอย่างไรบ้างค่ะ สำหรับการบริการของแต่ละธนาคาร ผู้ประกอบการธุรกิจ E-Commerce ท่านใดสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากธนาคารดังกล่าวข้างต้นได้ ส่วนฉบับหน้าเราจะขอนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องประเด็นที่ต้องพิจารณา เมื่อท่านสนใจท่านจะต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการเพย์เม้นท์เกทเวย์จากธนาคารใดธนาคารหนึ่ง โปรดติดตามได้ในวารสารฉบับหน้าค่ะ

(เรียบเรียงจาก www.pollecommerce.com)
TOP  
ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
กระทรวงพาณิชย์ สั่งขึ้นทะเบียน "อี-คอมเมิร์ซ" ตอนจบ
          เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดถึงการประกาศจากกระทรวงพาณิชย์ให้ผู้ที่ทำธุรกิจ E-Commerce ทุกรายไปทำการจดทะเบียน ภายในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ ซึ่งวารสารฉบับนี้เราขอนำเสนอเกี่ยวกับขั้นตอนของการจดทะเบียนนี้กันว่าเขาจดทะเบียนกันอย่างไร

ขั้นตอนจดทะเบียน

          สำหรับขั้นตอนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ กรณีเป็นประกอบการอยู่ก่อน 17 พ.ค.ให้ยื่นขอจดทะเบียนแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 16 มิ.ย. โดยยื่นขอจดทะเบียนตั้งแต่ 17 พ.ค.เป็นต้นไป กรณีเริ่มประกอบการใหม่ ตั้งแต่ 17 พ.ค.นี้ ให้ยื่นขอจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบการใหม่ เสียค่าธรรมเนียมเพียงรายละ 50 บาท หรือผู้ที่จดทะเบียนพาณิชย์อยู่แล้ว ก่อน17 พ.ค.ให้แจ้งนายทะเบียนทราบ โดยแจ้งต่อสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ที่ยื่นจดไว้ ต่างจังหวัดให้แจ้งต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดนั้นๆ ภายใน 16 มิ.ย.นี้ พร้อมสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ เพื่อนายทะเบียนจะได้ดำเนินการ ตรวจสอบว่าได้จดทะเบียน พาณิชย์โดยถูกต้องแล้ว
          ซึ่งการจดทะเบียนพาณิชย์จะมีลักษณะคล้ายกับป้ายทะเบียนรถยนต์ ให้รู้ว่ามีตัวตนและสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภค แต่เป็นคนละประเด็นกับการโกง เพราะเมื่อจดทะเบียนก็ยังเกิดการโกงได้ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบแหล่งต้นตอได้ง่าย ทางกรมฯต้องการรู้ว่าผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้มีประเภทใด ตั้งอยู่ที่ไหนเพื่อรวบรวมเป็นข้อมูล ให้ผู้บริการและผู้บริโภค
          สำหรับบทลงโทษผู้ประกอบการที่ไม่ยื่นจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 มาตรา 19 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งร้อยบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

TOP  
นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
จีนตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทย
           จีนและสหรัฐอเมริกาเป็นทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญของโลก โดยเป็นผู้นำเข้าข้าวหอมมะลิสำคัญเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ของไทยตามลำดับ ทั้งนี้ ในปี 2545 ไทยส่งออกข้าวหอมมะลิไปจีนมูลค่าราว 92 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งออกข้าวหอมมะลิไปสหรัฐฯ มีมูลค่าราว 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยไปยังทั้ง 2 ประเทศมีมูลค่ารวมกันถึงร้อยละ 45 ของมูลค่าส่งออกข้าวหอมมะลิทั้งหมดของไทยการค้าข้าวหอมมะลิของไทยในตลาดส่งออกสำคัญทั้ง 2 ตลาดดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้
           จีน เป็นประเทศที่มีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคนซึ่งส่วนใหญ่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก ปัจจุบันไทยครองส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 90 ของข้าวที่จีนนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ข้าวที่จีนนิยมนำเข้าจากไทยส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิ เนื่องจากชาวจีนหันมาบริโภคข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นข้าวคุณภาพสูงมากขึ้น ขณะที่จีนยังไม่สามารถผลิตข้าวคุณภาพดีเพื่อตอบสนองตลาดระดับบนได้อย่างเพียงพอ ปัจจุบันแม้ว่าการบริโภคข้าวหอมมะลิของชาวจีนจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้สูงและในภัตตาคารเท่านั้น แต่คาดว่าในอนาคตข้าวหอมมะลิของไทยจะเป็นที่รู้จัก และเป็นที่นิยมกว้างขวางขึ้นในหมู่ชาวจีนที่มีรายได้ปานกลางซึ่งมีจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การที่จีนต้องขยายโควตานำเข้าข้าวและลดภาษีนำเข้าภายใต้พันธกรณีที่มีต่อองค์การการค้าโลก ทำให้ไทยในฐานะผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่มีโอกาสที่จะขยายตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิไปยังจีนได้มากขึ้น
           อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจีนมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิของไทย ซึ่งแม้ยังผลิตได้ในปริมาณไม่มากนักในปัจจุบันแต่มีแนวโน้มเข้ามาแทนที่ข้าวหอมมะลิจากไทย ทั้งในตลาดจีนเองรวมทั้งส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดโลกในอนาคต เนื่องจากการผลิตข้าวหอมพันธุ์ใหม่ของจีนมีต้นทุนต่ำกว่าข้าวหอมมะลิของไทยมาก และผลผลิตในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการพัฒนาระบบชลประทานของจีน โดยเฉพาะเขื่อนกั้นลำน้ำแยงซีเกียง (สร้างขึ้นเพื่อลดปัญหาน้ำท่วม) แล้วเสร็จในปี 2552

(เรียบเรียงจาก www.exim.go.th)
TOP  
พูดจาภาษาธุรกิจ
Location-based commerce (L-Commerce)
หรือการทำการค้าโดยอ้างอิงทำเล หรือตำแหน่งของคู่ค้า (ลูกค้า และผู้ค้า)
          รูปแบบของ L-Commerce นี้ จะต้องอาศัยอุปกรณ์ Mobile ประเภทโทรศัพท์มือถือ หรือ PDA (Palm, Pocket PC) ที่สื่อสารแบบไร้สายได้ ทั้งนี้เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถรู้ตำแหน่งที่แน่นอนของร้านค้า หรือธุรกิจที่ต้องการจะไป และในทางกลับกันผู้ค้าก็สามารถรู้ตำแหน่งของลูกค้าได้ด้วย เนื่องจากระบบที่ใช้สามารถค้นหาสถานที่ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ และถูกต้อง ทั้งนี้เป็นผลจากการใช้เทคโนโลยี GPS (Global Positioning System) และการสื่อสารกันในระบบไร้สาย ซึ่งอาจจะหมายถึง เว็บ หรือ WAP ก็ได้ และเมื่อรวมเอาเทคโนโลยีทั้งสองเข้าด้วยกัน มันจึงเกิดนวัตกรรมทางธุรกิจแบบใหม่ที่เรียกว่า L-Commerce นั่นเอง
TOP  
เรื่องของ SMEs
         ในตอนนี้ "หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์" กำลังเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และประฐานคณะกรรมการอำนวยการ "หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์" เห็นชอบให้ปรับโครงสร้างลดขนาดองค์กร วาง 4 ภารกิจหลัก คือ การตลาด การผลิต มาตรฐาน และการประสานงาน ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้มทั้งเพิ่มงบประมาณจาก 800 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาท เพื่อทำให้การพัฒนาสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
         นอกจากนี้ยังมีการจัดโครงการแชมเปี้ยนโปรดักต์ ซึ่งจะมีการคัดเลือกสินค้าคุณภาพในแต่ละตำบล ออกมาแสดงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศจะนำสินค้าเหล่านี้ไปวางตามสาขาของการบินไทย และร้านอาหารไทย ในอนาคตจะมีการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยจะมีการจัดแสดงนิทรรศการที่มีคำบรรยาย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น ประวัติความเป็นมา กำลังการผลิต และการติดต่อกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อเปิดโอกาสให้หนึ่งตำบลผลิตภัณฑ์เป็นที่แพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
TOP  
ของฝากจากฝ่ายระบบ
Computer Network สร้างเองไม่ใช่เรื่องยาก

          ด้วยงบประมาณที่ไม่มากมาย บวกกับฝีมืออีกนิดหน่อย เราก็จะได้ระบบเน็ตเวอร์คคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใช้งานได้แล้ว ประโยชน์ที่ได้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าคุ้มกับที่เราลงทุนไปแน่นอน ถ้าทำให้ที่ทำงาน ได้ผลงานเห็นๆ เลยล่ะ
ก่อนอื่นเรามาศึกษาดูกันก่อนว่า เน็ตเวอร์คคอมพิวเตอร์มีกี่แบบ เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าในหน่วยงานของเราควรจะใช้แบบใหน
          - เน็ตเวอร์คคอมพิวเตอร์แบบ Client/Server
          เน็ตเวอร์คแบบนี้จะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Server ไว้คอยให้บริการกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆที่อยู่ในเน็ตเวอร์ค ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆที่ว่านี้เรียกว่า Client แบบนี้มีข้อดีคือ ประสิทธิภาพของระบบจะดีมากเพราะจะมีเครื่อง Server คอยให้บริการในระบบ แต่ข้อเสียก็คือ เราต้องเสียเครื่องหนึ่งเครื่องไว้เป็น Server ซึ่งต้องเป็นเครื่องที่มีสเป็กสูงๆ จึงจะทำให้เน็ตเวอร์คของเรามีคุณภาพ
          - เน็ตเวอร์คคอมพิวเตอร์แบบ Peer to Peer
          ระบบนี้ไม่ต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Server ในระบบ หมายความว่าทุกเครื่องในเน็ตเวอร์ค จะทำงานของตัวเอง และให้บริการเครื่องอื่นๆ ในเน็ตเวอร์คเมื่อมีการร้องขอ ข้อดีของระบบนี้คือ ไม่จำเป็นต้องทิ้งเครื่องไว้เป็น Server แต่ก็มีข้อด้อยในเรื่องคุณภาพ ของระบบ แต่ในบทความนี้จะกล่าวถึง เน็ตเวอร์คแบบ Peer to Peer นี้เท่านั้น
          สำรวจตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อน
          คราวนี้เราก็มาสำรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อนล่ะว่า เราจะเอาเครื่องใหนมาเชื่อมต่อกันบ้าง และเครื่องนั้น ๆ มีอุปกรณ์อะไรบ้าง จะได้ซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมได้ถูก สิ่งที่ต้องดูก็คือ เครื่องนั้นๆ มีหน่วยความจำเท่าไหร่ มีฮาร์ดดิสก์เท่าไหร่ เมนบอร์ดมีสล็อตเหลือรึเปล่า(อย่างน้อยต้องเหลือซักหนึ่งสล็อต) วิธีดูคร่าวๆ ก็คือถ้าเครื่องนั้น ใช้ระบบปฏิบัติ Windows95 ขึ้นไป และมีสล็อตเหลือ หนึ่งสล็อตขึ้นไปล่ะ OK ใช้ได้ครับ
          เราต้องเพิ่มเติมอะไรบ้างถึงจะเป็นเน็ตเวอร์ค
          - การ์ด LAN
          การ์ดนี้แหละครับที่จะเป็นตัวเชื่อมโยงเครืองคอมพิวเตอร์เข้าเป็นระบบเน็ตเวอร์ค การ์ด LAN มีหลายแบบ เราเลือกให้ถูกต้อง อันดับแรกก็ต้องสล็อตของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหลืออยู่ ว่าเป็นแบบ PCI หรือ ISA ถ้าเป็น PCI สล็อตจะเล็กกว่า ISA ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว ส่วน ISA จะเป็นสีดำ สล็อตนี้แหละจะเป็นตัวที่เราต้องดู เพราะถ้าซื้อมาผิดก็เสียบการ์ดไม่ได้


หัวต่อของการ์ด ก็เป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณาเช่นกัน เพราะตามที่เห็นในรูปจะเห็นว่ามีหัวต่ออยู่สองแบบ คือ แบบ BNC และ RJ45 จะเลือกแบบใหนก็ขึ้นอยู่ว่า เราจะใช้สายแบบใหน มาเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เพราะถ้าใช้สายต่างกัน รูปแบบของเน็ตเวอร์คก็ต่างกัน

สายนำสัญญาณที่ใช้ในระบบเน็ตเวอร์ค จะมีสองแบบคือ สายโคแอกเชียล RG58 และ สาย UTP

(เรียบเรียงจาก www.thaitodaytip.com)
TOP  
พักสมองสักนิด... กับ TRADE POINT
ชายเกรด A.
ตั้งแต่เกิด..ผมเรียนเก่ง...
อนุบาล..ผมเป็นที่ 1 ได้...เกรด..A
พอประถม...ผมเรียนดี..ได้..เกรด.. A
ขึ้นมัธยม....ผมก็เรียนดี.. ได..เกรด.. A
..จบมหาวิทยาลัย..เรียนดี..จนทำงาน..ก็ได้..A..มาตลอด
จนกระทั้งวันหนึ่ง...ผม..ไปหาหมอเพื่อตรวจเลือด...หมอบอกว่า....
เลือดผม...เป็น...A..ครับ...แต่เป็น...A+....
TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com