ปีที่ 2 ฉบับที่  91 เดือนเมษายน  2546 
 
          สวัสดีค่ะ ท่านผู้ประกอบการและสมาชิกทุกท่าน ช่วงนี้ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจซะเหลือเกิน ท่านใดที่กำลังจะเดินทางไปที่แห่งหนตำบลใด ก็อย่าลืมพกร่มไปด้วยนะคะ แล้วก็อย่าประมาทในการขับรถนะคะ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดต้องการเป็นสมาชิกกับเชียงใหม่เทรดพอยท์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 5389 4505 E-mail : info@tradepointthailand.com เชียงใหม่เทรดพอยท์ ยินดีต้อนรับผู้ประกอบการทุกท่านค่ะ
 
  ข่าวจากองค์กร
    รู้รอบ E-Commerce
    ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
    นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
    พูดจาภาษาธุรกิจ
    เรื่องของ SMEs
    ของฝากจากฝ่ายระบบ
    พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
 ข่าวจากองค์กร
งานสัมมนา "ยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเหนือ"


           ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ฯพณฯ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมบูธนิทรรศการชองเชียงใหม่เทรดพอยท์ ในงานสัมมนา "ยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเหนือ" ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา.

           เชียงใหม่เทรดพอยท์ไทยแลนด์ ร่วมจัดบูธนิทรรศการงานสัมมนา "ยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเหนือ" ที่สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมคมภาคเหนือจัดขึ้น ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา.
TOP  
รู้รอบ E-Commerce
เลือกบริการเพย์เม้นท์เกทเวย์อย่างไร
          หากท่านได้มีโอกาสติดตามข่าวสารและนโยบายของรัฐบาลในยุคปัจจุบันภายใต้วิสัยทัศน์ของท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แล้วละก็ ท่านจะต้องเคยได้ยินนโยบาย 5 อี กันมาบ้าง เช่น อี-คอมมูนิตี้ (E-Community) อี-อินดัสตรี (E-Industry) อี-คอมเมิร์ซ (E-Commerce) แต่ที่ดูจะเป็นตัวขับเคลื่อนต่อวงจรธุรกิจของประเทศในอนาคตแล้วละก็ ต้องยกให้อี-คอมเมิร์ซ
          ในกระบวนการดำเนินงานของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ที่สมบูรณ์นั้น จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญหลายๆ ตัว ทำงานสอดคล้องประสานกัน เช่น ระบบการจัดการหน้าร้าน (Store Front) ระบบการจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory) ระบบการจัดการภายใน (Back Office) ระบบการขนส่ง (Delivery) ระบบการชำระเงินแบบออนไลน์ (Payment Gateway)
          โดยเฉพาะระบบการชำระเงินแบบออนไลน์นี้ จะเป็นองค์ประกอบตัวหนึ่งในการชี้เป็นชี้ตายต่อการทำธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน และจะเป็นตัวจักรสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนต่อการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และแบบธุรกิจกับลูกค้ารายย่อย (B2C) อีกด้วย เรียกได้ว่าหากองค์ประกอบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบระเบียบแล้ว ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าย่อมมีความสุขทั้งสองฝ่ายคือ ฝ่ายหนึ่งได้รับสินค้าหรือบริการ อีกฝ่ายหนึ่งก็มั่นใจได้ว่าได้รับเงินแน่นอน เหมือนกับที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Win-win Situation

วิธีการชำระเงิน
ก่อนจะไปถึงรายละเอียดในหัวข้อต่อๆ ไปนั้น ขอแนะนำวิธีการชำระเงินที่มีในบริการเพย์เม้นท์เกทเวย์ ดังนี้
สามารถใช้บัตรเครดิตที่เป็นสากล เช่น VISA MasterCard (Credit Card)
          โดยปกติลูกค้าที่ซื้อของบนเน็ต (Web Shopper) นั้น จะนิยมใช้วิธีนี้มากที่สุด เพราะมากกว่าร้อยละ 80% ของลูกค้ากลุ่มนี้จะมีบัตรเครดิตอยู่แล้วอย่างน้อย 1 ใบ ทำให้เกิดความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย และยังสามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้เงินได้ด้วย
สามารถหักเงินจากบัญชีที่มีอยู่กับธนาคาร (Direct Debit)
          วิธีนี้เพิ่งจะได้รับการยอมรับมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยหลักการแล้วลูกค้าที่เลือกชำระเงินด้วยวิธีนี้จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคาร (มีบัญชีเงินฝาก เช่น ออมทรัพย์ กระแสรายวัน) อยู่กับธนาคารที่ให้บริการเพย์เม้นท์เกทเวย์กับร้านค้า ยกตัวอย่างเช่น หากท่านซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตจากร้าน Pantipprice.com (http://www.pantipprice.com) ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านค้าออนไลน์ที่เป็นลูกค้าของธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) ท่านจะพบว่าในหน้าจอตอนชำระเงิน (หน้าจอของธนาคาร) นั้น ธนาคารเปิดโอกาสให้ท่านเลือกวิธีการชำระเงินแบบนี้ได้ ดังนั้น หากท่านมีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ก็สามารถเลือกชำระเงินด้วยวิธีนี้ได้
สามารถใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet)
          แม้ว่าจะเรื่องใหม่สำหรับการชำระเงินบนโลกของอี-คอมเมิร์ซ แต่ในความเป็นจริงนั้นมีความพยายามที่จะใช้กระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์นั้นมากกว่า 3 ปีแล้ว เพียงแต่ว่าในการนำไปใช้ซื้อสินค้านั้นจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งคล้าย ๆ กับการวิธีหักเงินจากบัญชีที่มีอยู่กับธนาคาร แต่มีข้อดีอยู่หลายๆ อย่าง เช่น สามารถจำกัดวงเงินได้ สามารถกำหนดวงเงินต่อวัน ทำให้ท่านเกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตามวิธีการชำระเงินแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

ธนาคารที่เปิดให้บริการ

ปัจจุบันมีธนาคารที่เปิดให้บริการเพย์เม้นท์เกทเวย์อย่างจริงจังอยู่ 4 ธนาคารคือ
ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) -http://www.bankasia4u.com/Components/Shopping/index.stm
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) - http://www.scbs.co.th/merchants/ecom.asp
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) - http://www.krungsri.com/20/epayment.htm
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) -http://www.ktb.co.th/e_commerce/HTML/index_eng.htm

(เรียบเรียงจาก www.pollecommerce.com)
TOP  
ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
กระทรวงพาณิชย์ สั่งขึ้นทะเบียน "อี - คอมเมิร์ซ"
          กระทรวงพาณิชย์ขอคุม 5 หมื่นกว่าล้านในตลาดe-commerce เดินเครื่องเต็มสูบดันเข้าระบบธุรกิจโปร่งใส และคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องขึ้นทะเบียนภายใน 17 พ.ค.นี้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและผู้ประกอบการ Sme รายใหม่เผย 10 ธุรกิจออนไลน์ยอด นิยม แค่ธุรกิจอาหารไทยฟันปีละ 2-3 หมื่นล้าน ก้าวต่อไปสร้างคุณภาพ สัญลักษณ์ Trust mark คาดอีก 2 เดือนได้เห็น
          วันนี้ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) กำลังเกิดความชัดเจนขึ้นตามลำดับ สอดคล้องกับแนวทางของ e-ASEAN และ e-Thailand โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำผ่านระบบออนไลน์ ในการจัดซื้อจัดจ้าง (e-Procurement) และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(e-commerce)
          การดีเดย์ของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในประกาศฉบับล่าสุดระบุให้ ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในประเทศไทยต้องยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2546เป็นต้นไป
จดทะเบียนก่อน 17 พ.ค.
          อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าประกาศกระทรวงฯกำหนดให้ผู้ที่ทำธุรกิจ e-commerce ทุกรายทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจะต้องจดทะเบียน ภายในวันที่ 17 พ.ค.นี้ จุดประสงค์ ไม่ใช่ต้องการเข้าไปดูแลหรือควบคุมการทำธุรกิจด้านนี้ แต่ต้องการส่งเสริมและให้เกิดความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค/ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำธุรกิจรูปแบบนี้ในปัจจุบันและอนาคต
          "จะเป็นผลดียิ่งต่อผู้ทำธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีใบทะเบียนพาณิชย์ หรือ ระบุเลขทะเบียนพาณิชย์ไว้บน Web Site (Home Page) ด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมผู้ประกอบการ Website ที่ไม่ถูกต้องในลักษณะต่างๆ เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์ และ Website ประเภทอนาจาร"
          นอกจากนี้ จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยจัดทำเป็น e-Directory ได้รับสิทธิพิเศษในการสนับสนุนด้านการตลาด เช่น การเข้าร่วมโครงการ E-marketplace ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมการอบรมสัมมนาที่กรมจะจัดขึ้น การได้รับคำแนะนำและการรับข้อมูลข่าวสารของกรม และในส่วนของกรมฯก็จะบรรจุและพัฒนาสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ตามนโยบายของรัฐบาลควบคู่ไปด้วย
          ในสัปดาห์หน้าเราจะนำเสนอเกี่ยวกับขั้นตอนของการจดทะเบียน "อี-คอมเมิร์ซ" กันต่อนะคะ โปรดติดตามอ่านได้ในฉบับหน้าค่ะ
(เรียบเรียงจาก www.pollecommerce.com)
TOP  
นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
สถานะของอุตสาหกรรมผลิตเครื่องนุ่งห่มของไทย
           สถานะของอุตสาหกรรมผลิตเครื่องนุ่งห่มของไทยในปัจจุบันอยู่กึ่งกลาง (Comparative Nutcracker) ระหว่างสินค้าระดับบนกับสินค้าระดับล่าง ทำให้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดทั้ง 2 ระดับ โดยตลาดระดับบนไทยต้องเผชิญกับคู่แข่งซึ่งมีความได้เปรียบในด้านชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และคุณภาพ โดยเฉพาะจากอิตาลี ฝรั่งเศส หรือแม้แต่คู่แข่งในเอเชียด้วยกันเอง เช่น ฮ่องกง ซึ่งปัจจุบันกำลังเร่งรุกตลาดอย่างหนักด้วยการสร้างตราสินค้าเป็นของตนเอง ขณะที่ตลาดระดับล่างไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันจากจีนและเวียดนาม ซึ่งนับวันความได้เปรียบยิ่งห่างไทยออกไปทุกขณะ โดยเฉพาะจีนที่นอกจากมีต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่ำแล้ว ยังเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญทั้งฝ้ายและเส้นใยประดิษฐ์ที่มีอยู่อย่างเหลือเฟืออีกด้วย
(เรียบเรียงจาก www.exim.go.th)
TOP  
พูดจาภาษาธุรกิจ
GSTP
          GSTP คือ ระบบสิทธิพิเศษทางการค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนา(The Global System of Trade Preferences Among Developing Countries) เรียกชื่อย่อว่า จีเอสทีพี.(GSTP) เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศกำลังพัฒนาที่จะลดหย่อนอากรศุลกากร(Customs Duty) ขาเข้าแก่สินค้าบางรายการระหว่างกัน นอกจากการลดหย่อนอากรศุลกากรซึ่งเป็นมาตรการด้านอัตราภาษีศุลกากร(Tariff Measures)แล้ว ระบบจีเอสทีพี. ยังมีมาตราอื่นที่จะช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่
          - มาตรการกึ่งภาษี(Para-Tariff Measures) เป็นการลดหรือยกเลิกค่าธรรมเนียมผ่านด่านสินค้า (Border Charges and Fees)
          - มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี(Non-Tariff Measures) เป็นการทำข้อตกลงการค้าระยะปานกลางและ ระยะยาวซึ่งจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางการค้าร่วมโดยตรง
                     การทำสัญญาเฉพาะเรื่อง (Sectoral Agreements) เป็นการทำสัญญายกเว้นหรือลดหย่อน อัตราภาษีศุลกากรขาเข้า ยกเว้นหรือลดข้อกีดกันกึ่งภาษีและข้อกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี และการดำเนินการ ส่งเสริมการค้าเฉพาะสินค้าบางรายการ
TOP  
เรื่องของ SMEs
ดอกไม้สดอบแห้งถนอมความงาม
          ปัจจุบันนี้มีคนได้คิดค้นที่จะถนอมดอกไม้ให้มีอายุยืนยาวนานให้มากที่สุด เพื่อเก็บรักษาให้ดูสวยงามเหมือนธรรมชาติ วิธีเก็บดอกไม้ให้ดูสวยงามให้นานที่สุดคือ นำไปอบแห้ง วิธีการอบแห้งนั้น นางวิไลลักษณ์ รัตนสถาพร เล่าให้ฟังว่าได้ไปเรียนรู้จาก อาจารย์ศิวาพร มิลล์ส หลังจากได้ศึกษางานการอบดอกไม้สดอบแห้งแล้วได้รวมตัวกัน ตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านตำบลบางรักพัฒนาที่ว่างงาน รวมตัวกันผลิตดอกไม้สดอบแห้งเป็นดอกกุหลาบ กล้วยไม้ และดอกโป๊ยเซียน นำมาอบแห้ง จากนั้นก็นำมาจัดลงแก้วลักษณะต่าง ๆ หรือเคลือบด้วยเรซินใส เพื่อทำเป็นเข็มกลัดหรือจัดเป็นช่อแจกัน
          สำหรับขั้นตอนการทำดอกไม้สดอบแห้งจะต้องมีอุปกรณ์ในการทำเช่น ตู้อบไมโครเวฟ ซิลิก้าเจล และซิลิก้าทราย ดอกไม้ผลิตต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ กล้วยไม้ กล่องฟิล์ม หรือขวดขนาดเล็ก พู่กัน กรรไกร กาวติดแก้ว โหลแก้วทรงต่าง ๆ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น ขั้นตอนการผลิตแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ การอบแห้งและจัดตกแต่งลงโหลแก้ว การอบแห้งเริ่มแรกจะตัดก้านเหลือไว้สำหรับพันลวด 1 ซม. แล้วจึงนำไปใส่ไว้ในกล่องที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้ โดยก้นกล่องจะรองด้วยซิลิก้าทราย จากนั้นนำดอกไม้วางแล้วโรยด้วยซิลิก้าทรายอีกครั้ง ซึ่งจะต้องครอบคลุมตามกลีบดอกไม้ให้มากที่สุด เพี่อจะทำให้น้ำตามกลีบเลี้ยงของดอกไม้เหลือตกค้าง ไม่เช่นนั้นจะทำให้ดอกไม้ที่อบออกมาดำและเหี่ยว เวลาจัดใส่โหลแก้วจะไม่สวยเสร็จแล้วจึงนำเข้าไปอบในไมโครเวฟซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที การอบนั้นจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งหากอบแห้งเกินไปก็จะทำให้กลีบดอกกรอบได้ จากนั้นค่อย ๆ หยิบแต่ละดอกนำมาวางใส่ในกล่อง ซึ่งบรรจุซิก้าเจลอยู่ ปิดฝากล่องทิ้งไว้ 1 คืน สังเกตเห็นว่าดอกไม้อบแห้งแล้ว จึงนำมาจัดใส่โหลแก้ว ซึ่งเราจะต้องคัดเอาเฉพาะดอกที่สวยไม่มีรอยช้ำหรือหักอีกครั้ง การจัดแต่งลงโหลแก้ว ใส่ซิลิก้าเจลลงไปในกล่องที่เตรียมไว้ ด้านบนปิดด้วยโฟมเพื่อเวลาที่เสียบดอกไม้จะง่ายขึ้นและตกแต่งด้วยผ้าบุหงา และริบบิ้น หลังจากนั้นจึงจัดแคสเปียร์ลงไป ต่อด้วยกล้วยไม้ หรือกุหลาบก็ได้ แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน ซึ่งก่อนจะนำไปปักลงในโหลแก้วจะต้องใช้พู่กันที่ใช้สำหรับแต่งหน้ามาปัดเศษซิลิก้าออกให้หมด จากนั้นจึงผูกก้านดอกกับลวดแล้วพันด้วยเทป วัดความสูงแล้วจึงตัดลวดให้มีความพอดี ในการตัดจะใช่ดอกไม้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับโหลแก้ว แต่ไม่ควรจัดมากเพราะจะทำให้ดูรกเกินไป เมื่อจัดดอกไม้ลงในโหลแก้วเสร็จนั้นจะนำไปคว่ำไว้ในกล่องซิลิก้าเจลปิดฝาให้สนิททิ้งไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือ 1 วัน เพื่อให้ซิลิก้าเจลดูดความชื้นที่เหลือให้หมด จากนั้นเปิดฝาแล้วใช้กาวเป็นตัวประสาน
          จุดเด่นของดอกไม้สดอบแห้งคือ ยังคงสีของดอกไม้ และยังคงสวยงามเหมือนเดิมเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้หลายปีสามารถขายได้ตลอดปี ทุกเทศกาล เช่น ปีใหม่ วันแห่งความรัก ทำเป็นของขวัญของฝากและเป็นของชำร่วย ผู้ที่สนใจเรียนวิธีทำดอกไม้สดอบแห้งเพื่อนำมาเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ติดต่อได้ที่ นางวิไลลักษณ์ รัตนสถาพร เลขที่ 115/84 ซอย 9 หมู่บ้านบางบัวทอง ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยไม่ต้องเสียค่าเรียน
TOP  
ของฝากจากฝ่ายระบบ
ปัจจัยเริ่มต้นเมื่อเริ่มตั้งอินเทอร์เน็ตในองค์กร

          ปัจจุบันมีการขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังโรงเรียน หน่วยงาน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ มากขึ้น สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจอยากจะเชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ต อาจตั้งคำถามว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

หมายเลขเครือข่าย (IP Address)
           บนอินเทอร์เน็ตมีเครือข่ายนับล้านที่เชื่อมโยงถึงกันหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการกำหนดหมายเลขเครือข่ายที่ทำให้แยกแยะได้ว่าเป็นเครือข่ายใด หมายเลขนี้เรียกว่า ไอพีแอดเดรส (IP Address) เช่นเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 มีหมายเลข 203.154.104.x แต่ละเครือข่ายจะมีหมายเลขแตกต่างกัน
          เมื่อเรามีวงจรสายสื่อสารเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เช่น ใช้วงจรสายสื่อสาร 19.2Kbps. หรือ 64Kbps. เชื่อมไปยังหน่วยงานบริการอินเทรอ์เน็ต หรือที่เรียกว่า ISP (Internet Service Provider) เราต้องขอจดทะเบียนหมายเลข IP ของเครือข่ายเรา หมายเลขนี้ขอได้ที่หน่วยงานชื่อ INTERNIC ในต่างประเทศ แต่ปัจจุบันมีการกระจายมาให้แต่ละประเทศดูแลกันเอง ผู้ขอหมายเลขจึงขอได้จากหน่วยงาน ISP ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

การจดทะเบียนชื่อโดเมน (Domain Name)
          
ทะเบียนชื่อโดเมนมีไว้เพื่อใช้อ้างอิงถึงกันในระบบเครือข่าย เช่น ใช้เป็นชื่อองค์กร tv5.co.th โดยจากขวามือสุด "th" คือ "ชื่อประเทศ" ถัดไป "co" คือ "ประเภทขององค์กร" และ "tv5" คือ "ชื่อองค์กร"
          เมื่อมี "วงจรเช่าสายสื่อสาร" "หมายเลขแอดเดรส" (IP Address) และ "ชื่อโดเมน (Domain Name)" แล้ว ก็สามารถสร้างโหนด (Node) หรือเครือข่ายในองค์กรได้ เช่น โรงเรียนแห่งหนึ่งต้องการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย Schoolnet ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ต ก็ต้องดำเนินการให้ได้หมายเลข IP และชื่อโดเมนก่อน

อุปกรณ์เลือกเส้นทาง (Router)
           การสร้างโหนด (Node) อยู่ที่การจัดหาอุปกรณ์ ซึ่งอาจใช้อุปกรณ์หาเส้นทางขนาดเล็กที่เรียกว่าเราท์เตอร์ (Router) เราท์เตอร์เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายย่อยเข้าด้วยกัน โดยถือว่าภายในองค์กรของเรามีเครือข่ายอย่างน้อยหนึ่งเครือข่าย ที่ต้องเชื่อมเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต

สถานีบริการ (Server)
          
ภายในเครือข่ายย่อยขององค์กร แต่ละเครือข่ายที่เชื่อมอยู่ภายในกับอุปกรณ์หาเส้นทาง ก็จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นสถานีบริการ (Server) ถ้าเป็นสถานีบริการรับส่งจดหมาย ก็เรียกว่า Mail Server ผู้ใช้ภายในองค์กรสามารถเปิดตู้จดหมายหรือขึ้นทะเบียนเป็นผู้ใช้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์นี้ได้ ถ้าต้องการให้บริการข้อมูลข่าวสารไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) เราก็เรียกว่า "เว็บเวิร์ฟเวอร์" (Web Server) เครือข่ายย่อยภายในองค์กรจึงมีลักษณะการดำเนินงานเป็นแบบผู้ขอใช้บริการกับสถานีให้บริการ (Server) ผู้ขอใช้บริการอาจใช้สถานีบริการขององค์กรเอง หรืออาจจะขอใช้ข้อมูลข่าวสารบนสถานีบริการอื่นที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตได้
          การวางเครือข่ายภายในองค์กรจึงต้องการอุปกรณ์หาเส้นทางเป็นพื้นฐาน และสามารถขยายเครือข่ายภายในออกเป็นหลาย ๆ เครือข่ายย่อย การสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในองค์กร ทำให้ผู้ใช้ทุกคนเรียกเข้าหาสถานีบริการภายในหรือภายนอกองค์กรผ่านทางเครือข่ายได้สะดวก
          การจัดตั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากสามารถเช่าช่องสัญญาณและเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใดที่หนึ่งได้ ก็สามารถนำเครือข่ายขององค์กรทั้งหมดเป็นโหนดส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ตและกำหนดเชื่อมให้เป็นสากลได้
          เครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและเป้าหมายที่สำคัญ คือ ทุกองค์กรจะเป็นหน่วยหนึ่งของอินเทอร์เน็ต

TOP  
พักสมองสักนิด... กับ TRADE POINT
 
          ณ ชั้นเรียนชั้นหนึ่ง มีการสอบปลายภาคคุณครูได้แจกกระดาษข้อสอบให้นักเรียนในชั้น
และให้เวลาทำข้อสอบภายใน 2 ชั่วโมง นักเรียนก็ทำข้อสอบจนกระทั่งคุณครูให้สัญญาณหมดเวลา
และเก็บกระดาษคำตอบคืน มีนักเรียนคนหนึ่งทำข้อสอบไม่ได้จึงเขียนข้อความขอความเห็นใจจากคุณครู
ว่า " เมตตาธรรมค้ำจุนโลก " พอถึงเวลาคืนกระดาษคำตอบให้นักเรียนๆ คนนั้นก็ได้กระดาษคำตอบว่า
" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
 
TOP  
ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
member@tradepointthailand.com