หากท่านได้มีโอกาสติดตามข่าวสารและนโยบายของรัฐบาลในยุคปัจจุบันภายใต้วิสัยทัศน์ของท่านนายกฯ
ทักษิณ ชินวัตร แล้วละก็ ท่านจะต้องเคยได้ยินนโยบาย 5
อี กันมาบ้าง เช่น อี-คอมมูนิตี้ (E-Community) อี-อินดัสตรี
(E-Industry) อี-คอมเมิร์ซ (E-Commerce) แต่ที่ดูจะเป็นตัวขับเคลื่อนต่อวงจรธุรกิจของประเทศในอนาคตแล้วละก็
ต้องยกให้อี-คอมเมิร์ซ
ในกระบวนการดำเนินงานของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(E-Commerce) ที่สมบูรณ์นั้น จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญหลายๆ
ตัว ทำงานสอดคล้องประสานกัน เช่น ระบบการจัดการหน้าร้าน
(Store Front) ระบบการจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory)
ระบบการจัดการภายใน (Back Office) ระบบการขนส่ง (Delivery)
ระบบการชำระเงินแบบออนไลน์ (Payment Gateway)
โดยเฉพาะระบบการชำระเงินแบบออนไลน์นี้
จะเป็นองค์ประกอบตัวหนึ่งในการชี้เป็นชี้ตายต่อการทำธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน
และจะเป็นตัวจักรสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนต่อการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซในรูปแบบต่าง
ๆ เช่น แบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และแบบธุรกิจกับลูกค้ารายย่อย
(B2C) อีกด้วย เรียกได้ว่าหากองค์ประกอบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบระเบียบแล้ว
ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าย่อมมีความสุขทั้งสองฝ่ายคือ
ฝ่ายหนึ่งได้รับสินค้าหรือบริการ อีกฝ่ายหนึ่งก็มั่นใจได้ว่าได้รับเงินแน่นอน
เหมือนกับที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Win-win Situation
วิธีการชำระเงิน
ก่อนจะไปถึงรายละเอียดในหัวข้อต่อๆ ไปนั้น ขอแนะนำวิธีการชำระเงินที่มีในบริการเพย์เม้นท์เกทเวย์
ดังนี้
สามารถใช้บัตรเครดิตที่เป็นสากล เช่น VISA MasterCard
(Credit Card)
โดยปกติลูกค้าที่ซื้อของบนเน็ต
(Web Shopper) นั้น จะนิยมใช้วิธีนี้มากที่สุด เพราะมากกว่าร้อยละ
80% ของลูกค้ากลุ่มนี้จะมีบัตรเครดิตอยู่แล้วอย่างน้อย
1 ใบ ทำให้เกิดความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย และยังสามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้เงินได้ด้วย
สามารถหักเงินจากบัญชีที่มีอยู่กับธนาคาร (Direct
Debit)
วิธีนี้เพิ่งจะได้รับการยอมรับมากขึ้นในช่วง
1-2 ปีที่ผ่านมา โดยหลักการแล้วลูกค้าที่เลือกชำระเงินด้วยวิธีนี้จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคาร
(มีบัญชีเงินฝาก เช่น ออมทรัพย์ กระแสรายวัน) อยู่กับธนาคารที่ให้บริการเพย์เม้นท์เกทเวย์กับร้านค้า
ยกตัวอย่างเช่น หากท่านซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตจากร้าน
Pantipprice.com (http://www.pantipprice.com) ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านค้าออนไลน์ที่เป็นลูกค้าของธนาคารเอเชีย
จำกัด (มหาชน) ท่านจะพบว่าในหน้าจอตอนชำระเงิน (หน้าจอของธนาคาร)
นั้น ธนาคารเปิดโอกาสให้ท่านเลือกวิธีการชำระเงินแบบนี้ได้
ดังนั้น หากท่านมีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ก็สามารถเลือกชำระเงินด้วยวิธีนี้ได้
สามารถใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet)
แม้ว่าจะเรื่องใหม่สำหรับการชำระเงินบนโลกของอี-คอมเมิร์ซ
แต่ในความเป็นจริงนั้นมีความพยายามที่จะใช้กระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์นั้นมากกว่า
3 ปีแล้ว เพียงแต่ว่าในการนำไปใช้ซื้อสินค้านั้นจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างเหมือนกัน
ซึ่งคล้าย ๆ กับการวิธีหักเงินจากบัญชีที่มีอยู่กับธนาคาร
แต่มีข้อดีอยู่หลายๆ อย่าง เช่น สามารถจำกัดวงเงินได้
สามารถกำหนดวงเงินต่อวัน ทำให้ท่านเกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้ามากขึ้น
อย่างไรก็ตามวิธีการชำระเงินแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน
ธนาคารที่เปิดให้บริการ
ปัจจุบันมีธนาคารที่เปิดให้บริการเพย์เม้นท์เกทเวย์อย่างจริงจังอยู่
4 ธนาคารคือ
ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) -http://www.bankasia4u.com/Components/Shopping/index.stm
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) - http://www.scbs.co.th/merchants/ecom.asp
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) - http://www.krungsri.com/20/epayment.htm
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) -http://www.ktb.co.th/e_commerce/HTML/index_eng.htm