ปีที่ 2 ฉบับที่  100 เดือนมิถุนายน  2546 
 
        "ใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียน" ความผิดพลาดในอดีต ไม่ใช่ความล้มเหลว หากเป็นบทเรียนและบันไดที่จะส่งผู้ประกอบการให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ สวัสดีค่ะ ท่านผู้ประกอบการทุกท่านวันนี้ก็มีคำคมมาฝากเป็นข้อคิดเตือนใจใน การประกอบธุรกิจกันอีกเช่นเคย สำหรับวารสารฉบับนี้ เรามีคำถามประจำเดือนมิถุนายนมาถามผู้อ่านทุกท่าน ช่วยกันตอบคำถามกันมาเยอะ ๆ นะคะ ส่วนรางวัลสำหรับผู้ที่ตอบคำถามถูกต้อง นั่นก็คือ ชั่วโมงอินเตอร์เน็ต จำนวน 3 รางวัลด้วยกัน ซึ่งคำตอบนั้น เราขอบอกใบ้นิดนึงว่าอยู่ในวารสารตั้งแต่ฉบับที่ 97-100 ค่ะ เราขอให้ท่านโชคดีกับการตอบคำถามนะคะ
 
  ข่าวจากองค์กร
    รู้รอบ E-Commerce
    ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
    นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
    พูดจาภาษาธุรกิจ
    เรื่องของ SMEs
    ของฝากจากฝ่ายระบบ
    พักสมองสักนิด กับ TRADE POINT
   
 ข่าวจากองค์กร
บริการฟรี ! จัดหาข้อมูลโอกาสการค้ากับเชียงใหม่เทรดพอยท์
          ผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยสามารถรับบริการต่างๆ จากเชียงใหม่เทรดพอยท์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ บริการโปรโมทสินค้าใน E-marketplace ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกทุกสัปดาห์, บริการจัดทำเว็บไซต์และแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์, บริการจัดหาข้อมูลโอกาสการค้าหรือผู้นำเข้า (Global Trade Opportunities) ที่ตรงกับประเภทสินค้าของสมาชิกส่งให้ทางอีเมล์ทุกสัปดาห์, บริการลงทะเบียนเว็บไซต์ใน Search Engine ชั้นนำกว่า 20 แห่ง, ได้รับการโปรโมทกิจการและสินค้าใน Exporter Directory ของ www.tradepointthailand.com และ เครือข่ายเทรดพอยท์โลก (Global Trade Point Network) ที่มีอยู่กว่า 120 แห่งใน 80 ประเทศ เป็นต้น
และในวันนี้เราขอนำเสนอหนึ่งในบริการที่สมาชิกเชียงใหม่เทรดพอยท์จะได้รับ ดังนี้

GTS Division : Global Trade Service Division หรือ Global Trade Opportunities
บริการจัดหาข้อมูลโอกาสการค้า
          GTS Service คือบริการเฉพาะขององค์กรเทรดพอยท์ไทยแลนด์ที่จัดสรรให้แก่สมาชิก โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า และสร้างศักยภาพของธุรกิจสู่ตลาดโลก บริการดังกล่าวประกอบด้วย:
1. GTOs Service (Global Trade Opportunities Service) คือบริการจัดหาโอกาสทางการค้าที่ตรงกับความต้องการและความสนใจของสมาชิก และทำการจัดส่งทางอีเมล์สัปดาห์ละสองรายการ
2. Trade Promotion on E - Marketplace & Search Engines คือบริการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของสมาชิกบนเว็บไซต์การค้า และเว็บค้นหาอันดับต้น ๆ ของโลก
3. Trade Service บริการอื่น ๆ ทางการค้า เช่น บริการให้คำแนะนำ, ให้ความรู้และข้อมูลทางการค้า เป็นต้น

           อนึ่ง บริการข้างต้นไม่คิดค่าใช้จ่ายในการให้บริการ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทย หากมีข้อ
สงสัยหรือขอเสนอแนะ กรุณาติดต่อ GTS Service, Trade Point Thailand 0-5332-2022#20
          สำหรับสัปดาห์เราจะขอนำเสนอตัวอย่างของ GTS Service ในแต่ละตัวว่ามีรูปร่างหน้าตาอย่างไรกันต่อ อย่าลืมติดตามอ่านกันนะคะ
TOP  
รู้รอบ E-Commerce
การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (3)
ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ และเว็บไซต์ที่ต้องจดทะเบียน
คือ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ประกอบพาณิชยกิจในเชิงพาณิชย์อันเป็นอาชีพปกติ ดังนี้
(1) ซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้แก่ บุคคลที่มีเว็บไซต์เพื่อทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่เข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
เว็บไซต์ที่ต้องจดทะเบียน
- มีระบบการสั่งซื้อ เช่น ระบบกรอกฟอร์ม ระบบตะกร้า e-mail หรืออื่น ๆ
- มีระบบการชำระเงิน ออฟไลน์ หรือ ออนไลน์ เช่น การโอนเงินผ่านระบบบัญชี การชำระด้วยบัตรเครดิต หรือ e-cash เป็นต้น
- มีระบบสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการข้อมูลหรืออื่น ๆ โดยมีการคิดค่าใช้จ่าย (ถือเป็นการขายบริการ) เช่น บริการ หาคู่ บริการข่าวสาร / บทความ / หนังสือ รับสมัครงาน เป็นต้น
- มีวัตถุที่ประสงค์หลักในการรับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น และมีรายได้จากการโฆษณานั้น
- รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ หรือเพียงโฆษณาว่าเป็นผู้รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ เพราะถือว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้นมีช่องทางการค้าปกติบนอินเตอร์เน็ต
- เว็บไซต์ให้บริการเกมส์ออนไลน์ที่คิดค่าบริการจากผู้เล่น (เจ้าของเว็บไซต์ต้องจดทะเบียน)
- เว็บไซต์ที่มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การ Download โปรแกรม เกมส์ Ringtone Screensaver SMS เป็นต้น
- ธุรกิจนายหน้าหรือตัวแทน ที่มีเว็บไซต์ในการประกอบธุรกิจ สามารถติดต่อซื้อขายผ่านทางเว็บไซต์หรือระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้

หมายเหตุ
ก. ธุรกิจประกันภัย การเงิน การธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ ที่มีเว็บไซต์เป็นช่องทางหนึ่งในการทำธุรกิจ และเข้าลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังกล่าวข้างต้นต้องจดทะเบียนด้วย ถ้าไม่เข้าข้อใดเลยก็ไม่ต้องจด
ข. ธุรกิจตามข้อ ก. ที่มีการให้บริการแก่ลูกค้าผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น e-Banking เป็นต้น ที่ถือว่าเป็นการให้บริการแก่ลูกค้าของตนเอง ไม่ใช่การขายบริการ ดังนั้น จึงไม่ต้องจดทะเบียน

(2) บริการอินเตอร์เน็ต (ISP : Internet Service Provider) ได้แก่ CS Com, Loxinfo , KSC , Internet Thailand , Asia Infonet , A-net , JI-Net , Samart , WorldNet , CWT , Idea Net , SGA , Data Line Thai , Asia Access , CWN , Roynet , Far East, EZNet

(3) ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting) เช่น sanook.com, yahoo.com, porar.com, thai4biz.com, thaicreative.net, internetthai.com, loxinfo.co.th , ksc.net.th, ecomsiam.com เป็นต้น

(4) บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (e-Marketplace) เช่น softwarelink.co.th, eprocurementthai.com, bizdimension.com, pop.co.th, thai2m.com , pantavanij.com, freei.co.th, foodmarketexchange.com, thaiexponet.com, thailandexport.com, thailand.com , thaixport.com, WeThai.com เป็นต้น

ในสัปดาห์เราจะมาดูกันว่าเว็บไซต์ที่ไม่ต้องจดทะเบียนนั้นมีใครบ้าง อย่าลืมติดตามอ่านกันนะคะ

TOP  
ก้าวหน้า ก้าวไว ก้าวไปกับ TRADE POINT
ยุทธศาสตร์เพิ่มผลกำไร
          แผนที่ยุทธศาสตร์เพิ่มผลกำไร หรือผลประกอบการก็คือ เพิ่มประสิทธิภาพ หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกกันว่า Productivity นั่นเอง การเพิ่มประสิทธิภาพก็ทำ ได้สองวิธีเช่นกันคือ โดยการลดค่าใช้จ่าย ทั้งทางตรง และทางอ้อม
          สิ่งที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ถนัดก็คือ การปลดหรือลดคนงาน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของพนักงานที่เหลือ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า เมื่อไรจะมาถึงคิวของพวกเขาบ้าง หรือโดยการประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น ลดเกรดรถประจำตำแหน่งผู้บริหารลง เดิมใช้เบนซ์ก็เปลี่ยนมาใช้ วอลโว่ หรือออดี้ หรือโตโยต้า หรือตัดค่าล่วงเวลา ลดโบนัส หรือจำกัดเวลาการใช้เครื่องปรับอากาศ ส่วนอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะดีกว่าวิธีแรกก็คือ การใช้ทรัพย์สินขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือให้เกิดคุณค่ามากที่สุด
          ตัวอย่างเช่น เดิมอาคารสำนักงานซึ่งมีอยู่ 20 ชั้นก็ใช้เป็นที่ทำงานของพนักงานทั้งหมดซึ่งผู้บริหารและพนักงานแต่ละคนก็มีพื้นที่ทำงานอย่างกว้างขวาง เหลือเฟือ สะดวกสบายเต็มที่ พอเศรษฐกิจมีปัญหา หรือการแข่งขันรุนแรงขึ้น ผู้บริหารอาจตัดสินใจปรับลดพื้นที่ทำงานของผู้บริหาร และพนักงานลง เพื่อนำพื้นที่ที่เหลือไปให้เช่าเพื่อเพิ่มรายได้ (อย่าลดเฉพาะพื้นที่ทำงานของพนักงานเท่านั้นเพราะจะทำให้พนักงานรู้สึกว่า ผู้บริหารเอาเปรียบไม่เสียสละ และไม่เป็นตัวอย่างที่ดี)
          จากตัวอย่างข้างต้น ผู้บริหารอาจลดพื้นที่ทำงานของผู้บริหาร และพนักงานเหลือเพียง 15 ชั้นจากเดิม 20 ชั้น แล้วนำพื้นที่ที่เหลืออีก 5 ชั้นมาให้เช่า หรือในอดีตพนักงานขายหนึ่งคนดูแลลูกค้า 10 ราย การเพิ่มประสิทธิภาพก็คือ ใช้พนักงานหนึ่งคนเหมือนเดิมแต่ต้องดูแลลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 15 ราย ปกติแล้วยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพมักจะเห็นผลเร็วกว่ายุทธศาสตร์การเพิ่มรายได้ ลองเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์การเพิ่มรายได้ เช่น ปั๊มน้ำมัน เดิมทีก็ให้บริการแค่เติมน้ำมัน และเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง พื้นที่ที่เหลือก็ปล่อยว่างไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจ ผู้บริหารอาจนำพื้นที่ที่เหลือในปั๊มฯ มาเปิดเป็นร้านค้าปลีกสะดวก หรือที่เรียกว่า Convenient Store ขายของที่ลูกค้าที่มาเติมน้ำมันต้องการในราคาเดียวกันกับพวกร้าน 7-Eleven ตัวอย่างเช่น ในปั๊มปตท.ก็มีร้านค้าปลีกสะดวก AMPM ที่ขายของเช่นเดียวกับ 7-Eleven และสินสยามซึ่งขายผลิตภัณฑ์จากชุมชนรวมทั้งเปิดเป็นศูนย์ ดูแลซ่อมรถที่ไม่ใช่การซ่อมใหญ่ หรืองานที่มีความสลับซับซ้อนเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับปั๊ม เช่น เติมน้ำยาแอร์ เปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน เปลี่ยนสายพาน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ น้ำมันพวงมาลัยเพาเว่อร์ ปะ และเปลี่ยนยาง เรียกว่า เป็นศูนย์บริการ ณ จุดเดียว หรือ One Stop Servicing ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปหลายๆ แห่งเพื่อรับบริการ อย่างไรก็ดี ก็มีข้อเตือนใจสำหรับผู้บริหารทั้งหลายประเภทชอบใช้นโยบายลดค่าใช้จ่ายเป็นหลักว่าอย่าได้ลดค่าใช้จ่าย หรือประหยัดมากจนกระทั่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้า และบริการที่ให้กับลูกค้า เช่น การให้พนักงานขายหนึ่งคนจากเดิมเคยดูแลลูกค้าแค่ 10 ราย แล้วให้เพิ่มเป็น 15 ราย ก็ต้องประเมินว่า คุณภาพที่ให้บริการกับลูกค้านั้นแย่ลงไหม ดูแลลูกค้าได้ทั่วถึงไหม มีเสียงบ่นจากลูกค้ามากขึ้นไหม
          กรณีของ Mobil ที่ Robert และ David ยกตัวอย่างมานี้ ผู้บริหาร Mobil ใช้ยุทธศาสตร์ ทั้งสองพร้อมๆ กัน คือ ทั้งเพิ่มราย ได้ และเพิ่มประสิทธิภาพ (ลดค่าใช้จ่ายกับใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด) การเพิ่มรายได้ของ Mobil ประกอบด้วย เปิดร้านค้าปลีกสะดวก (ไอศกรีม ของคบเคี้ยว เครื่องดื่ม ฯลฯ) เปิดบริการดูแลรถ (เปลี่ยนน้ำมันเครื่องล้างรถ ซ่อมรถแบบซ่อมเล็กซ่อมน้อย) ผลิตภัณฑ์ที่รถต้องใช้ (น้ำมันเครื่อง น้ำยาหม้อน้ำ น้ำมันที่ปัดน้ำฝน) อะไหล่รถยนต์บางชนิด (ยางที่ปัดน้ำฝน) นอกจากนั้น Mobil ยังหาสินค้ายี่ห้อดังๆ ที่ลูกค้าชอบมาวางขายในร้านค้าปลีกสะดวกอีกด้วย ส่วนยุทธศาสตร์เรื่องเพิ่มประสิทธิภาพ Mobil ก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเป็นปั๊มน้ำมันที่มีค่าใช้จ่ายต่อน้ำมันหนึ่งลิตรที่ต่ำที่สุดในสหรัฐฯ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ลดระยะเวลาปิดซ่อมโรงกลั่น และเพิ่มผล ผลิตต่างๆ ให้มากขึ้น แผนที่ยุทธศาสตร์เรื่องที่สองซึ่ง Robert และ David เสนอก็คือ การเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า Robert และ David ชี้ให้เห็นว่า การเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้านั้นทำได้ 3 วิธีซึ่งจะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ประกอบด้วย การดำเนินธุรกรรมอย่างยอดเยี่ยม หรือ Operational Excellence เช่น McDonald"s ซึ่งเป็น Franchise ขายแฮมเบอร์เกอร์ หรืออาหารจานด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Dell Computer ที่ขายเครื่องคอมพิวเตอร์มากที่สุดในโลกโดยใช้นโยบายขายแบบตามใจลูกค้า หรือ Tailor-made บริษัทที่ยึดถือนโยบายนี้จะต้องตั้งราคาสินค้าที่แข่งขันได้เต็มที่ รวมทั้งต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และมีความหลากหลาย ตลอดจนต้องมีความรวดเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า
          การสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า หรือ Customer Intimacy ตัวอย่างเช่น Saturn บริษัทผลิตรถยนต์ที่ GM ตั้งขึ้นมาใหม่ที่ให้บริการลูกค้าประหนึ่งมิตรสนิท (จัดบาร์บิคิวให้ลูกค้าทาน หรือพาลูกค้าไปดูการแข่งขันเบสบอลระหว่างรอซ่อมรถ ฯลฯ) หรือ IBM ที่เน้นเรื่องการให้บริการเหมือนเป็นที่ปรึกษาคนสนิทเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ บริษัทที่ใช้ยุทธศาสตร์เช่นนี้จะต้องให้ความสำคัญเรื่อง คุณภาพที่ดีเยี่ยมของการให้บริการเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่สนิทแน่แฟ้น การเป็นผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์ หรือ Product Leadership ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คงได้แก่ Sony ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำในการเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ท้องตลาดเป็นเนืองนิตย์ เช่น PlayStation I & II, Wal kman และโทรทัศน์ที่บางเฉียบ หรือ Intel ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิต Micro processor รุ่นใหม่ๆ เสมอ อาทิเช่น 486 , Pentiu m I, II, III & IV บริษัทที่ยึดหลักยุทธศาสตร์เช่นนี้ก็ต้องเน้นเรื่อง การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพของสินค้าที่เสนอขายความคงทน ความทันสมัย และบริการที่ดี
TOP  
นานาสาระจากฝ่ายข้อมูล
ประเภทของบรรจุภัณฑ์
           ในปัจจุบันนอกเหนือจาก 4 Ps ซึ่งได้แก่ ราคา (Price) ผลิตภัณฑ์ (Product) สถานที่จำหน่าย (Place) และการส่งเสริมการขาย (Promotion) แล้ว P อีกตัวหนึ่งที่นับเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญไม่น้อยกว่าP ตัวอื่นๆ คือ บรรจุภัณฑ์ (Package)
           บรรจุภัณฑ์นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ เนื่องจากสามารถเป็นสื่อโฆษณา ณ จุดขายปลีกไปสู่มือผู้ซื้อโดยตรง แสดงถึงชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต ตราสินค้า คุณสมบัติ สรรพคุณและวิธีการใช้ของสินค้า และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าและองค์กรได้ เช่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาแก่สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เป็นต้น
           นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามสะดุดตายังสามารถสร้างความประทับใจในตัวสินค้า และเพิ่มแรงกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภคได้อีกด้วย บรรจุภัณฑ์จึงเปรียบเสมือนพนักงานขายคนหนึ่งที่มีส่วนส่งเสริมการขายอยู่อย่างเงียบๆ (Silent Salesman)
            การเรียนรู้ศึกษาเทคนิคการสร้างหรือออกแบบบรรจุภัณฑ์นับเป็นวิธีการหนึ่ง ที่ผู้ส่งออกสามารถใช้เป็นเครื่องมือผลิตสินค้าของตนให้มีจุดขายแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าจัดเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยขยายหรือรักษาส่วนแบ่งตลาดได้อีกทางหนึ่ง โดยทั่วไปบรรจุภัณฑ์แบ่งเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ตามการใช้งาน ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ขายปลีก (Consumer Package) คือ ภาชนะบรรจุสินค้าหน่วยย่อยเพื่อการขายปลีก และ บรรจุภัณฑ์ขนส่ง(Transport Package) คือ ภาชนะบรรจุสินค้าขายปลีกให้เป็นหน่วยใหญ่เพื่อความสะดวกในการขนส่งการเก็บรักษา และป้องกันความเสียหาย

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ยังแบ่งออกตามวัสดุที่ใช้ผลิตได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
           - บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพืช เช่น ไม้ เยื่อไม้ กระดาษ และเส้นใยต่างๆ มีข้อดีคือ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว ยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติจึงไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
           -บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์ เช่น โฟมเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ราคาไม่แพง ป้องกันความชื้นได้ดี แต่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าประเภทอื่นๆเพราะไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
           -บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโลหะ มีคุณสมบัติเด่นในด้านความแข็งแรง เพราะสามารถเคลือบผิวเพื่อไม่ให้เกิดการสึกกร่อน ป้องกันน้ำและก๊าซไม่ให้ซึมผ่านได้ อย่างไรก็ตาม การใช้โลหะเพื่อบรรจุอาหารต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากอาจมีสารปนเปื้อนจากโลหะหนักในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้
           -บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากแก้ว เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความใสและไม่ทำปฏิกิริยากับสารใดๆ จึงปลอดภัยต่ออาหารและสินค้าที่บรรจุ นอกจากนี้ยังทนความร้อนได้สูง นำมาใช้ซ้ำหรือหมุนเวียนได้ แต่มีข้อเสีย คือ มีน้ำหนักมาก เสียหายง่าย และราคาค่อนข้างสูง

           ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ควรคำนึงทั้งการออกแบบด้านโครงสร้าง คือ การกำหนดชนิดและคุณภาพของวัสดุ รวมทั้งขนาดและรูปแบบที่สามารถปกป้องสินค้าไม่ให้เกิดความเสียหายในระหว่างขั้นตอนการขนส่ง การวางจำหน่าย และการเก็บรักษาของผู้บริโภค และการออกแบบด้านกราฟิก คือ การกำหนดลักษณะรายละเอียดของข้อความรูปภาพ สีสันและลวดลายต่างๆ ที่ปรากฏบนฉลากของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคต่อภาพลักษณ์ของสินค้า


แหล่งข้อมูลจาก Exim Bank
TOP  
พูดจาภาษาธุรกิจ
Bioterrorism
          สาระสำคัญของร่างกฎหมาย Bioterrorism Preparedness Act of 2001 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าอาหารเข้าไปยังสหรัฐ มีดังต่อไปนี้
          1) เพิ่มอำนาจหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยด้านอาหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงหน่วยงาน Animal and Plant Health Inspection Service ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ โดยเพิ่มกำลังความสามารถในการตรวจสินค้าที่ด่านนำเข้าระหว่างประเทศ จัดทำระบบศูนย์กลางการเก็บบันทึกข้อมูลในการติดตามสภาวะการจัดส่งสินค้าสัตว์และพืช รวมถึงสินค้าที่ถูกกักไว้ที่ด่านนำเข้า-ด่านศุลกากร จัดทำระบบศูนย์กลางการเก็บบันทึก ปรับปรุงหน่วยงาน Food Safety Inspection Service เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยของเนื้อสัตว์และเนื้อสัตว์ปีกที่ด่านนำเข้า ขยายความร่วมมือในด้านข่าวสารและเทคโนโลยีกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาล ปรับปรุงหน่วยงานด้านอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มการตรวจสอบให้แน่ใจถึงความปลอดภัยของอาหาร และปรับปรุงเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐบาลทุกระดับ

          2) การเพิ่มอำนาจให้กับ FDA ภายใต้กฎหมาย Federal Food, Drug, and Cosmetic Act ให้สามารถกักกันสินค้าได้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของ FDA มีหลักฐานหรือได้รับข่าวสารที่น่าเชื่อถือว่าสินค้านั้นๆ ฝ่าฝืนกฎหมายและมีอันตรายอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหรือเกิดอันตรายถึงตายต่อมนุษย์หรือสัตว์ ในระยะเวลาไม่เกิน 20 วัน หากจำเป็นต้องใช้เวลานานกว่านั้นต้องไม่เกิน 30 วัน โดยผู้มีสิทธิในสินค้าสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มีเวลา 15 วัน เพื่อตัดสินยกเลิกหรือยืนยันให้กักกัน สำหรับสินค้าอาหารที่ถูกกักไว้จะได้รับการปิดฉลากหรือทำเครื่องหมายว่าเป็นสินค้าที่ถูกกัก โดยระบุคำว่า 'United States : Refused Entry' และห้ามนำสินค้าอาหารนั้นเข้าที่ด่านนำเข้าอื่นอีก ส่วนสินค้าที่เน่าเสียได้ รัฐมนตรีสาธารณสุขจะออกระเบียบหรือแนวทางในการจัดการต่อไป นอกจากนี้ FDA ยังสามารถห้ามนำเข้าสินค้าอาหารในกรณีที่ผู้นำเข้าหรือส่งออกเคยถูกตัดสินลงโทษในการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าอาหารในสหรัฐ หรือมีการนำเข้าสินค้าอาหารที่มีการเจือปนที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และหากกระทรวงสาธารณสุขมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าสินค้าอาหารนั้นมีการ เจือปนหรือปิดฉลากไม่ถูกต้องและจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ FDA มีสิทธิที่จะเข้าไปตรวจสอบเอกสารบันทึกทุกชิ้นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถติดตามไปถึงผู้ทำการบรรจุอาหารนั้น ทั้งนี้ จะไม่มีการจำกัดอำนาจของ FDA ในการตรวจสอบบันทึก และกำหนดให้บุคคลที่ทำการผลิต-แปรรูป-บรรจุ-ขนส่ง-กระจาย-รับ-ถือครอง หรือนำเข้าอาหารต้องเก็บบันทึกเพื่อตรวจสอบในระยะเวลา 2 ปี
           ในร่างกฎหมายยังระบุให้มีการจดทะเบียนโรงงานผลิต-แปรรูปอาหาร และสถานที่จัดการสินค้าอาหาร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับโรงงานในต่างประเทศจะต้องยื่นจดทะเบียนต่อ กระทรวงสาธารณสุขและระบุไว้ในใบจดทะเบียนถึงชื่อของตัวแทนในสหรัฐของโรงงาน โดยระบุข้อมูลเกี่ยวกับชื่อและสถานที่อยู่ของโรงงาน ชื่อทางการค้า ประเภทของสินค้าอาหาร กำหนดให้มีการแจ้งล่วงหน้าในกรณีจัดส่งสินค้าอาหารเพื่อนำเข้า อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนำเข้าไปในสหรัฐ โดยจะต้องระบุชนิดอาหาร ประเทศต้นสังกัดของอาหาร ปริมาตรที่ทำการนำเข้า และระบุข้อมูลอื่นๆ ตามที่รัฐมนตรีสาธารณสุขกำหนดไว้ หากไม่ส่งเอกสารภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมงสินค้าอาหารนั้นจะถูกปฏิเสธไม่ให้นำเข้า

TOP  
เรื่องของ SMEs
เฟอร์นิเจอร์จิ๋วสไตล์หลุยส์ถูกใจตลาดต่างแดน
          ใครที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมพระราชวังหรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในยุโรป โดยเฉพาะที่สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 18 และ 19 คงอดไม่ได้ที่จะประทับใจในความวิจิตรบรรจง สวยงาม และความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์เครื่องประดับตกแต่งสไตล์หลุยส์ในสถานที่เหล่านั้นค่ะ ผู้ประกอบการไทยรายหนึ่งก็หลงใหลในความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์สไตล์หลุยส์เช่นกัน และจากประสบการณ์การทำเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ในต่างประเทศมานาน จึงคิดจำลองและย่อส่วนเฟอร์นิเจอร์รวมทั้งเครื่องเรือนสไตล์หลุยส์ให้มีขนาดจิ๋ว แต่ยังคงไว้ซึ่งรายละเอียดแบบโบราณอย่างครบถ้วน โดยยึดแบบคลาสสิกสไตล์อังกฤษยุคปี 1740-1840 ซึ่งเป็นยุคทองของเฟอร์นิเจอร์แบบหลุยส์นี้ แม้แต่กรรมวิธีการผลิตก็ใช้วิธีเดียวกับการทำเฟอร์นิเจอร์ของจริง ทำให้เฟอร์นิเจอร์จิ๋วของเขาสะท้อนถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสร้างคุณค่าทางจิตใจให้กับนักสะสมและผู้ที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์จิ๋วสไตล์หลุยส์ของเขาได้ส่งออกไปขายในแถบยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากและมีแนวโน้มความต้องการของตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ
TOP  
ของฝากจากฝ่ายระบบ
ทำความรู้จัก Trojan

          เรื่องราวของม้า Trojan ในวงการคอมพิวเตอร์นั้นมีมานานแล้ว หลายคนคงเคยเห็นความร้ายกาจของตัวโทรจันมาแล้ว ผู้เขียนขอนำเรื่องราวของโทรจันมาเล่าสู่กันฟังอีกสักครั้ง
ทำไมต้องเป็นม้า?
          โทรจันเป็นชื่อตุ๊กตาม้าที่สร้างด้วยไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นของขวัญที่ส่งไปให้ศัตรูในสมัยสงครามกรีก โดยที่มีทหารซ่อนอยู่ในตัวม้าโทรจันนั้น เมื่อศัตรูได้ของขวัญก็หลงดีใจนำเข้าไปไว้ในเมือง พอตอนกลางคืนทหาร ที่ซ่อนตัวอยู่ก็ปีนออกมาจากโทรจันและบุกเข้ายึดเมืองจนสำเร็จ
          โทรจันที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นชื่อเปรียบเทียบที่ใช้เรียก โปรแกรมที่ถูกส่งมาให้เราโดยผู้ไม่ประสงค์ดี ในโปรแกรมที่ส่งมานี้จะมีโค้ดบางส่วนที่สามารถเข้าไปแก้ไขโปรแกรมบ้างตัวของเรา หรือสั่งทำงานบาง อย่างที่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ความแตกต่างระหว่างโทรจันและไวรัสปกติก็คือ โทรจันเป็นโปรแกรมเพียงโปรแกรมเดียวไม่แบ่งตัวไปติดไฟล์อื่น ๆ เหมือนไวรัส การทำงานของโทรจันมักจะต้องเริ่มขณะที่วิน โดวส์โหลด ดังนั้นจึงมักพบโทรจันได้ในรีจิสเตอร์ส่วนที่เป็น Auto Run ของวินโดวส์ เนื่องเป็นโปรแกรมดังนั้นการฆ่าโทรจันก็เพียงแต่ค้นหาไฟล์แล้วลบออก แต่ถ้าเป็นไวรัสจะต้องสแกนหาโค้ดในทุกไฟล์ที่ติดเพื่อจะ กำจัดออก

หลักการของโทรจัน
          หลักการทำงานของโทรจันก็คือ ต้องมีโปรแกรมส่วนที่ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์และไคลเอนต์ โดยที่คอมพิวเตอร์ของคุณไปรับเอาโทรจันของไว้ในเครื่อง เช่น โทรจันอาจแฝงตัวมาในรูปของฟรีแวร์หรือแชร์แวร์ที่เปิด ให้ดาวน์โหลดฟรี ๆ พอเราไปดาวน์โหลดมาแล้วติดตั้งไว้บนเครื่อง ส่วนโทรจันที่แฝงตัวอยู่ในซอฟต์แวร์เหล่านั้นจะทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ในขณะที่คุณกำลังใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ ดังนั้นผู้บุกรุกที่มีโทรจันซึ่งทำหน้าที่ เป็นไคลเอนต์ก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว จากนั้นเขาเหล่านั้นก็สามารถเข้ามาขโมยอัพโหลด ดาวน์โหลด หรือเปิดดูข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณได้สบาย ๆ หรือแม้แต่สั่งลบ ไฟล์บางไฟล์ ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ก็ทำได้ โทรจันส่วนใหญ่มีความสามารถบ้างอย่างที่คล้ายกัน เช่น มี Keylogger ทำ FTP ได้ทั้งดาวน์โหลดและอัพโหลด กำหนดพาสเวิร์ดในการแอ็กเซสเครื่องของเหยื่อเพื่อป้องกัน ไม่ให้มีคนอื่นแอบมาคอนเน็กเครื่องเหยื่อ หรืออาจเปิดพอร์ตบนเครื่องเหยื่อก็ได้ นอกจากนี้โทรจันบ้างตัวจะส่งอีเมล์จากเครื่องเหยื่อกลับไปหา ผู้บุกรุกเมื่อโทรจันบนเครื่องเหยื่อถูกเรียกทำงานเป็นเซิร์ฟเวอร์ โดยส่ง ข้อมูลสำคัญบางอย่าง เช่น หมายเลข IP พาสเวิร์ด เป็นต้น มาให้ด้วย
           ตัวอย่างโทรจันที่มีแพร่หลายอยู่ ได้แก่

  • NetBus ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 12345
  • Back Orifice ติดต่อผ่าน UDP หมายเลขพอร์ต 31336
  • Back Orifice ติดต่อผ่าน UDP หมายเลขพอร์ต 31337
  • WinCrash 1.03 ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 5742
  • WinCrash 2.0 ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 2583
  • Deep Throat ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 2140
  • Silencer ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 1001
  • Sockets de Troie ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 30303
  • Devil ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 65000
  • Girlfriend ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 21554
  • Millenium ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 20001
  • Masters Paradise ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 31
  • Phineas ติดต่อผ่าน UDP หมายเลขพอร์ต 2801
  • BackDoor ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 1999
  • Evil FTP ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 23456
  • Executor and HTTP ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 80
  • FTP ติดต่อผ่าน TCP หมายเลขพอร์ต 21

    มาตรการสำหรับรับมือโทรจัน
    แนวทางในการป้องกันโทรจันที่พอจะทำได้ สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ได้แก่

              1. ไม่ควรดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ประเภทแจกแถมฟรี หรือพวกแชร์แวร์ที่คุณไม่รู้จัก มาทดลองใช้โดยไม่จำเป็นเพราะ อาจนำโทรจันแฝงอยู่ในซอฟต์แวร์เหล่านั้นเข้ามาบนเครื่องได้
               2. ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์หรือข้อมูลจากเว็บไซท์ใต้ดินโดยเด็ดขาด เพราะส่วนมากจะมีของแถมติดเข้ามาในเครื่องด้วย
               3. ไม่ควรเปิดจดหมายของคนแปลกหน้าที่มีไฟล์ Attach มาด้วย ทางที่ดีควรลบทิ้งไปเลย เพราะโทรจันที่แฝงตัวมากับจดหมายมักจะใช้ข้อความเพื่อเชิญชวนให้ผู้รับเกิดความสนใจเปิดจดหมาย ตัวอย่างที่เคยเกิดมา แล้ว ก็คือ Love Letter ที่ก่อให้เกิดความเสียหายด้วยการลบไฟล์รูปภาพต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก
               4. ติดตั้งซอฟต์แวร์ต่อต้านโทรจัน เช่น Norton Antivirus, F-prot, Antiviral Toolkit, Avast 32 เป็นต้น นอกจากนี้ควรอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสใหม่โดยสม่ำเสมอ เพราะโทรจันรุ่นใหม่มักจะมีการเข้ารหัสโค้ดของตัวเอง ทำให้โปรแกรมต่อต้านไม่สามารถค้นพบได้
               5. ติดตั้งซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์ เช่น Norton Internet Security, McAfee Internet GuardDog เป็นต้น
               6. กรณีที่ซอฟต์แวร์ต่อต้านโทรจันเกิดมีการทำงานผิดพลาด หรือไม่ยอมทำงาน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความผิดปกติเลย ให้สงสัยไว้ก่อนว่าคุณอาจถูกบุกรุกจากผู้อื่นแล้ว และเครื่องของคุณอาจมีเซิร์ฟเวอร์ของ โทรจันอยู่ ดังนั้นขอให้แบ็กอัพข้อมูลที่สำคัญออกมา แล้วฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์และติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่เลย
               7. อาการอื่น ๆ ที่คุณควรสงสัยว่าอาจเกิดจากโทรจัน ได้แก่ ซีดีไดรฟ์เกิดอาการทำงานแปลก ๆ เช่น เปิดปิดฝาเอง มีแมสเสจบ็อกซ์แสดงข้อความแปลก ๆ แสดงขึ้นมา ไฟล์บนเครื่องหายไปเองโดยไม่มีร่องรอย ค่าที่กำหนดของวินโดวส์บางอย่างถูกแก้ไข ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นควรรีบสแกนหาโทรจันได้เลย

              ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นที่จะป้องกันการบุกรุกจากโทรจันเท่านั้น ซึ่งอาจจะทำได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้ เพราะโทรจันตัวใหม่ ๆ ก็จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นก็คงต้องบอกว่าจงตั้งอยู่ในความไม่ประ มาทจะดีที่สุด

    แหล่งข้อมูลของโทรจัน
    http://www.mcafee.com/
    http://www.symantec.com/antivirus
    http://www.antitrojan.net/
    http://www.kryptocrew.de/snakebyte

  • TOP  
    พักสมองสักนิด... กับ TRADE POINT
    ลูกงู : เเม่ครับ เราเป็นงูพิษหรือเปล่าฮะ
    แม่งู : เป็นสิจ๊ะ ก็เราเป็นงูเห่านี้
    ลูกงู : งั้นผมต้องตายแน่ ๆ
    แม่งู : ทำไมละ
    ลูกงู : ก็ผมเผลอกัดปากตัวเองนะสิครับ!
    TOP  
    ส่งคำแนะนำและคำถามที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่
    member@tradepointthailand.com